ควันสีดำทึบยังคงคุกรุ่นราวกับอดีตอันเจ็บปวดของมหานครที่ถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิงแห่งสงคราม อัครากระแอมไอ เศษฝุ่นและเขม่าดินปืนยังคงติดแน่นอยู่ในลำคอ มันแสบร้อนราวกับกรวดทรายที่ถูกซัดเข้ามา ร่างกายของเขาบอบช้ำไปทั้งแถบ เสื้อผ้าที่เคยสวมใส่ขาดวิ่นเป็นริ้วๆ เผยให้เห็นรอยฟกช้ำและบาดแผลเล็กน้อยที่เริ่มจะแห้งกรัง ดวงตาคมกริบของเขามองไปรอบๆ ซากปรักหักพังของตึกระฟ้าที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรือง บัดนี้เหลือเพียงโครงสร้างที่บิดเบี้ยวราวกับกระดูกที่หักชิ้นใหญ่
"เหลือเชื่อ..." เสียงแหบพร่าของเขาพึมพำออกมาอย่างยากลำบาก ท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิวที่พัดพาเอาเศษซากปลิวว่อน สภาพเมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญของมนุษย์ กลายเป็นเพียงดินแดนแห่งความตายและสิ้นหวัง เป็นภาพที่สะท้อนความโหดร้ายของสงครามที่พวกผู้รุกรานจากต่างดาวนำมาสู่โลกใบนี้
"มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้..." เขาหลับตาลง สูดลมหายใจลึก พยายามข่มความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น มันไม่ใช่แค่ความโกรธ หรือความสิ้นหวัง แต่มันคือความรู้สึกผิดที่เขาไม่อาจปกป้องทุกชีวิตไว้ได้
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้อัคราหันขวับไปอย่างรวดเร็ว มือขวาของเขากำด้ามปืนพลาสม่าที่คล้องแขนไว้อย่างแน่นหนา
"นายยังไหวอยู่หรือเปล่า อัครา?" เสียงทุ้มคุ้นเคยของ "เมษา" ดังขึ้น เธอเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับ "ธันวา" ที่เดินตามมาติดๆ ทั้งสองคนมีสภาพไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่นัก ใบหน้าเปื้อนฝุ่น เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แต่ดวงตายังคงฉายแววแห่งความมุ่งมั่น
"ฉันสบายดี... หรืออย่างน้อยก็ยังหายใจอยู่" อัคราตอบ พลางมองสำรวจเมษาและธันวา "พวกเธอเป็นยังไงบ้าง?"
"ก็... พอไปวัดไปวาได้" ธันวาว่า พลางปัดฝุ่นออกจากไหล่ "เราตามหานายมาพักใหญ่เลยนะ คิดว่านายอาจจะ... หลงกลของไอ้พวกนั้นไปเสียแล้ว"
"ฉันไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นง่ายๆ หรอก" อัครากล่าวอย่างหนักแน่น "พวกมันต้องชดใช้สำหรับทุกสิ่งที่ทำกับเมืองนี้ กับผู้คนของเรา"
เมษาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น ยื่นมือมาแตะที่แขนของอัคราเบาๆ "เรารู้ว่านายเจ็บปวด แต่ตอนนี้เราต้องตั้งสติให้ดี พวกเราเหลือกันไม่กี่คนแล้ว เราต้องหาทางเอาชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน"
"แล้วไงต่อล่ะ?" อัคราถาม "เมืองนี้มันไม่เหลืออะไรแล้ว นอกจากความตาย"
"ยังมีบางอย่างที่ยังไม่ตาย" ธันวาพูดแทรกขึ้น เขาชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง "ฉันเห็นกลุ่มผู้รอดชีวิตที่กำลังมุ่งหน้าไปยังป่าทางทิศตะวันออก พวกเขาบอกว่ามีฐานลับที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในป่า และนั่นอาจจะเป็นทางเดียวที่เราจะรอดไปได้"
อัคราพยักหน้า "ป่า... ดีกว่าอยู่ในกองเพลิงนี่" เขาหันไปมองทิวทัศน์อันน่าสลดหดหู่ของเมืองที่กำลังจะถูกลืมเลือน "แต่ก่อนที่เราจะไป ฉันอยากจะ... ขออะไรบางอย่าง"
"ว่ามาสิ" เมษากล่าว
"ฉันอยากจะไปดู... ที่นั่น" อัคราชี้ไปยังซากตึกสูงตระหง่านที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ แม้จะถูกเผาไหม้จนดำมืด แต่ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของบางสิ่งบางอย่างที่เขาเคยรู้จัก
"ที่นั่นน่ะเหรอ... ตึกกองบัญชาการใหญ่ของพวกมัน" ธันวาขมวดคิ้ว "อันตรายเกินไปนะอัครา"
"ฉันรู้" อัคราตอบ "แต่ฉันต้องไปดูให้เห็นกับตา ว่าพวกมันกล้าทำอะไรไว้บ้าง และถ้ามีโอกาส... ฉันจะทำลายมันให้ได้"
เมษาส่ายหน้าช้าๆ "อัครา... อย่าเพิ่งเอาตัวเองไปเสี่ยงเลย ตอนนี้เราต้องรวมกลุ่มกัน เพื่อความอยู่รอด"
"ฉันจะไปเร็วๆ" อัครายืนยัน "และฉันจะกลับมาหาพวกเธอ"
หลังจากถกเถียงกันอยู่พักหนึ่ง เมษาและธันวาจำต้องยอมตามความต้องการของอัครา พวกเขามองไปยังสายตาที่แน่วแน่ของเพื่อนร่วมทีม ไม่มีใครสามารถปฏิเสธความมุ่งมั่นที่ลุกโชนในดวงตาคู่นั้นได้
การเดินทางไปยังซากกองบัญชาการของศัตรูเต็มไปด้วยอุปสรรค ซากตึกที่ถล่มลงมาขวางทางเป็นระยะๆ พื้นถนนเต็มไปด้วยหลุมบ่อที่เกิดจากการระเบิด และกลิ่นเหม็นไหม้ของโลหะและพลาสติกยังคงอบอวลไปทั่ว อัคราเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง แม้ร่างกายจะบอบช้ำ แต่สัญชาตญาณนักรบของเขาก็ยังคงทำงานอย่างเต็มที่
เมื่อมาถึงบริเวณใกล้เคียงกองบัญชาการ อัคราก็ต้องผงะกับภาพเบื้องหน้า ตึกสูงเสียดฟ้าที่เคยสง่างาม บัดนี้กลายเป็นโครงสร้างที่บิดเบี้ยวราวกับผีเสื้อราตรีที่ถูกไฟเผาปีก มันเต็มไปด้วยรอยร้าวขนาดใหญ่ และควันสีดำบางๆ ยังคงลอยออกมาจากช่องลมบางช่อง
"พวกมันกำลังเคลื่อนย้ายอะไรบางอย่าง" อัคราพึมพำ เขาเห็นยานลำเลียงขนาดใหญ่จอดเทียบอยู่ใกล้ๆ และมีทหารสวมชุดเกราะสีดำที่ดูอันตราย กำลังขนย้ายกล่องโลหะสีดำทึบหลายใบขึ้นไปบนยาน
"ต้องมีอะไรบางอย่างสำคัญอยู่ข้างในนั้น" อัคราคิด เขาหยิบกล้องส่องทางไกลที่เก็บไว้ในกระเป๋าขึ้นมา ส่องดูรายละเอียด
ในขณะที่เขากำลังเพ่งมองอย่างตั้งใจ จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน!
"แย่แล้ว!" อัคราอุทาน เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนใต้ฝ่าเท้า
พื้นดินรอบตัวเขาเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงครืนครั่นดังมาจากทุกทิศทาง จากนั้น... สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
กลางอากาศเหนือเมืองที่ถูกทำลาย ปรากฏบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา มันเป็นรูปร่างคล้ายกับพายุหมุนขนาดมหึมา แต่แทนที่จะเป็นเมฆและน้ำ อากาศภายในรูปร่างนั้นกลับเต็มไปด้วยพลังงานสีดำมืดที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง!
"นั่นมันอะไรกัน!" อัคราอุทานด้วยความตกตะลึง
รูปร่างสีดำนั้นขยายตัวอย่างรวดเร็ว มันกลืนกินแสงสว่างรอบๆ ตัว และเสียงลมหวีดหวิวที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ก็กลบเสียงสัญญาณเตือนภัยทั้งหมด
"มันกำลังดูดทุกอย่างเข้าไป!" อัคราเห็นเศษซากอาคารต่างๆ ลอยขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะถูกดูดเข้าไปในพายุหมุนสีดำนั้น
"ต้องหนี!" เขาคิด แต่ร่างกายของเขาเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ เขาไม่อาจขยับได้
เมษาและธันวาที่กำลังวิ่งเข้ามาหาอัครา พอเห็นเหตุการณ์ก็ตะโกนเรียกชื่อเขา
"อัครา! หนีเร็ว!" เสียงของเมษาดังแหลม
แต่ทันใดนั้น พายุหมุนสีดำก็พุ่งเข้าใส่พวกเขา!
อัคราเห็นเงาร่างของเมษาและธันวาถูกดูดเข้าไปในม่านพลังงานสีดำนั้นอย่างรวดเร็ว เขาตะโกนชื่อของพวกเขา แต่เสียงของเขาก็ถูกกลืนหายไปในความโกลาหล
"ไม่นะ!" อัคราพยายามจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่แรงดึงมหาศาลของพายุหมุนนั้นได้พัดร่างของเขาให้กระเด็นออกไป!
เขารู้สึกเหมือนถูกฉีกกระชาก แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป อัคราเห็นสิ่งหนึ่งที่ชัดเจน...
ยานแม่ลำใหญ่ของพวกศัตรูที่ลอยอยู่บนฟ้า กำลังเคลื่อนตัวเข้าหาพายุหมุนสีดำนั้นอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามันกำลังจะกลืนกินมันเข้าไป!
อัครากระอักเลือดออกมา พลางพยายามทรงตัว ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลง คือยานแม่ลำใหญ่ที่กำลังลอยเข้าไปในใจกลางของพายุหมุนสีดำนั้น...
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมษาและธันวา เขาไม่รู้ว่าเขาจะรอดชีวิตไปได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจคือ... การต่อสู้ครั้งนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และมันกำลังจะพาเขาไปสู่สถานที่ที่อันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยจินตนาการได้
เมื่ออัคราลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนพื้นดินที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังอีกต่อไป
เขาอยู่บนพื้นผิวโลหะเย็นเฉียบ ที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีแดงสลัวๆ และเสียงเครื่องยนต์ที่ดังอื้ออึง... เขาถูกจับมาแล้ว!

เพลิงกาฬผลาญพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก