เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

ตอนที่ 6 — รอยเลือดบนผ้าใบ และเสียงกระซิบจากอดีต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,018 คำ

สารวัตรภัทรกรยืนนิ่งอยู่กลางโถงนิทรรศการหลักของ "ไอรัญศิลป์" อากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้โบราณ บัดนี้กลับเจือไปด้วยกลิ่นอายของความตายอันเยียบเย็น กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ยังคงติดตรึงอยู่ แม้ว่าทีมแพทย์นิติเวชจะเก็บกู้ร่างของท่านทูตวรวิทย์ไปแล้ว ‌แต่ความรู้สึกของการสูญเสียและความเป็นปริศนายังคงแขวนตึงอยู่ในทุกอณูของหอศิลป์แห่งนี้

ดวงตาคมของสารวัตรภัทรกรกวาดมองไปรอบๆ อย่างพินิจพิเคราะห์ แสงไฟสีทองที่ส่องผ่านกระจกบานใหญ่สะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงา ยามนี้กลับดูเหมือนแสงสุดท้ายที่กำลังจะลาลับไปจากสถานที่อันเคยรุ่งเรืองแห่งนี้ ภาพวาดอันทรงคุณค่าจำนวนมากจัดแสดงอยู่บนผนัง แต่สายตาของเขากลับถูกดึงดูดไปยังจุดหนึ่งเป็นพิเศษ

"คุณสารวัตรครับ" จ่าสิบตำรวจสมเกียรติเดินเข้ามาใกล้ พร้อมถือแฟ้มคดีไว้ในมือ ​"ผลการตรวจสอบเบื้องต้นจากที่เกิดเหตุเสร็จสิ้นแล้วครับ"

สารวัตรภัทรกรพยักหน้ารับ "ว่ามาสิสมเกียรติ"

"ผู้ตายเสียชีวิตจากการถูกของมีคมบาดที่ลำคอครับ เป็นแผลฉกรรจ์ คาดว่าเสียชีวิตในคืนก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะมาพบศพครับ" จ่าสมเกียรติรายงาน "อย่างไรก็ตาม เรายังไม่พบอาวุธที่ใช้ก่อเหตุในบริเวณใกล้เคียง"

"แล้ววัตถุพยานอื่นๆ ล่ะ ‍มีอะไรน่าสนใจบ้าง?" สารวัตรภัทรกรถาม สายตายังคงจับจ้องไปยังภาพวาดชิ้นหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนขาตั้งอย่างโดดเด่น

"มีรอยเท้าเล็กๆ อยู่บนพรมในจุดที่พบศพครับ คาดว่าเป็นของผู้หญิง แต่รอยค่อนข้างเลือนราง และมีคราบเลือดบางส่วนเปรอะเปื้อนอยู่บนพื้นผิวของภาพวาดชิ้นนั้นครับ" จ่าสมเกียรติชี้ไปยังภาพวาดดังกล่าว

ภาพวาดนั้นเป็นภาพทิวทัศน์ยามพลบค่ำที่งดงาม ‌มีผืนน้ำสะท้อนแสงสีส้มอมแดงของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า แต่สิ่งที่ทำให้สารวัตรภัทรกรขมวดคิ้วคือ... มีรอยคราบเลือดสีแดงเข้มกระเซ็นอยู่บนผืนผ้าใบบางส่วน ราวกับว่าผู้ก่อเหตุกระทำรุนแรงถึงขั้นที่เลือดกระเด็นไปโดน

"ภาพวาดชิ้นนี้มีชื่อว่าอะไร?" สารวัตรภัทรกรถาม

"ภาพ 'แสงสุดท้าย' ครับ เป็นผลงานของอาจารย์อรุณรัตน์ ‍จิตรศิลป์ เป็นภาพที่ท่านภูมิใจมากครับ" จ่าสมเกียรติเปิดแฟ้มดูข้อมูล "ท่านทูตวรวิทย์เป็นนักสะสมงานศิลปะตัวยง และภาพนี้ก็เป็นหนึ่งในชิ้นโปรดของท่านเลยครับ"

สารวัตรภัทรกรเดินเข้าไปใกล้ภาพวาดนั้นมากขึ้น กลิ่นอายของสีน้ำมันผสมผสานกับกลิ่นเลือดจางๆ ทำให้เขารู้สึกอึดอัด เขาเพ่งมองไปที่คราบเลือดบนภาพวาดนั้นอย่างละเอียด ​มันไม่ได้ดูกระเด็นแบบสุ่ม แต่เหมือนมีทิศทางบางอย่าง

"รอยเท้าของผู้หญิง... คราบเลือดบนภาพวาด... แล้วใครกันคือ 'ผู้หญิง' คนนั้น?" สารวัตรภัทรกรพึมพำกับตัวเอง

"เรากำลังไล่ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดภายในหอศิลป์อยู่ครับ แต่ก็มีบางจุดที่สัญญาณขาดหายไปพอดีในช่วงเวลาที่คาดว่าเกิดเหตุ" ​จ่าสมเกียรติเสริม

"มีอะไรที่ผิดปกติเกี่ยวกับภาพวาดนี้อีกไหม? นอกจากรอยเลือด"

"เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบความเสียหายของตัวภาพวาดครับ มีเพียงคราบเลือดที่ติดอยู่เท่านั้น"

สารวัตรภัทรกรเอื้อมมือไปแตะขอบขาตั้งภาพเบาๆ ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นผ่านปลายนิ้ว เขากวาดสายตาไปอีกครั้ง มองไปยังผลงานศิลปะอื่นๆ ที่ตั้งตระหง่านอยู่รอบตัว

"อาจารย์อรุณรัตน์ ​จิตรศิลป์... เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับประเทศใช่ไหม?"

"ใช่ครับ เป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง มีฝีมือเป็นเลิศ และมีผลงานที่เป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลกครับ"

"เราต้องรีบติดต่ออาจารย์อรุณรัตน์ให้เร็วที่สุด" สารวัตรภัทรกรกล่าวเสียงหนักแน่น "บางทีท่านอาจจะให้ข้อมูลบางอย่างที่เราต้องการได้"

ขณะที่เขากำลังจะก้าวต่อไป เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

"คุณสารวัตรคะ"

สารวัตรภัทรกรหันกลับไป เห็นคุณแพรวพรรณ ผู้จัดการหอศิลป์ ยืนทำท่าทีตื่นตระหนก ดวงตาแดงก่ำบ่งบอกว่าเธอยังคงเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"คุณแพรวพรรณ ผมสารวัตรภัทรกร มีอะไรจะแจ้งให้เราทราบเพิ่มเติมไหมครับ?"

"คือ... หนู... หนูคิดถึงบางอย่างค่ะ" คุณแพรวพรรณกล่าวเสียงสั่นเครือ "เมื่อวานนี้... ก่อนที่จะเกิดเรื่อง... มีคนเข้ามาที่หอศิลป์ค่ะ เขาเป็นผู้ชายค่ะ รูปร่างผอมสูง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำสนิท หน้าตาดูเคร่งขรึมมาก เขาเดินเข้ามาดูงานศิลปะโดยเฉพาะภาพ 'แสงสุดท้าย' อยู่นานมากค่ะ"

"นานแค่ไหนครับ?" สารวัตรภัทรกรถาม

"ก็... น่าจะประมาณครึ่งชั่วโมงได้ค่ะ เขายืนมองภาพนั้นเหมือนจะทะลุเข้าไปในภาพเลยค่ะ แล้วก็... เขาสัมผัสกับกรอบรูปเบาๆ ด้วยค่ะ"

"คุณจำรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับเขาได้ไหมครับ? ลักษณะใบหน้า? อายุ?"

"ไม่ชัดเจนค่ะ เพราะเขาใส่หมวกปีกกว้าง และก้มหน้าเล็กน้อยตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ค่ะ แต่... มีสิ่งหนึ่งที่หนูจำได้แม่นค่ะ" คุณแพรวพรรณชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "ตอนที่เขากำลังจะเดินออกไป เขากระซิบอะไรบางอย่างกับภาพ 'แสงสุดท้าย' ค่ะ หนูอยู่ไกลนิดหน่อย เลยไม่ได้ยินชัดๆ แต่หนูรู้สึกได้ว่าเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่... แปลกประหลาดค่ะ เหมือนกับ... กำลังพูดคุยกับภาพนั้นจริงๆ"

สารวัตรภัทรกรขมวดคิ้วแน่น "กระซิบอะไรนะครับ? พอจะจำได้ไหม?"

"ไม่เลยค่ะคุณสารวัตร มันเบามากจริงๆ ค่ะ แต่... หนูรู้สึกได้ถึงความเศร้า... และความโกรธบางอย่างในน้ำเสียงของเขาค่ะ"

"มีใครอื่นเห็นเขาคนนั้นอีกบ้างไหมครับ?"

"เท่าที่หนูสังเกต... ไม่มีค่ะ เพราะช่วงนั้นมีลูกค้าเข้ามาชมงานไม่มากนักค่ะ"

"แล้วมีประวัติการเข้าชมของบุคคลที่น่าสงสัย หรือบุคคลที่เคยมีปัญหากับท่านทูตวรวิทย์ หรือกับหอศิลป์แห่งนี้มาก่อนไหมครับ?"

คุณแพรวพรรณนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เท่าที่หนูทราบ... ไม่มีนะคะ ท่านทูตเป็นลูกค้าประจำของเราค่ะ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน"

"ความสัมพันธ์ที่ดี... แต่ก็มีคนกระทำเช่นนี้ได้" สารวัตรภัทรกรกล่าวอย่างช้าๆ "คุณแพรวพรรณครับ เมื่อสักครู่คุณบอกว่ามีรอยเลือดบนภาพ 'แสงสุดท้าย' ช่วยชี้ให้ผมดูหน่อย"

คุณแพรวพรรณเดินนำสารวัตรภัทรกรและจ่าสมเกียรติไปยังภาพวาดนั้น เธอชี้ไปยังจุดที่คราบเลือดกระเซ็นอยู่

"ตรงนี้ค่ะคุณสารวัตร"

สารวัตรภัทรกรก้มลงมองอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาเห็นว่าคราบเลือดนั้นกระจายตัวเป็นกลุ่มก้อนเล็กๆ ไม่ได้เป็นเพียงการกระเด็นแบบสุ่ม แต่เหมือนมีแรงกดหรือการสัมผัสที่ทำให้เลือดกระเด็นออกไปในลักษณะนั้น

"รอยคราบเลือดนี้... มันดูเหมือนจะ... ถูกป้ายบางส่วนด้วย?" สารวัตรภัทรกรตั้งข้อสังเกต

"ป้ายด้วยเหรอคะ?" คุณแพรวพรรณมองตาม

"ใช่... เหมือนมีใครบางคนพยายามจะลบมันออก หรืออาจจะ... พยายามจะ 'แก้ไข' อะไรบางอย่างบนภาพวาดนี้" สารวัตรภัทรกรกล่าว "รอยเท้าผู้หญิง... ชายปริศนาที่พูดคุยกับภาพวาด... คราบเลือดที่ดูเหมือนถูกป้าย... เรื่องราวเริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ แล้วสินะ"

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง แสงไฟสีทองที่เคยดูอบอุ่น บัดนี้กลับสะท้อนเงาอันบิดเบี้ยวของรูปปั้นต่างๆ ที่ตั้งอยู่ เป็นเงาที่ดูเหมือนกำลังเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงียบงัน

"จ่าสมเกียรติ" สารวัตรภัทรกรหันไปสั่ง "ให้ทีมงานตรวจสอบประวัติของศิลปินท่านนี้อย่างละเอียด รวมถึงประวัติของภาพวาด 'แสงสุดท้าย' ด้วย ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีเรื่องเล่าขาน หรือตำนานเกี่ยวกับภาพนี้หรือไม่"

"รับทราบครับคุณสารวัตร"

"และสิ่งที่สำคัญที่สุด... เราต้องตามหาชายปริศนาที่เข้ามาในหอศิลป์เมื่อวานนี้ให้เจอ" สารวัตรภัทรกรกล่าว "เขาคือเบาะแสสำคัญที่สุดในตอนนี้"

สายตาของเขากลับมาจ้องมองที่ภาพ 'แสงสุดท้าย' อีกครั้ง ความสวยงามของภาพทิวทัศน์ยามพลบค่ำนั้น บัดนี้กลับดูเหมือนมีบางสิ่งซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ผืนผ้าใบสีทองอร่ามนั้น... บางสิ่งที่เป็นต้นตอของโศกนาฏกรรมครั้งนี้

"แสงสุดท้าย... หรือจะเป็นแสงสุดท้ายของชีวิตท่านทูต?" สารวัตรภัทรกรพึมพำ เขาเชื่อว่าภาพวาดนี้ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของเหตุการณ์ แต่มีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับคดีนี้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้

เขาหันไปมองจ่าสมเกียรติ "สมเกียรติ... ส่งชุดสืบสวนไปตามหาเบาะแสที่อาจเกี่ยวข้องกับชายคนนั้น รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอาคารใกล้เคียงด้วย เราต้องหาภาพเขาให้เจอ"

"ครับคุณสารวัตร"

สารวัตรภัทรกรยังคงยืนนิ่งอยู่กลางโถงนิทรรศการ มองไปยังภาพวาดที่เต็มไปด้วยร่องรอยอันน่าสงสัย เงาปริศนาที่เขาเห็นในตอนแรก บัดนี้เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทว่า... ความจริงนั้นยังคงเลือนรางราวกับภาพวาดที่ถูกละเลงด้วยเลือด

เขาตั้งใจแน่วแน่ ว่าจะไขปริศนาแห่ง "ไอรัญศิลป์" แห่งนี้ให้จงได้ ไม่ว่าเงาปริศนานั้นจะซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดใดก็ตาม...

...แต่ทว่า...

เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นสัญญาณเรียกจากโลกภายนอก ที่กำลังจะนำพาเขาไปสู่การค้นพบที่อาจพลิกผันคดีไปโดยสิ้นเชิง...

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!