เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

ตอนที่ 3 — รอยเลือดบนผืนผ้าใบ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 985 คำ

แสงไฟสีทองสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของแกลเลอรี่ "ไอรัญศิลป์" สะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงาเป็นประกาย ระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาว หอศิลป์แห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานที่จัดแสดงงานศิลปะ แต่คืออาณาจักรอันหรูหราที่เปี่ยมไปด้วยความลับ ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความงดงามของศิลปะอันล้ำค่า

กลิ่นอายความตายยังคงคละคลุ้งอยู่ในอากาศ แม้ว่าเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะปฏิบัติงานอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ‌แต่ร่องรอยความน่าสะพรึงกลัวนั้นยังคงฝังแน่นอยู่ในทุกอณูของแกลเลอรี่แห่งนี้ ศพของมหาเศรษฐีนักสะสมงานศิลปะ ผู้เป็นเจ้าของ "ไอรัญศิลป์" คุณวิรุฬห์ สิทธิชัย ถูกพบในสภาพที่น่าสยดสยอง หน้าอกถูกแทงด้วยปลายพู่กันอันแหลมคมที่เปื้อนเลือดจนแห้งกรัง ​กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดอันเป็นผลงานชิ้นเอกที่เพิ่งจัดแสดงไปเมื่อคืนนี้

สารวัตรภัทรกร หรือ "ภัทร" ในสายตาของเพื่อนร่วมงาน ยืนนิ่งอยู่หน้าผืนผ้าใบที่กลายเป็นที่เกิดเหตุ เขาในชุดเครื่องแบบสีกากีสะอาดตา ใบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิด ดวงตาสีเข้มกวาดมองรายละเอียดต่างๆ ‍อย่างพินิจพิเคราะห์ แววตาของเขาเหมือนกำลังอ่านเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดตรงหน้า ไม่ใช่แค่เส้นสายและสีสัน แต่คือภาษาของความแค้น ความลับ และอาชญากรรม

"สารวัตรครับ มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ" เสียงของสารวัตรหญิงนภัสสร ‌ดังขึ้นเบาๆ เธอเดินเข้ามาใกล้พร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ดวงตาของเธอสะท้อนความกังวลใจ แต่ก็ฉายแววเด็ดเดี่ยว

ภัทรไม่ตอบทันที เขายังคงจ้องมองภาพวาดที่เต็มไปด้วยฝีแปรงสีสันสดใส บัดนี้กลับเปื้อนด้วยสีแดงฉานอันน่าขนลุก "เป็นภาพวาดที่งดงาม แต่ก็ช่างโหดร้าย... ‍เหมือนชีวิตของผู้ตายไม่มีผิด" เขาพึมพำ เสียงทุ้มต่ำ

นภัสสรขมวดคิ้ว "หมายความว่าไงครับสารวัตร"

"ลองมองดูสิ นภัสสร" ภัทรผายมือไปยังผืนผ้าใบ "สีสันที่ใช้ การจัดวางองค์ประกอบ ​มันมีความหมายแฝงอยู่แน่นอน ศิลปะไม่ใช่แค่ความสวยงาม มันสามารถสื่อสารได้หลายอย่าง... และในคดีนี้ ผมเชื่อว่าศิลปะกำลังบอกอะไรบางอย่างกับเรา"

เขาค่อยๆ เดินวนรอบภาพวาด สังเกตทุกรายละเอียด "ปลายพู่กันที่ใช้แทงคุณวิรุฬห์... ​มันไม่ธรรมดาเลย มันดูเป็นของเก่าแก่ เป็นงานฝีมือชั้นดี ไม่ใช่พู่กันทั่วไปที่หาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียน"

"เรากำลังตรวจสอบประวัติของพู่กันอันนั้นอยู่ครับสารวัตร แต่ข้อมูลเบื้องต้นค่อนข้างจำกัด" นภัสสรรายงาน "มันถูกวางไว้บนแท่นโชว์ของภาพวาดชิ้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบการจัดแสดง"

"แล้วมีใครบ้างที่อยู่ในงานเลี้ยงเมื่อคืนนี้ ​นภัสสร" ภัทรถามต่อ ใบหน้ายังคงเคร่งขรึม

"ผู้ร่วมงานมีประมาณยี่สิบกว่าคนครับส่วนใหญ่เป็นนักสะสมงานศิลปะ นักธุรกิจ และคนใกล้ชิดของคุณวิรุฬห์ เรากำลังไล่เรียงรายชื่อและสอบปากคำอยู่ครับ"

"มีใครมีปัญหาขัดแย้งกับคุณวิรุฬห์บ้างไหม"

"เท่าที่รวบรวมได้ มีประเด็นขัดแย้งอยู่หลายเรื่องครับ ทั้งเรื่องธุรกิจการซื้อขายงานศิลปะ เรื่องส่วนตัว และเรื่องความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน" นภัสสรเลื่อนสายตาไปยังรายชื่อที่บันทึกไว้ในแฟ้ม "มีคุณหญิงแพรวา ภรรยาหม้ายของคุณวิรุฬห์ ซึ่งดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นนักในช่วงหลังๆ มีคุณชาญชัย คู่แข่งคนสำคัญในวงการนักสะสมงานศิลปะ และมีศิลปินดาวรุ่งอย่างคุณกรณ์ ที่เพิ่งมีปัญหากับคุณวิรุฬห์เรื่องลิขสิทธิ์งานศิลปะ"

ภัทรพยักหน้าช้าๆ "รายชื่อเหล่านี้... น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี" เขากล่าว "ฝากคุณไปตรวจสอบประวัติของแต่ละคนอย่างละเอียดนะครับ โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งที่ชัดเจน และตรวจสอบความเคลื่อนไหวของพวกเขาในช่วงเวลาเกิดเหตุด้วย"

"รับทราบครับสารวัตร" นภัสสรตอบรับอย่างแข็งขัน

ขณะที่ภัทรยังคงสำรวจที่เกิดเหตุอย่างไม่ลดละ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่มุมหนึ่งของห้องจัดแสดง เป็นรอยเปื้อนเล็กๆ บนพื้นหินอ่อน ซึ่งดูเหมือนจะถูกเช็ดออกไปแล้วบางส่วน แต่ก็ยังคงเห็นเป็นคราบจางๆ

"นั่นอะไร" เขาชี้ไปยังรอยเปื้อนนั้น

เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ที่กำลังทำงานอยู่ใกล้ๆ รีบเข้ามาตรวจสอบ "เป็นคราบเลือดครับสารวัตร แต่ดูเหมือนจะถูกเช็ดออกไปแล้ว"

ภัทรมองไปยังบริเวณนั้นอย่างพิจารณา "รอยเลือด... แต่ไม่ได้อยู่ใกล้กับศพของคุณวิรุฬห์เลย" เขาครุ่นคิด "อาจจะเป็นรอยเลือดของผู้ต้องสงสัยที่ได้รับบาดเจ็บ หรืออาจจะเป็นรอยเลือดที่ถูกพยายามทำลายหลักฐาน"

"เราจะเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับเลือดของผู้ตายนะครับ" เจ้าหน้าที่กล่าว

ภัทรพยักหน้า "ดีมาก... และผมอยากให้ตรวจสอบรอยเปื้อนนี้ให้ละเอียดที่สุด ว่ามันมาจากไหน มีสิ่งอื่นปนเปื้อนอยู่หรือไม่"

เขากลับมามองที่ผืนผ้าใบอีกครั้ง รอยเลือดบนปลายพู่กันที่แห้งกรังดูเหมือนจะยิ่งทวีความน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีก "ศิลปินผู้วาดภาพนี้... เขามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่"

"ศิลปินผู้นั้นคือคุณกรณ์ เป็นศิลปินดาวรุ่งที่กำลังมีชื่อเสียงครับ" นภัสสรเปิดข้อมูลในแท็บเล็ต "เขาเป็นที่รู้จักจากฝีมืออันโดดเด่นและการใช้สีสันที่จัดจ้าน คุณวิรุฬห์เป็นผู้สนับสนุนงานของเขามาโดยตลอด แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวลือว่าทั้งคู่มีปัญหากันเรื่องส่วนแบ่งรายได้ หรืออาจจะเป็นเรื่องลิขสิทธิ์งานศิลปะ"

"คุณกรณ์อยู่ที่ไหนตอนนี้" ภัทรถาม

"เรากำลังตามหาตัวอยู่ครับสารวัตร คาดว่าเขาอาจจะเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว"

"ไม่... เขาจะต้องอยู่ที่นี่" ภัทรพูดเสียงหนักแน่น "คนที่ลงมือทำแบบนี้ ไม่ใช่คนที่อยากจะหนีไปง่ายๆ เขาต้องการให้เราเห็น เขาต้องการสื่อสารอะไรบางอย่างผ่านงานศิลปะชิ้นนี้"

เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานของผู้ตาย ซึ่งยังคงมีเอกสารกองอยู่เป็นระเบียบ แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนเจ้าระเบียบของคุณวิรุฬห์ ภัทรหยิบเอกสารชิ้นหนึ่งขึ้นมา มันเป็นภาพร่างของภาพวาดชิ้นที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยบันทึกย่อที่เขียนด้วยลายมือของคุณวิรุฬห์

"นี่ไง..." ภัทรพึมพำ "เขาได้บันทึกเกี่ยวกับความหมายเบื้องหลังภาพวาดนี้ไว้"

นภัสสรเข้ามาดู "หมายความว่าไงครับสารวัตร"

"ดูนี่สิ" ภัทรชี้ไปที่บันทึก "คุณวิรุฬห์เขียนไว้ว่า 'สีแดงนี้... คือสีแห่งความโลภ สีแห่งความริษยา สีแห่งการทรยศ... ส่วนปลายพู่กันนี้... คือความจริงที่ถูกบิดเบือน'"

"คุณวิรุฬห์กำลังพูดถึงใครอยู่ครับ" นภัสสรสงสัย

"ผมไม่แน่ใจ" ภัทรตอบ "แต่ที่แน่ๆ คือ เขาอาจจะกำลังสื่อถึงแรงจูงใจในการฆาตกรรมของใครบางคน... หรือไม่ก็... เขาอาจจะรู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย"

ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยของแกลเลอรี่ก็ดังขึ้น สร้างความตกใจให้กับทุกคนในห้อง ภัทรและนภัสสรหันไปมองต้นเสียงด้วยความระแวง

"มีผู้บุกรุกเข้ามาในอาคารครับสารวัตร!" เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแจ้งข่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

"เป็นไปไม่ได้! ระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่ดีที่สุดในเมือง" นภัสสรอุทาน

"แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว!" ภัทรพูดเสียงเข้ม "นภัสสร ส่งกำลังเสริมมาที่นี่ทันที! ส่วนผม... จะไปดูเอง"

เขามีลางสังหรณ์ใจบางอย่าง ว่าการบุกรุกครั้งนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมนี้โดยตรง หรือไม่ก็เป็นความพยายามในการปกปิดหลักฐานบางอย่าง ภัทรไม่รอช้า เขารีบวิ่งออกจากห้องจัดแสดงไปยังทิศทางที่สัญญาณเตือนภัยดังขึ้น

ขณะที่เขาวิ่งไปตามโถงทางเดินที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แสงไฟสีทองที่เคยสร้างความสวยงาม บัดนี้กลับดูเหมือนกำลังไล่ล่าเขา เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดิน ราวกับว่าเงาปริศนาที่เขาตามหานั้น กำลังปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขา

เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งกำลังพุ่งทะยานลงมาจากช่องระบายอากาศบนเพดานเบื้องบน เงาร่างนั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและปราดเปรียวราวกับนักกายกรรม มันสวมชุดสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าจนมิดชิด

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" ภัทรตะโกน พร้อมชักปืนประจำกายออกมา

เงาร่างนั้นไม่ตอบโต้ มันเพียงแต่ร่อนลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับภัทร ดวงตาที่มองลอดผ่านหน้ากากสีดำฉายแววเย็นชา

"แกคือใคร!" ภัทรถามเสียงดัง

แทนที่จะตอบคำถาม เงาร่างนั้นก็หยิบวัตถุบางอย่างขึ้นมา มันคือ... ปลายพู่กันอีกอันหนึ่ง! ปลายพู่กันอันนั้นดูเหมือนจะถูกเคลือบด้วยสารบางอย่าง ทำให้มันวาววับภายใต้แสงไฟ

ภัทรเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่เงาร่างนั้นจะพุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงเตือนภัยที่ดังสนั่น ภัทรรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การบุกรุกธรรมดา แต่มันคือการเผชิญหน้าครั้งสำคัญกับ "เงาปริศนา" ที่เขาจะต้องไขให้กระจ่างให้ได้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!