ควันสีดำทึบยังคงคุกรุ่น ราวกับอดีตอันเจ็บปวดของมหานครที่ถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิงแห่งสงคราม อัครากระแอมไอ เศษฝุ่นและเขม่าดินปืนยังคงติดแน่นอยู่ในลำคอ มันแสบร้อนราวกับกรวดทรายที่ถูกซัดเข้ามา ร่างกายของเขาชาดิกไปหมดสิ้น ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วเหมือนไฟป่าเผาผลาญ บังคับให้เขาต้องทรุดตัวลงอย่างช้าๆ สายตาที่พร่ามัวยังคงจับจ้องไปยังซากปรักหักพังที่เคยเป็นโลกใบเดิมของเขา
ทุกอย่างที่เขาเคยรู้จัก พังทลายลงในพริบตา เสียงกรีดร้อง เสียงระเบิด และเปลวไฟ คือภาพหลอนที่ยังคงตามหลอกหลอน ภาพใบหน้าของคนรัก ใบหน้าของเพื่อนร่วมอุดมการณ์… ใบหน้าของทุกคนที่เขาไม่สามารถปกป้องไว้ได้
"ฉัน… ต้องรอด" เสียงแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่แห้งผาก พยายามปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนให้ลุกขึ้นสู้ แม้ร่างกายจะอ่อนแรงจนแทบจะขยับไม่ได้ แต่จิตใจของเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เขาดันตัวเองขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล พยุงตัวด้วยแขนที่สั่นเทา สายตาเหลือบมองไปรอบๆ พยายามหาทางหนีจากขุมนรกแห่งนี้ เสียงฝีเท้าของศัตรูที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่าน
"พวกมัน… มาแล้ว" เขาพึมพำกับตัวเอง เกราะที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้มีรอยร้าวและบุบสลายราวกับกระดาษ ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง
ทันใดนั้น เสียงไซเรนแหลมสูงก็ดังแหวกอากาศ ยานยนต์สีดำทะมึนหลายคันพุ่งกรีดเข้ามาจากทิศทางหนึ่ง พร้อมกับกลุ่มทหารติดอาวุธในชุดเกราะสีเงินวาววับ พวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมีระเบียบ ราวกับฝูงผึ้งที่เข้าโจมตีรัง
"ใคร… เป็นคนพวกนั้น?" อัคราขมวดคิ้วอย่างสงสัย พวกมันไม่ใช่ทหารของพันธมิตรที่เขาเคยร่วมรบด้วย นี่คือกลุ่มใหม่ หรือเป็นกองกำลังที่แตกทัพมาจากฝ่ายศัตรู?
"หยุด! วางอาวุธลงซะ!" เสียงตะโกนก้องกังวานดังมาจากยานยนต์คันหนึ่ง ทหารที่คลุมหน้าด้วยหน้ากากเหล็กสีดำราวกับเงา ยื่นปืนพลังงานลำแสงสีฟ้าออกมาเล็งมาที่เขา
อัคราไม่รอช้า เขากระชากดาบพลังงานที่ยังคงเรืองแสงสีแดงฉานออกมาจากปลอก ดาบในมือของเขากลายเป็นเครื่องมือเดียวที่จะช่วยให้เขามีชีวิตรอด
"แกคิดว่าฉันจะยอมให้จับง่ายๆ งั้นเหรอ!" เขาตะโกนกลับ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความท้าทาย
ลำแสงสีฟ้าพุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว อัคราเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด ลำแสงนั้นพุ่งชนกับผนังอาคารที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้ปูนแตกกระจายและเกิดประกายไฟ
"อย่ามาทำเป็นเก่ง!" ทหารคนหนึ่งตะโกน ก่อนที่เขาจะยิงลำแสงเข้ามาอีกครั้ง
อัคราตอบโต้ด้วยการเหวี่ยงดาบพลังงานของเขาไปข้างหน้า ลำแสงสีแดงพุ่งสวนออกไปปะทะกับลำแสงสีฟ้าของศัตรู เกิดเสียงดังสนั่นราวกับฟ้าร้อง
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด อัคราต่อสู้กับศัตรูรอบทิศทาง ร่างกายที่บาดเจ็บของเขากลายเป็นอุปสรรค แต่สัญชาตญาณนักรบกลับสั่งให้เขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว เขาหลบหลีกการโจมตี สาดลำแสงสีแดงเข้าใส่ศัตรูอย่างแม่นยำ
แต่จำนวนของศัตรูนั้นมีมากกว่าเขาหลายเท่า ทหารเหล่านั้นเคลื่อนไหวราวกับเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก พวกมันไม่แสดงอาการเหน็ดเหนื่อย หรือหวาดกลัวใดๆ
"แกสู้ไม่ไหวหรอก!" ทหารคนหนึ่งตะโกนขณะพุ่งเข้ามาประชิดตัว อัคราปัดป้องการโจมตีของมันได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะใช้ด้ามดาบฟาดเข้าที่หน้ากากของมันอย่างแรง
เสียง "เคร้ง" ดังขึ้น หน้ากากเหล็กของทหารแตกละเอียด เผยให้เห็นใบหน้าที่เย็นชาไร้ความรู้สึก
"ใครกันแน่ที่แกเป็น?" อัคราถามอย่างเดือดดาล
"พวกเราคือผู้ที่จะนำพาความสงบมาสู่โลกใบนี้" ทหารตนนั้นตอบเสียงเรียบ ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง
อัคราเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลทั่วร่าง ความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน เขาเห็นช่องว่างในการป้องกันของศัตรู เพียงชั่วพริบตา เขาพุ่งเข้าใส่ และใช้ดาบพลังงานฟันผ่านร่างของทหารคนนั้น
แต่ทันใดนั้น ลำแสงพลังงานสีเขียวเข้มก็พุ่งออกมาจากด้านหลังของเขา
"อัครา! หลบ!" เสียงของผู้หญิงดังขึ้น
อัคราหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว เขาเห็นร่างของ "เซรีน่า" ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดของอาคารที่ถล่มลงมา เธอกำลังถือปืนพลังงานขนาดเล็กที่เปล่งแสงสีเขียว
ลำแสงสีเขียวปะทะเข้ากับลำแสงสีเขียวเข้มที่กำลังพุ่งมาหาอัครา เกิดเป็นแรงปะทะมหาศาลที่ทำให้ทั้งคู่กระเด็นถอยหลังไป
"เซรีน่า!" อัคราอุทานอย่างตกใจ "มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"
"ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว!" เซรีน่าตะโกนกลับ "พวกมันคือ 'หน่วยพิฆาตแห่งเงา' เป็นกองกำลังอิสระที่ต้องการยึดครองอำนาจหลังจากการล่มสลายของอาณาจักร!"
"หน่วยพิฆาตแห่งเงา…" อัคราทวนคำอย่างไม่เชื่อสายตา
"เราต้องหนีออกไปจากที่นี่!" เซรีน่าพยายามดึงแขนของอัครา "ถ้าพวกเราติดอยู่ที่นี่ เราจะตายแน่!"
อัครามองไปรอบๆ ศัตรูเริ่มเข้ามาล้อม พวกมันไม่ได้สนใจการต่อสู้ระหว่างเขากับทหารเหล่านั้นอีกต่อไป แต่พวกมันกำลังจะเข้ามากวาดล้างทุกสิ่ง
"ป่า… เราต้องไปที่ป่า!" อัคราตัดสินใจ "ที่นั่นเราอาจจะหาที่ซ่อนได้!"
เขาคว้ามือของเซรีน่าไว้แน่น พวกเขาทั้งคู่พุ่งตัวออกจากวงล้อม ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหว
"พวกมันตามมาแล้ว!" เซรีน่าชี้ไปด้านหลัง
ทหารหน่วยพิฆาตแห่งเงาเริ่มไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ พวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไม่กลัวอันตรายใดๆ
อัคราและเซรีน่าวิ่งฝ่าซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยเศษแก้วและเหล็กแหลมคม พวกเขาต้องกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง สไลด์ตัวหลบการโจมตีที่สาดเข้ามา
"ทางนี้!" เซรีน่าตะโกนพร้อมกับชี้ไปยังซอกตึกที่มืดมิด
พวกเขาเลี้ยวเข้าไปในซอกนั้น หวังจะใช้เป็นทางหลบหนี แต่กลับพบว่าทางตัน
"แย่แล้ว!" อัคราพึมพำ
เสียงฝีเท้าของศัตรูก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"อย่าเพิ่งยอมแพ้!" เซรีน่าพูด น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ดูนั่นสิ!"
เธอชี้ไปยังช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือศีรษะของพวกเขา
"เราปีนขึ้นไปได้!"
อัครามองขึ้นไป เขาเห็นโครงเหล็กที่แข็งแรงพอจะรองรับน้ำหนักของพวกเขาได้
"ดีมาก!" เขาตอบ
ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย อัคราใช้ดาบพลังงานของเขาปักลงไปในผนัง ทำให้เกิดเป็นที่เกาะสำหรับปีนขึ้นไป เซรีน่าปีนขึ้นไปก่อน ส่วนอัคราก็ตามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
พวกเขาปีนขึ้นไปอย่างทุลักทุเล เสียงปืนดังไล่หลังมาติดๆ ลำแสงสีเขียวเข้มเกือบจะโดนตัวพวกเขา
เมื่อปีนขึ้นมาถึงช่องระบายอากาศ ทั้งคู่ก็พยายามผลักฝาตะแกรงออกอย่างสุดแรง
"เร็วเข้า!" อัคราเร่ง
ในที่สุด ฝาตะแกรงก็เปิดออก พวกเขากระโดดเข้าไปในความมืดข้างในทันที
เสียงปืนดังมาจากข้างล่าง แต่ไม่มีใครตามขึ้นมา พวกเขาแอบซ่อนตัวอยู่ในช่องระบายอากาศที่อับชื้นและมืดมิด
"เรา… รอดมาได้แล้ว" อัคราถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ยังไม่จบหรอก" เซรีน่าพูดเสียงเครียด "พวกมันจะหาเราเจอแน่ เราต้องไปให้ไกลกว่านี้"
"แล้วเราจะไปไหน?"
"ที่ป่า… ชายป่าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่" เซรีน่าบอก "ถ้าเราไปถึงที่นั่นได้ เราอาจจะหลบซ่อนตัวได้ดีกว่า"
อัครามองไปยังเซรีน่า ใบหน้าของเธอเปื้อนฝุ่นและรอยเลือด แต่ดวงตาของเธอยังคงเปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่น
"ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ" อัคราพูดอย่างจริงจัง
เซรีน่าส่งยิ้มให้เขา "ฉันก็เหมือนกัน"
พวกเขาทั้งคู่ค่อยๆ คลานไปตามช่องระบายอากาศที่ทอดยาวออกไป มุ่งหน้าสู่เงามืดของป่าใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ความหวังริบหรี่ ทว่ายังคงส่องสว่างอยู่ในใจของพวกเขา
แต่แล้ว เสียงกระซิบแผ่วเบาที่มาจากด้านหลังของช่องระบายอากาศ ก็ดังขึ้น…
"พวกเจ้า… หนีไม่พ้นหรอก"

เพลิงกาฬผลาญพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก