ควันสีดำทึบยังคงคุกรุ่นราวกับอดีตอันเจ็บปวดของมหานครที่ถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิงแห่งสงคราม อัครากระแอมไอ เศษฝุ่นและเขม่าดินปืนยังคงติดแน่นอยู่ในลำคอ มันแสบร้อนราวกับกรวดทรายที่ถูกซัดเข้ามา ร่างกายของเขายังคงปวดระบมไปทั่วทุกอณูเซลล์ ทุกก้าวที่ย่างออกไปจากซากปรักหักพังของเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ คือการเดินทางสู่ความหวังอันริบหรี่
เบื้องหน้าคือป่าทึบที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงตะวันจนเกิดเป็นเงาทะมึนคล้ายกับโลงศพขนาดยักษ์ที่กำลังจะโอบล้อมเขา อากาศอบอ้าว ชื้น และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของดินเปียก ใบไม้ที่กำลังเน่าเปื่อย และบางครั้งก็มีกลิ่นฉุนของอะไรบางอย่างที่ยากจะระบุได้ อัคราสูดลมหายใจลึก พยายามข่มความเหนื่อยล้าและอาการบาดเจ็บที่ยังคงกัดกิน เขาต้องไปต่อ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
“อัครา!” เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากด้านหลัง เขาหันขวับอย่างรวดเร็ว ดาบในมือพร้อมจะฟาดฟัน แต่เมื่อเห็นร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง เขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“อิง!” อัคราอุทานด้วยความประหลาดใจ เขาจำได้ว่าก่อนที่เมืองจะแตกนั้น เขาได้ฝากอิงไว้กับกลุ่มผู้รอดชีวิตที่กำลังจะอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย แต่ดูเหมือนว่าชะตากรรมจะเล่นตลกกับเธออีกครั้ง
“พี่อัครา! หนู… หนูหลงมากับพวกที่แตกพยุหะ” อิงตอบเสียงสั่นเครือ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าและน้ำตา
“แล้วคนอื่นล่ะ? พ่อแม่ของเธออยู่ที่ไหน?” อัคราถามพลางก้าวเข้าไปหาเด็กสาว เขาประเมินสภาพรอบตัวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักรบของเขายังคงทำงาน แม้ในยามที่ร่างกายอ่อนล้า
“หนู… หนูไม่รู้ค่ะ ตอนที่พวกมันโจมตี หนูวิ่งหนีไปคนเดียว” อิงก้มหน้า พูดเสียงเบา ใบหน้าของเธอซีดเผือด “หนูคิดว่า… หนูคงต้องตายที่นี่แล้ว”
อัครากุมมือของอิงไว้เบาๆ ความแข็งแกร่งของเขาแผ่ซ่านไปถึงเด็กสาว “อย่าพูดแบบนั้นนะอิง เธอจะตายที่นี่ไม่ได้ ถ้าพี่อยู่ที่นี่ เธอก็จะปลอดภัย” เขาพยายามสร้างความมั่นใจให้เธอ แม้ว่าภายในใจของเขาเองก็กำลังสั่นคลอน
“แต่… เราจะไปไหนคะ? เมืองก็พังหมดแล้ว” อิงเงยหน้ามองอัคราด้วยแววตาที่ยังมีความหวังเจือจาง
“เราจะเข้าไปในป่านี้” อัคราชี้ไปยังแนวต้นไม้ที่ทึบตัน “ที่นี่อาจจะมีที่หลบซ่อน และอาจจะมีหนทางอื่นที่เรายังไม่รู้”
“ป่าเหรอคะ? มันอันตรายนะคะ หนูได้ยินว่ามีสัตว์ร้ายเยอะแยะ” อิงเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล
“อันตรายยิ่งกว่าการอยู่กับพวกมันข้างนอก” อัคราตอบอย่างหนักแน่น “อย่างน้อยในป่านี้ เรายังมีโอกาสหลบซ่อน และหาอาหารประทังชีวิตได้”
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น อิงก็พยักหน้าอย่างจำใจ อัคราพยุงเธอให้ลุกขึ้น และเริ่มออกเดินทางเข้าสู่ป่าทึบ
ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ แสงสว่างก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น เสียงกรอบแกรบของใบไม้แห้งที่เหยียบย่ำ เสียงกิ่งไม้ที่หักสะเทือนไปทั่ว อากาศเริ่มเย็นลง แต่ก็ยังคงอบอ้าวและหนักอึ้งไปด้วยกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่
“ระวังนะอิง” อัครากระซิบ บอกเธอเมื่อเห็นเงาตะคุ่มบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างพุ่มไม้ เขาเงื้อดาบขึ้นเตรียมพร้อม แต่เมื่อมันปรากฏตัวออกมา อัคราก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
มันคือกลุ่มลิงป่าที่กำลังตื่นตระหนกเมื่อเห็นมนุษย์ พวกมันส่งเสียงร้องโวยวาย ก่อนจะกระโดดหนีหายไปตามกิ่งก้านของต้นไม้
“แค่ลิงเอง” อัคราพูดติดตลก เพื่อคลายความตึงเครียดของอิง
“หนูตกใจหมดเลยค่ะ” อิงยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เปื้อนฝุ่นและน้ำตา
“เราต้องหาน้ำก่อน” อัคราบอก “และที่พักที่ปลอดภัย”
พวกเขาเดินต่อไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดสลัวของป่า อัคราใช้ความชำนาญในการสังเกตเส้นทาง เขาพยายามมองหาร่องรอยของแหล่งน้ำ หรือสิ่งที่จะบ่งบอกว่ามีสัตว์ใหญ่อาศัยอยู่ใกล้ๆ
เวลาล่วงเลยไปอย่างเชื่องช้า พลบค่ำของวันนั้นไม่ได้มาพร้อมกับแสงสีส้มทองงดงามเหมือนที่เคยเป็น แต่มาพร้อมกับความมืดที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงร้องของสัตว์ป่าที่เริ่มดังขึ้นเป็นระยะๆ
“หนาวจังเลยค่ะ” อิงกอดตัวเองแน่น
“เราต้องหาที่กำบัง” อัคราเหลือบมองไปรอบๆ เขาเห็นโพรงไม้ขนาดใหญ่ที่ดูน่าจะพอเข้าไปหลบได้
“ตรงนั้นไง” เขาชี้ไปยังโพรงไม้
ทั้งสองคนเดินตรงไปยังโพรงไม้ อัคราตรวจสอบภายในอย่างละเอียดก่อนจะอนุญาตให้อิงเข้าไป อัคราเองก็นั่งพิงต้นไม้อยู่ด้านนอก คอยเป็นยาม
“พี่อัคราคะ” เสียงของอิงดังลอดออกมาจากโพรงไม้
“ว่าไง?”
“พี่ไม่กลัวเหรอคะ?”
อัคราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “กลัวสิ ใครจะไม่กลัว แต่ความกลัวมันจะพาเราไปไหนไม่ได้ นอกจากความตาย เราต้องสู้กับมัน”
“แล้วพี่จะสู้กับพวกมันได้ยังไงคะ? พวกมันมีอาวุธเยอะแยะ”
“เราก็มีของเรา” อัคราพูดพลางลูบคมดาบของเขา “และเราก็มีสติปัญญา เรามีหัวใจที่ไม่ยอมแพ้”
อิงเงียบไปอีกครั้ง ราวกับกำลังคิดตามคำพูดของอัครา
“พี่จะพาหนูไปส่งที่ไหนคะ?” เธอถามต่อ
“ที่ที่ปลอดภัยที่สุด” อัคราตอบ “ที่ที่พวกมันจะตามหาเราไม่เจอ”
“แล้วถ้า… ถ้าเราเจอพวกที่ช่วยเราล่ะคะ?”
“ก็ดีสิ” อัครากล่าว “แต่เราต้องเตรียมพร้อมเสมอ อย่าไว้ใจใครมากเกินไป”
เขาหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ใบหน้าที่โหดเหี้ยมของศัตรู รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความแค้น ความโหดร้ายที่ถูกกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ ภาพเหล่านั้นยังคงหลอกหลอนเขาอยู่
“พี่เคยเจออะไรมาเยอะใช่ไหมคะ?” อิงถามอย่างอ่อนโยน
“มากเกินกว่าจะนับ” อัคราตอบเสียงแหบพร่า “แต่ทุกอย่างมันก็สอนให้พี่แข็งแกร่งขึ้น”
เสียงหริ่งหรีดเริ่มดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าคืนนี้จะมาเยือนอย่างเต็มตัวแล้ว อุณหภูมิในป่าเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว อัคราจุดไฟกองเล็กๆ เพื่อให้ความอบอุ่น และขับไล่สัตว์ป่า
“อยู่ตรงนี้ก่อนนะอิง พี่จะไปหาอะไรมาให้กิน” อัคราบอก
“ไปแล้วอย่าไปนานนะคะ” อิงพูดเสียงอ่อย
“ไม่นานหรอก” อัคราลุกขึ้น และหายลับไปในความมืดของป่า
อัคราเดินไปตามทิศทางที่เขาคิดว่าน่าจะมีแหล่งอาหาร เขาใช้ความสามารถในการมองเห็นในที่มืดที่ฝึกฝนมาอย่างดีในการนำทาง เขาได้ยินเสียงกิ่งไม้หักอยู่ไม่ไกลนัก เขาชะลอฝีเท้าลง และค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทำเอาหัวใจของเขาบีบรัด เขาเห็นร่างของทหารศัตรูกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมรอบสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นแหล่งน้ำ ที่นั่นมีทหารคนหนึ่งกำลังกรอกน้ำใส่ขวด ขณะที่อีกสองคนกำลังยืนคุมเชิง
“เจ้าพวกนี้มันอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” อัคราคิดในใจ “หรือว่าพวกมันกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง?”
เขาแอบซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนา สังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เขารู้ว่าไม่ควรเสี่ยงกับศัตรูจำนวนมากขนาดนี้ แต่เขาก็รู้ว่าถ้าปล่อยไป พวกมันอาจจะไปพบอิง หรือไปทำร้ายผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่อาจจะหลงเหลืออยู่
“ต้องหาวิธีจัดการมันโดยไม่ให้เกิดเสียงดัง” อัคราประเมินสถานการณ์
เขาเหลือบไปเห็นก้อนหินขนาดพอเหมาะอยู่ไม่ไกลนัก เขาตัดสินใจว่าจะใช้มันเป็นเครื่องล่อ
อัคราค่อยๆ หยิบก้อนหินขึ้นมา และเล็งไปยังกิ่งไม้ที่อยู่ไกลออกไป เขาเหวี่ยงก้อนหินออกไปอย่างแม่นยำ
เปรี้ยง!
เสียงกิ่งไม้แตกดังขึ้น ทำให้ทหารศัตรูทั้งสามคนหันไปมองทางนั้นทันที
“อะไรน่ะ?” ทหารคนหนึ่งตะโกนถาม
“ไปดูกัน!” อีกคนตอบ
ขณะที่พวกมันกำลังก้าวเดินไปยังทิศทางที่อัคราโยนหินไป อัคราก็ใช้โอกาสนี้แอบเข้าไปยังแหล่งน้ำอย่างรวดเร็ว เขาก้มลงกรอกน้ำใส่ขวดเท่าที่จำเป็น ก่อนจะรีบถอยกลับออกมา
แต่แล้ว…
แกรก!
เสียงกิ่งไม้ใต้มือของอัคราหักดังลั่น!
ทหารทั้งสามนายหันกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาร่างของอัคราที่กำลังจะหายเข้าไปในความมืด
“จับมันไว้!” เสียงตะโกนดังขึ้น
อัคราไม่รอช้า เขาวิ่งสุดชีวิต โดยที่ในมือยังกำขวดน้ำไว้แน่น
เสียงฝีเท้าของทหารศัตรูกำลังไล่ตามมาติดๆ เสียงตะโกนด่าทอ เสียงปืนที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้อัคราต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก
เขาพุ่งทะยานผ่านพุ่มไม้ ต้นไม้ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกล่า
“อัครา! อัครา!” เสียงของอิงดังขึ้นจากที่ที่เขาจากมา
อัคราเหลือบมองกลับไปเล็กน้อย เขาเห็นอิงกำลังยืนอยู่หน้าโพรงไม้ด้วยความหวาดกลัว
“ไปเถอะอิง! ไปซ่อนก่อน!” อัคราตะโกนกลับไป
เขาตัดสินใจที่จะล่อพวกทหารศัตรูออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้อิงปลอดภัย
เขาใช้ความรู้เรื่องภูมิประเทศที่พอมีอยู่ วิ่งเลาะไปตามแนวต้นไม้ที่ทึบที่สุด กระโดดข้ามสิ่งกีดขวางต่างๆ
แต่แล้ว…
เขาก็สะดุดเข้ากับรากไม้ใหญ่ที่มองไม่เห็นในความมืด ร่างของเขาล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง
อั่ก!
ขวดน้ำหลุดมือกลิ้งไปตามพื้น
“เจอตัวแล้ว!” เสียงทหารศัตรูดังขึ้นอยู่ไม่ไกล
อัคราพยายามลุกขึ้น แต่ขาของเขาบาดเจ็บเกินกว่าที่จะขยับได้เร็วพอ
ทหารศัตรูสามนายปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเขา ดาบในมือของพวกเขาเปล่งประกายวับวาวท่ามกลางแสงจันทร์ที่เริ่มสาดส่องผ่านกิ่งไม้
“ตายซะเถอะ เจ้าคนทรยศ!” ทหารคนหนึ่งคำราม
อัครากำดาบในมือแน่น แม้จะรู้ว่าโอกาสชนะมีน้อยเหลือเกิน เขาเหลือบมองไปยังทิศทางที่อิงอยู่
“พี่อัครา!” เสียงของอิงดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันอ่อนแรงลง ราวกับถูกใครบางคนปิดปาก
หัวใจของอัคราหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เขาจะยอมแพ้ไม่ได้… ไม่ว่าอะไรก็ตาม!

เพลิงกาฬผลาญพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก