ควันสีดำทึบยังคงคุกรุ่น ราวกับอดีตอันเจ็บปวดของมหานครที่ถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิงแห่งสงคราม อัครากระแอมไอ เศษฝุ่นและเขม่าดินปืนยังคงติดแน่นอยู่ในลำคอ มันแสบร้อนราวกับกรวดทรายที่ถูกซัดเข้ามา ร่างกายของเขาปวดเมื่อยราวกับถูกกระบองทุบตีทุกอณู ทุกการขยับกายล้วนส่งเสียงกรอบแกรบจากรอยร้าวที่อาจแฝงเร้นอยู่ภายใน เขาทรุดตัวลงกับพื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ หายใจหอบเหนื่อยภายใต้หน้ากากกันแก๊สที่ยังคงปิดแน่น แสงไฟฉายติดหมวกส่องไปรอบๆ เผยให้เห็นภาพความพินาศที่น่าสะพรึงกลัว อาคารสูงระฟ้าที่เคยสง่างาม บัดนี้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง เสาเหล็กบิดเบี้ยว ชิ้นส่วนคอนกรีตกระจัดกระจาย ราวกับยักษ์ใหญ่เคยเข้ามาอาละวาดที่นี่
“ยังอยู่รึเปล่า!” เสียงตะโกนแหบพร่าของเอลล่าดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่งท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านช่องว่างของซากปรักหักพัง อัคราพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ตอบกลับไปด้วยเสียงที่เกือบจะกลืนหายไปกับเสียงลม
“อยู่… รอด… ฉันอยู่”
เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มองหาต้นเสียงของเอลล่าด้วยสายตาที่พร่ามัวจากฝุ่นและความเหนื่อยล้า ความหวังริบหรี่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ เขายังไม่ตาย และเอลล่ายังคงมีชีวิตอยู่ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้
“ตรงนี้!” เสียงของเอลล่าดังใกล้เข้ามา อัคราหันไปตามเสียง พบร่างของเอลล่าที่โผล่ออกมาจากเงามืดของเสาที่ล้มขวาง แววตาของเธอฉายประกายแห่งความโล่งใจระคนหวาดหวั่น เธอกระหืดกระหอบเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
“แย่มาก… เราเกือบจะ… ไม่รอด” เอลล่ากล่าวพลางปัดป่ายฝุ่นที่เกาะอยู่บนชุดเกราะของเธอ
“พวกมัน… ตามมาใกล้ๆ” อัคราพยายามเตือนพลางสังเกตการณ์รอบข้าง เสียงเครื่องยนต์ของยานพาหนะแปลกประหลาดดังแว่วมาแต่ไกล ยิ่งเพิ่มความกดดันและเร่งรีบให้พวกเขาต้องหาที่หลบภัย
“ฉันรู้… แต่เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่ก่อน” เอลล่ากุมแขนอัคราแน่น “ฉันพบทางลับ… น่าจะพาเราออกไปได้”
เธอชี้ไปยังซากอาคารที่ทลายลงมาจนเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่ ซึ่งมีประตูเหล็กหนาทึบซ่อนอยู่ท่ามกลางกองเศษหินเศษปูน อัคราพยักหน้า เขาไว้วางใจเอลล่าเสมอ การตัดสินใจที่รวดเร็วของเธออาจเป็นหนทางเดียวที่จะรอดชีวิต
“ไปกันเถอะ!” อัครากล่าว เขานำหน้าเอลล่าเข้าไปในโพรงนั้น แสงไฟฉายส่องนำทางไปตามทางเดินแคบๆ ที่มีลักษณะเหมือนท่อระบายน้ำใต้ดิน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมคละคลุ้ง ลมเย็นเฉียบปะทะใบหน้าเมื่อพวกเขาก้าวลึกเข้าไป
“นี่มัน… ทางหนีภัย?” อัคราถาม
“ไม่ใช่… ฉันเดาว่าน่าจะเป็นทางเข้าสู่ระบบอุโมงค์ของกองทัพเก่า… ตอนแรกฉันคิดว่ามันจะไม่มีอะไรแล้ว แต่ดูเหมือนว่า… มันยังใช้งานได้” เอลล่าตอบ
พวกเขาก้าวเดินไปตามทางเดินที่คดเคี้ยวและมืดมิด เสียงฝีเท้าของพวกเขาสะท้อนก้องในความเงียบ มีเพียงเสียงหายใจที่หนักหน่วงและเสียงกระสับกระส่ายของเครื่องมือที่ติดตัว
“เราไปถึงป่าทึบเมื่อไหร่… ก็ถือว่าเราปลอดภัยแล้ว” อัครากล่าว เขาพยายามมองหาช่องทางที่จะอพยพออกจากเมืองที่กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิสุดท้าย
“ฉันหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น…” เอลล่าตอบเสียงเบา
ทันใดนั้น เสียงปืนเลเซอร์ดังสนั่นหวั่นไหวแหวกอากาศ ลำแสงสีแดงฉานพุ่งผ่านเฉียดศีรษะของอัครา เขาผลักเอลล่าหลบหลีกอย่างรวดเร็ว
“พวกมันตามมาแล้ว!” อัคราตะโกน เขายกปืนพลาสม่าขึ้น ประสานสายตากับเอลล่า สัญญาณของการต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
“ฉันจะสกัดพวกมัน… เธอไปต่อ!” เอลล่าออกคำสั่ง เธอยกปืนใหญ่พลังงานขึ้น เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับศัตรู
“ไม่! เราไปด้วยกัน!” อัคราปฏิเสธ เขาไม่ยอมให้เอลล่าเผชิญหน้ากับอันตรายเพียงลำพัง
“ไม่มีเวลาแล้ว! ไปได้เลย!” เอลล่าผลักอัคราอย่างแรง
อัคราลังเลเพียงชั่วครู่ แต่สายตาอันมุ่งมั่นของเอลล่าทำให้เขาต้องตัดสินใจ เขาหันหลังวิ่งต่อไปตามทางเดินมืด ขณะที่เสียงปืนเลเซอร์ดังขึ้นอีกครั้งเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงระเบิดที่สั่นสะเทือนไปทั่วอุโมงค์
อัคราเร่งฝีเท้า เขาไม่รู้ว่าเอลล่าจะสามารถต้านทานศัตรูได้นานแค่ไหน แต่เขารู้ว่าเขาต้องไปให้ถึงป่าทึบให้เร็วที่สุด เพื่อหาทางกลับมาช่วยเธอ
เมื่อเขามาถึงทางออกที่เอลล่าเคยบอกไว้ เขาพบว่ามันเป็นเพียงช่องเล็กๆ ที่สามารถลอดผ่านออกไปได้ เมื่อเขากระโดดผ่านออกไปสู่ภายนอก แสงแดดที่สาดส่องลงมาทำให้ตาเขาพร่ามัว เขาพบว่าตัวเองอยู่ในป่าทึบ ชนิดของต้นไม้และพืชพรรณดูแปลกตา ไม่เหมือนกับที่เขาเคยรู้จัก
“เอลล่า!” เขาตะโกนเรียกอีกครั้ง แต่มีเพียงเสียงของธรรมชาติที่ตอบกลับมา
เขาเริ่มสำรวจรอบๆ สภาพป่าที่นี่ดูหนาทึบและรกชัฏ ยากต่อการเดินทาง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการบุกฝ่าพงหญ้าและต้นไม้ที่ขวางกั้น
“เอลล่า! ได้ยินฉันไหม!” เสียงของเขากลับมาแห้งผากขึ้นเรื่อยๆ
เขารู้สึกถึงความสิ้นหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้น แต่เขาก็ยังคงพยายามต่อไป เขาต้องหาทางกลับไปที่อุโมงค์อีกครั้ง หรือไม่ก็ต้องหาทางติดต่อกับหน่วยที่เหลือ
ขณะที่เขากำลังจะยอมแพ้ เขาก็ได้ยินเสียงใบไม้ดังขยับอยู่ไม่ไกล อัคราชักปืนขึ้นทันที เขาเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบไปยังทิศทางของเสียง
“ใครน่ะ!” เขาตะโกน
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากหลังต้นไม้ เป็นร่างของเอลล่า! เธอมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยบนใบหน้า แต่โดยรวมแล้วเธอดูปลอดภัย
“ไง… ช้าไปหน่อยนะ” เอลล่ากล่าวพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนแรง
“เธอ… เธอรอดมาได้อย่างไร!” อัคราถามด้วยความประหลาดใจ
“ก็… ใช้ไหวพริบเล็กน้อย… แล้วก็… เครื่องมือของฉัน” เอลล่าตอบพลางยกเครื่องมือชิ้นหนึ่งขึ้นมาดู
“เราต้องรีบไปจากที่นี่… ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน” อัครากล่าว
“แน่นอน… ฉันรู้เส้นทาง… ที่จะพาเราไปถึงที่ปลอดภัย” เอลล่ากล่าว
พวกเขาออกเดินทางต่อไปในป่าทึบ เอลล่าเป็นผู้นำทาง เธอเคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของป่าแห่งนี้ อัคราพยายามตามเธอให้ทัน เขาเริ่มรู้สึกถึงความหวังอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าเอลล่ายังอยู่เคียงข้างเขา
“แล้ว… เราจะไปที่ไหนต่อ?” อัคราถาม
“เราจะไปที่ฐานที่มั่นลับ… ที่พวกเราเตรียมไว้… มันอยู่ลึกเข้าไปในป่าแห่งนี้… เกือบจะถึงเขตแดนของ ‘ดาวจันทร์สีเลือด’” เอลล่าตอบ
“ดาวจันทร์สีเลือด?” อัคราเลิกคิ้ว
“นั่นคือชื่อที่พวกเราตั้งให้กับ… ยานแม่ของศัตรู… มันปรากฏตัวบนท้องฟ้า… เหมือนดวงจันทร์สีเลือด… มันคือต้นตอของทุกสิ่ง… และเราจะไปที่นั่น… เพื่อจบเรื่องนี้” เอลล่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว
อัครามองไปยังท้องฟ้าเบื้องบนที่ถูกบดบังด้วยยอดไม้หนาทึบ เขาไม่อาจจินตนาการถึงภาพของยานแม่ลำนั้นได้ แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของเอลล่า และความหวังริบหรี่ที่กำลังจะลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
การเดินทางในป่าเริ่มทวีความยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ นานา ทั้งสัตว์ป่าที่ดุร้าย พืชมีพิษ และภูมิประเทศที่โหดร้าย แต่ทุกครั้งที่รู้สึกท้อแท้ พวกเขาก็จะมองหน้ากัน ให้กำลังใจกันและกัน
“ดูเหมือนว่า… เราจะมาถึงแล้ว” เอลล่าหยุดเดิน เธอชี้ไปยังเบื้องหน้า
เบื้องหน้าของพวกเขาคือที่โล่งขนาดใหญ่ ตรงกลางมีอาคารทรงกระบอกสีดำสนิทตั้งตระหง่านขึ้นไปบนฟ้า จนแทบจะมองไม่เห็นยอด มันคือฐานที่มั่นลับที่เอลล่ากล่าวถึง
“ที่นี่… คือที่ของเรา… แต่… ก่อนที่เราจะเข้าไป… เราต้องแน่ใจว่า… ปลอดภัย” เอลล่ากล่าว
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นกึกก้องมาจากภายในฐานที่มั่น! ประตูเหล็กขนาดใหญ่ค่อยๆ ปิดลงอย่างรวดเร็ว!
“ไม่นะ!” เอลล่าร้อง
“เกิดอะไรขึ้น!” อัคราถาม
“พวกมัน… บุกเข้ามาแล้ว!” เอลล่าตอบด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
จากเบื้องหลังของฐานที่มั่น ร่างเงาสีดำทะมึนจำนวนนับไม่ถ้วน เริ่มเคลื่อนที่ออกมาจากเงาไม้ พวกมันคือเหล่าทหารของศัตรูที่บุกเข้ามา!
“เราต้องสู้…” อัครากล่าว เขาหยิบปืนพลาสม่าขึ้นมา เตรียมพร้อมรับมือกับการเผชิญหน้าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“อัครา… ครั้งนี้… เราต้องไปให้ถึง… ยานแม่…” เอลล่ากล่าว ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น… บนสมรภูมิที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ… และเป้าหมายเดียวของพวกเขาคือ… การทำลายยานแม่ของศัตรู… ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม.

เพลิงกาฬผลาญพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก