ควันสีดำทึบยังคงคุกรุ่นราวกับอดีตอันเจ็บปวดของมหานครที่ถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิงแห่งสงคราม อัครากระแอมไอ เศษฝุ่นและเขม่าดินปืนยังคงติดแน่นอยู่ในลำคอ มันแสบร้อนราวกับกรวดทรายที่ถูกซัดเข้ามา ร่างกายของเขาเจ็บปวดระบมไปทุกอณูจากการปะทะอันดุเดือดเมื่อคืนวาน เขาเหลือบมองไปยังซากปรักหักพังเบื้องหน้า ภาพเมืองที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้เหลือเพียงเถ้าถ่านและเงาทะมึนของหายนะ
“ยังไหวอยู่ไหม อัครา?” เสียงแหบพร่าของพายุ ดังแผ่วเบามาจากข้างหลัง พลางยื่นมือเข้ามาประคองแขนของเขา
อัคราหันกลับไป สบตาคมกริบของเพื่อนร่วมรบที่เต็มไปด้วยความกังวล แม้จะบาดเจ็บไม่น้อยไปกว่ากัน แต่ประกายแห่งความมุ่งมั่นยังคงลุกโชนอยู่ในดวงตาของพายุ “ยัง… แค่เหนื่อยหน่อย” เขาตอบ พยายามกลั้นเสียงเจ็บปวดที่เล็ดลอดออกมา
“เราต้องไปต่อ” พายุกล่าวเน้น “ยานแม่ของพวกมันยังอยู่ที่นี่ เราไม่รู้ว่าพวกมันกำลังวางแผนอะไรต่อไป การอยู่เฉยๆ คือการรอวันตาย”
“ฉันรู้” อัคราพยักหน้า เขาเก็บปืนไรเฟิลประจำกายขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง แม้กระนั้นก็ยังคงมีกระสุนเหลืออยู่พอสมควร “แต่เราจะบุกเข้าไปยังไง? พวกมันมีกำลังพลมากกว่าเราหลายเท่า แถมยังมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่า”
“เราต้องหาจุดอ่อน” พายุครุ่นคิด “พวกมันอาจจะมั่นใจในอำนาจของตัวเองมากเกินไป จนมองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เรามีเวลาไม่มาก อัครา ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
ทั้งสองมองหน้ากัน ความเข้าใจปรากฏขึ้นในแววตา ความคิดเดียวกันผุดขึ้นมาพร้อมกัน การแทรกซึมเข้าไปในยานแม่ของศัตรูคือหนทางเดียวที่เหลืออยู่
“มันอันตรายเกินไป” อัคราเอ่ยขึ้นก่อน “แค่คิดถึงการบุกเข้าไปในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยศัตรู…”
“แล้วเรามีทางเลือกอื่นเหลืออยู่ไหม?” พายุถามกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าเราไม่ทำตอนนี้ โอกาสครั้งต่อไปอาจจะไม่มีอีกแล้ว เราต้องอาศัยความได้เปรียบจากความวุ่นวายที่เราสร้างไว้เมื่อคืนนี้ พวกมันกำลังสับสน พวกมันกำลังตามหาเรา”
อัคราถอนหายใจยาว พยักหน้าเห็นด้วย “ก็ได้ แต่เราต้องวางแผนให้รอบคอบที่สุด”
การเดินทางผ่านซากเมืองที่ถูกทิ้งร้างเต็มไปด้วยอันตราย เสียงปะทะกันเป็นครั้งคราวจากกลุ่มทหารของศัตรูที่ยังคงลาดตระเวนอยู่ ทำให้ทั้งสองต้องหมอบหลบซ่อนตัวอย่างระมัดระวัง พวกเขาเคลื่อนที่ไปตามเงาของอาคารที่พังทลาย หลบหลีกสายตาของโดรนสอดแนมที่บินตรวจตราอยู่เป็นระยะๆ
“เห็นนั่นไหม?” พายุชี้ไปยังอาคารสูงที่ยังคงตั้งตระหง่านท่ามกลางความพินาศ มันคืออาคารที่เคยเป็นศูนย์บัญชาการหลักของกองทัพรัฐบาลก่อนที่จะถูกยึดครองโดยศัตรู “น่าจะเป็นทางเข้าสู่เครือข่ายใต้ดินของพวกมัน”
“แต่ก็เสี่ยงมาก” อัคราตอบ “อาคารนั้นน่าจะมีกำลังพลคุ้มกันอย่างหนาแน่น”
“เราจะลองดู” พายุกล่าว “อย่างน้อยก็ต้องลองเข้าไปดู”
เมื่อถึงบริเวณใกล้เคียงอาคาร พวกเขาพบกับกลุ่มทหารศัตรูราวสิบกว่านายกำลังยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ อัคราและพายุตัดสินใจใช้ความได้เปรียบจากซากอาคารที่พังทลายเป็นที่กำบัง พวกเขาค่อยๆ เคลื่อนที่ไปทีละก้าว หลบหลีกการมองเห็นให้มากที่สุด
“ฉันจะล่อพวกมันออกไป” พายุบอก “นายรอจังหวะแล้วค่อยเข้ามา”
“ไม่” อัคราปฏิเสธ “เราต้องไปด้วยกัน”
“มันเสี่ยงเกินไป” พายุแย้ง “ถ้านายโดนจับได้…”
“ถ้านายโดนจับได้ เราก็ไม่เหลือความหวังแล้ว” อัคราพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราสู้มาด้วยกัน ต้องตายด้วยกัน”
พายุชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า “ก็ได้ แต่ต้องระวังตัวให้มากที่สุด”
ในที่สุด ทั้งสองก็หาจังหวะเหมาะ เมื่อกลุ่มทหารศัตรูกลุ่มหนึ่งเคลื่อนย้ายออกไป อัคราและพายุพุ่งเข้าโจมตีทันที อัคราใช้ปืนไรเฟิลเก็บเสียงยิงใส่ทหารที่อยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ขณะที่พายุพุ่งเข้าประชิดตัวทหารที่เหลือพร้อมกับมีดสั้นคู่ใจ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ พวกเขาใช้สภาพแวดล้อมที่พังทลายให้เป็นประโยชน์ หลบหลีกการโจมตีและสวนกลับอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อจัดการกับทหารที่เฝ้าอยู่ได้สำเร็จ พวกเขาก็รีบตรงไปยังประตูทางเข้าอาคารที่ดูแข็งแรงผิดปกติ
“นี่มันไม่ใช่ประตูธรรมดา” พายุพึมพำพลางตรวจสอบ “น่าจะเป็นทางเข้าลับ”
อัคราใช้เครื่องมือไฮเทคที่เขาเก็บมาจากศัตรู พยายามสแกนหาจุดอ่อนของระบบรักษาความปลอดภัย
“เจอแล้ว” เขากล่าว “มีรหัสผ่าน แต่ก็มีช่องทางฉุกเฉินอยู่ด้านล่าง”
พวกเขาใช้เวลาไม่นานในการเจาะระบบรักษาความปลอดภัย และสามารถเปิดประตูทางเข้าลับได้สำเร็จ นำพาพวกเขาเข้าสู่ทางเดินใต้ดินที่มืดมิดและชื้นแฉะ
“นี่มัน… เหมือนกับอุโมงค์หลบภัย” อัครากล่าว พลางส่องไฟฉายไปรอบๆ
“ดูเหมือนจะเป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อระหว่างอาคารสำคัญของศัตรู” พายุเสริม “เราต้องหาทางไปสู่ยานแม่ให้เร็วที่สุด”
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ บรรยากาศยิ่งอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงน้ำหยดเป็นจังหวะ และเสียงลมที่ลอดผ่านเข้ามาจากช่องระบายอากาศ ทำให้รู้สึกหวาดหวั่น
“อัครา” พายุหยุดเดินกะทันหัน “ฉันได้ยินเสียง”
อัคราเงียบฟัง เขาได้ยินเสียงบางอย่างเช่นกัน เป็นเสียงฝีเท้าที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้
“พวกมันรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่!” อัคราตะโกน “รีบไป!”
ทั้งสองวิ่งสุดกำลังในอุโมงค์ที่คดเคี้ยว เสียงปืนดังสนั่นตามหลังมา พวกเขาต้องวิ่งหลบหลีกกระสุนที่พุ่งเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน
“ข้างหน้า!” พายุตะโกน “มันมีทางแยก!”
พวกเขาเลือกทางขวา และพบว่าตัวเองกำลังปีนป่ายขึ้นสู่ที่สูง
“นี่มัน… ลานจอดเฮลิคอปเตอร์!” อัคราอุทาน เมื่อมองเห็นแสงสว่างสาดส่องเข้ามา
“ไม่ใช่แค่ลานจอด” พายุตาเบิกกว้าง “นั่น… นั่นมันยานแม่!”
เบื้องหน้าพวกเขาคือยานแม่ขนาดมหึมาของศัตรู จอดสงบนิ่งอยู่บนแท่นกลางเมืองที่ถูกทำลาย ดวงไฟสีแดงกะพริบอยู่เป็นระยะ ราวกับเป็นดวงตาปีศาจที่กำลังจ้องมองพวกเขา
“เรามาถึงแล้ว” อัครากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ปนไปด้วยความเหนื่อยล้าและความหวัง
“แต่การจะเข้าไปถึงข้างใน…” พายุกล่าวก่อนจะเห็นกลุ่มทหารศัตรูกำลังวิ่งกรูกันออกมาจากประตูทางเข้ายานแม่
“เราต้องรีบหาทางเข้าไป!” อัคราตะโกน “ถ้าพวกมันปิดประตูได้ เราจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว!”
การต่อสู้บนลานจอดเฮลิคอปเตอร์เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด อัคราและพายุต้องต่อสู้กับทหารศัตรูจำนวนมากที่หลั่งไหลออกมาจากยานแม่ พวกเขาใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อยื้อเวลาและหาทางเข้าไปในยานแม่ให้ได้
“พวกมันกำลังจะปิดประตู!” พายุตะโกนพลางยิงปืนใส่ทหารที่อยู่ใกล้ประตู
อัคราเห็นโอกาส เขาพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว หลบหลีกการโจมตีทั้งหมด และกระโดดเข้าไปในช่องว่างแคบๆ ของประตูที่กำลังจะปิดลง
“พายุ! ตามมา!” เขาตะโกน
พายุรีบวิ่งตามเข้าไปทันที ก่อนที่ประตูจะปิดสนิทลงอีกครั้ง ปิดกั้นเสียงปืนและการต่อสู้อันดุเดือดที่อยู่เบื้องหลัง
ทั้งสองพบว่าตัวเองอยู่ในโถงทางเดินแคบๆ ภายในยานแม่ของศัตรู ท่ามกลางความเงียบที่น่าขนลุก
“เราเข้ามาได้แล้ว” อัครากล่าวพร้อมกับพยายามปรับสายตาให้ชินกับแสงสลัวภายในยาน
“แต่เราอยู่คนเดียว และไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง” พายุตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงตึงเครียด “นี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะจริงๆ”
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นทั่วทั้งยาน เสียงประกาศเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคยดังกระหึ่ม อัคราและพายุรู้ดีว่าชะตากรรมของโลกใบนี้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและปฏิบัติการของพวกเขาเพียงลำพังแล้วในตอนนี้

เพลิงกาฬผลาญพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก