เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

ตอนที่ 11 — คำสารภาพที่ถูกซ่อนในพู่กัน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,187 คำ

กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ยังคงอวลอยู่ในอากาศของ "ไอรัญศิลป์" ดูเหมือนจะยิ่งหนาแน่นขึ้นทุกขณะ ราวกับเป็นเงาติดตามความตายที่เพิ่งพรากชีวิตศิลปินผู้มากพรสวรรค์อย่างอาจารย์ธีระศักดิ์ไป สารวัตรภัทรกรยืนนิ่งอยู่กลางโถงนิทรรศการหลักของหอศิลป์แห่งนี้ หัวใจของเขาสงบนิ่ง แต่สมองกำลังทำงานอย่างหนัก ‌ประสาทสัมผัสทุกส่วนกำลังรับข้อมูลจากสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความจริงและความลวง

เขากวาดสายตาไปรอบๆ ภาพวาดที่แขวนเรียงรายบนผนัง ไม่ว่าจะเป็นภาพทิวทัศน์อันงดงาม ภาพเหมือนบุคคลที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา หรือภาพนามธรรมที่สะท้อนอารมณ์อันซับซ้อน ล้วนเป็นผลงานที่อาจารย์ธีระศักดิ์ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างสรรค์ขึ้นมา บัดนี้ ผลงานเหล่านั้นกลับกลายเป็นฉากหลังอันน่าเศร้าสลดให้กับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น

"ท่านสารวัตรครับ ​เราพบสิ่งนี้ครับ" นักสืบหนุ่มที่ชื่อ 'เมฆ' เข้ามารายงานพร้อมกับถุงมือพลาสติกที่สวมอยู่ ใบหน้าของเขามีความกังวลปนเปื้อนอยู่เล็กน้อย

สารวัตรภัทรกรหันไปมองสิ่งที่เมฆถือมา มันเป็นพู่กันอันหนึ่ง สายตาลากยาวไปถึงด้ามจับที่ทำจากไม้มะเกลือขัดเงาอย่างดี ขนพู่กันยังคงมีคราบสีน้ำมันสีแดงสดติดอยู่เล็กน้อย ‍แต่สิ่งที่ทำให้สารวัตรภัทรกรขมวดคิ้วคือรอยบุ๋มเล็กๆ ที่ปรากฏอยู่บนด้ามจับ ใกล้กับส่วนที่เชื่อมต่อกับขนพู่กัน

"มันเป็นพู่กันของอาจารย์ธีระศักดิ์ครับ" เมฆอธิบาย "เราเจออยู่ในมือของท่านครับ เหมือนกับว่าท่านพยายามจะคว้ามันไว้ก่อนที่จะ... ก่อนที่จะสิ้นใจ"

สารวัตรภัทรกรรับพู่กันมาพิจารณาอย่างละเอียด เขาหมุนพู่กันไปมา ‌กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ที่ติดอยู่กับขนพู่กัน ชวนให้นึกถึงกลิ่นอายของชีวิตที่เคยมีอยู่เต็มเปี่ยมในตัวศิลปินผู้นี้ แต่รอยบุ๋มเล็กๆ นั่น... มันดูไม่เหมือนรอยขีดข่วนธรรมดา

"รอยนี้... ไม่ใช่ของมีคม" สารวัตรภัทรกรพึมพำ ‍"เหมือนถูกกดด้วยบางสิ่งบางอย่างที่แข็งและมีลักษณะเฉพาะ"

เขาขอให้เจ้าหน้าที่เก็บพู่กันไปตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยบุ๋มปริศนานั่น

"อาจารย์ธีระศักดิ์เป็นศิลปินที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในแง่ของอุปกรณ์การทำงานของท่านนะครับ" คุณหญิงอนงค์ ผู้จัดการหอศิลป์ "ท่านไม่เคยใช้อุปกรณ์อะไรที่พิเศษพิสดารไปกว่าพู่กันคุณภาพดีๆ และสีน้ำมันชั้นเยี่ยมเท่านั้น"

เสียงของคุณหญิงอนงค์ยังคงสั่นเครือ ดวงตาของเธอดูเศร้าหมอง แต่แววตาที่ฉายออกมานั้นกลับมีความมุ่งมั่นบางอย่างซ่อนอยู่

"แล้วมีใครบ้างครับที่คุณหญิงอนงค์ที่อาจารย์ธีระศักดิ์สนิทสนมเป็นพิเศษในช่วงนี้" ​สารวัตรภัทรกรถาม พยายามจับน้ำเสียงและความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของคุณหญิง

"สนิทสนม... อืม... อาจารย์ธีระศักดิ์เป็นคนเข้าสังคมยากสักหน่อยครับ ท่านจะทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับงานศิลปะของท่าน แต่ช่วงหลังๆ นี้... ท่านดูจะใกล้ชิดกับนักสะสมงานศิลปะคนหนึ่งเป็นพิเศษครับ ​เป็นคุณผู้ชายที่ชื่อ 'คุณชานนท์' เขาดูจะชื่นชมผลงานของท่านมาก และมักจะมาเยี่ยมเยียนที่หอศิลป์อยู่บ่อยๆ"

"คุณชานนท์... เป็นนักสะสมงานศิลปะ?"

"ใช่ครับ เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จ และมีรสนิยมด้านศิลปะสูงมาก ท่านเป็นคนใจป้ำ ​และมีอิทธิพลในวงการศิลปะไม่น้อยทีเดียวครับ"

สารวัตรภัทรกรพยักหน้า เขาจดชื่อ 'ชานนท์' ไว้ในสมุดบันทึก รอยบุ๋มบนด้ามพู่กันยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา มันอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ไขปริศนาที่ซ่อนอยู่

"นอกจากคุณชานนท์แล้ว มีใครอีกไหมครับที่อาจารย์ธีระศักดิ์มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด หรืออาจจะมีความขัดแย้งกัน"

คุณหญิงอนงค์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ก็... มีศิลปินรุ่นน้องคนหนึ่งครับ ชื่อ 'พัชร' เป็นลูกศิษย์เก่าของอาจารย์ธีระศักดิ์ แต่ช่วงหลังๆ มานี้ ดูเหมือนจะมีปัญหากันอยู่บ้างครับ ได้ยินว่าพัชรไม่พอใจที่อาจารย์ไม่ยอมรับผลงานของเขาเข้าแสดงในนิทรรศการนี้"

"ไม่พอใจ... ถึงขั้นลงมือได้เลยหรือครับ"

"ก็... ไม่แน่ใจครับ พัชรเป็นคนที่มีอารมณ์ร้อน แต่ก็เป็นศิลปินที่เก่งกาจคนหนึ่งครับ"

สารวัตรภัทรกรเดินไปยืนอยู่หน้าภาพวาดชิ้นสุดท้ายที่อาจารย์ธีระศักดิ์กำลังทำงานค้างอยู่ เป็นภาพขนาดใหญ่ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ รูปทรงของภาพยังดูคลุมเครือ แต่สีที่ใช้ดูมืดหม่นและเต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรง เหมือนเป็นภาพสะท้อนความเจ็บปวดของศิลปิน

"นี่คือผลงานชิ้นสุดท้ายของอาจารย์ธีระศักดิ์เหรอครับ"

"ใช่ค่ะ" คุณหญิงอนงค์ตอบเสียงเบา "ท่านตั้งใจจะให้เป็นผลงานชิ้นเอกของนิทรรศการนี้เลยทีเดียว"

สารวัตรภัทรกรสังเกตเห็นพู่กันอีกอันหนึ่งวางอยู่บนแท่นวาง ใกล้ๆ กับภาพวาดนั้น มันเป็นพู่กันที่ดูธรรมดาๆ กว่าอันที่พบในมือของอาจารย์ธีระศักดิ์ แต่เขาสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น

"ขอผมดูพู่กันอันนี้หน่อยครับ"

เมื่อได้เห็นพู่กันในมือ สารวัตรภัทรกรก็เห็นคราบสีน้ำมันสีดำสนิทติดอยู่ที่ปลายขนพู่กัน มันเป็นสีที่แตกต่างจากสีที่ใช้ในภาพวาดชิ้นอื่นๆ อย่างชัดเจน และที่สำคัญ... มีบางสิ่งเล็กๆ ติดอยู่ที่ด้ามจับของพู่กันนั้น

"นี่มัน..." สารวัตรภัทรกรหยิบอุปกรณ์พิเศษขึ้นมาเพื่อหยิบสิ่งเล็กๆ นั้นออกมาอย่างระมัดระวัง มันเป็นเศษเส้นใยเล็กๆ สีดำ

"ผมขอให้เจ้าหน้าที่เก็บสิ่งนี้ไปตรวจสอบด้วยนะครับ"

ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเก็บพู่กันและเศษเส้นใยไปตรวจสอบ สารวัตรภัทรกรก็หันไปถามคุณหญิงอนงค์อีกครั้ง

"คุณหญิงครับ อาจารย์ธีระศักดิ์มีศัตรูที่อาจจะต้องการแก้แค้นบ้างไหมครับ"

คุณหญิงอนงค์เงียบไปนาน เธอหลับตาลงเหมือนกำลังนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีต

"ศัตรู... อาจจะไม่ใช่คำที่ถูกต้องเสียทีเดียวค่ะ แต่... อาจารย์ธีระศักดิ์เคยมีเรื่องขัดแย้งกับนักวิจารณ์ศิลปะคนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนค่ะ ชื่อนาย 'ณัฐพล' นักวิจารณ์คนนั้นเขียนบทวิจารณ์ที่รุนแรงและโจมตีผลงานของอาจารย์อย่างหนัก จนอาจารย์เสียใจมาก และถอนตัวจากการแสดงงานไปพักใหญ่เลยทีเดียว"

"นายณัฐพล... เขาเป็นคนยังไงครับ"

"เป็นคนที่มีอคติรุนแรง และชอบใช้วาทศิลป์ที่คมคายในการทำลายชื่อเสียงของผู้อื่นค่ะ แต่หลังจากเรื่องนั้นไป อาจารย์ธีระศักดิ์ก็ไม่ได้พบเจอกับเขาอีกเลยค่ะ"

สารวัตรภัทรกรจดชื่อ 'ณัฐพล' ลงในสมุดบันทึกอีกครั้ง คดีนี้เริ่มมีผู้ต้องสงสัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ละคนก็มีแรงจูงใจที่แตกต่างกันไป

"แล้ว... เรื่องที่อาจารย์ธีระศักดิ์จะทำการแสดงงานครั้งใหญ่ในครั้งนี้... มีใครที่ได้รับผลกระทบจากการแสดงงานครั้งนี้บ้างไหมครับ"

คุณหญิงอนงค์มองไปรอบๆ โถงนิทรรศการด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย "ก็... หลายคนค่ะ แต่ที่ชัดเจนที่สุด น่าจะเป็น 'มูลนิธิศิลป์สรรค์' ครับ มูลนิธิแห่งนี้เคยเป็นผู้สนับสนุนหลักของอาจารย์ธีระศักดิ์มาโดยตลอด แต่ช่วงหลังๆ มานี้ ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์จะเริ่มห่างเหินไปครับ"

"ห่างเหิน... เพราะอะไรครับ"

"มีข่าวลือว่า... มูลนิธิฯ ต้องการให้นำผลงานศิลปะบางชิ้นที่อาจารย์ธีระศักดิ์สะสมไว้ มาจัดแสดงด้วย แต่ท่านปฏิเสธครับ ท่านบอกว่าผลงานเหล่านั้นมีความหมายส่วนตัวกับท่านมาก และไม่ต้องการให้ใครมายุ่งเกี่ยว"

สารวัตรภัทรกรเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว รอยบุ๋มบนพู่กัน, เศษเส้นใยสีดำ, ความขัดแย้งกับนักวิจารณ์, ปัญหากับลูกศิษย์, และความขัดแย้งกับมูลนิธิฯ ทุกอย่างเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในหัวของเขา

"ผมขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบประวัติของบุคคลที่คุณหญิงกล่าวมาทั้งหมดด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณชานนท์, พัชร, นายณัฐพล และที่มูลนิธิศิลป์สรรค์"

ขณะที่กำลังจะเดินออกจากโถงนิทรรศการ สารวัตรภัทรกรก็เหลือบไปเห็นลายเซ็นของอาจารย์ธีระศักดิ์ที่มุมล่างของภาพวาดชิ้นหนึ่ง ลายเซ็นนั้นเป็นลายเซ็นที่คุ้นเคย แต่เมื่อมองใกล้ๆ เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ

"นี่มัน..." สารวัตรภัทรกรเพ่งมองลายเซ็นนั้นอย่างพิจารณา เขาพบว่าลายเซ็นดูเหมือนจะถูกเขียนทับลงไปอีกครั้งหนึ่ง ด้วยหมึกสีดำ และรอยปากกาที่ใช้เขียนทับนั้น... มีลักษณะคล้ายกับรอยบุ๋มบนด้ามพู่กันที่เขาพบ

"เมฆ! มานี่!" สารวัตรภัทรกรเรียกนักสืบหนุ่มเข้ามา

"คุณเห็นลายเซ็นนี่ไหม?"

เมฆก้มลงมองลายเซ็นนั้นด้วยความสงสัย "เห็นครับ เป็นลายเซ็นของอาจารย์ธีระศักดิ์"

"แต่... มันไม่ใช่ลายเซ็นที่เขียนด้วยปากกาของอาจารย์ธีระศักดิ์" สารวัตรภัทรกรพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ลองสังเกตดูดีๆ สิ รอยปากกานี้... มันแฝงบางอย่างที่น่าสงสัย"

สารวัตรภัทรกรหยิบอุปกรณ์ขยายภาพออกมา และส่องไปยังลายเซ็นนั้นอย่างละเอียด เขาเห็นร่องรอยของหมึกสีดำที่เขียนทับลงไปบนลายเซ็นเดิมอย่างแนบเนียน และลักษณะของรอยหมึกที่ดูหนาแน่นกว่าลายเซ็นเดิมเล็กน้อย

"เหมือนถูกเขียนทับด้วยอะไรบางอย่างที่แข็ง... และมีลักษณะเฉพาะ..." สารวัตรภัทรกรพึมพำ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย

"ท่านสารวัตรหมายความว่า..." เมฆถาม

"ผมคิดว่า... อาจารย์ธีระศักดิ์อาจจะกำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับเรา ผ่านลายเซ็นที่ถูกเขียนทับนี้" สารวัตรภัทรกรกล่าว "และรอยบุ๋มบนพู่กัน... มันอาจจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารนั้น"

เขารู้สึกได้ว่าปริศนาที่ซับซ้อนนี้กำลังเริ่มคลี่คลาย แต่ก็ยังคงมีเงื่อนงำอีกมากมายที่รอการค้นพบ

"เราต้องตรวจสอบลายเซ็นนี้อย่างละเอียดที่สุด" สารวัตรภัทรกรสั่งการ "ผมต้องการรู้ว่าหมึกที่ใช้คืออะไร และปากกาที่ใช้เขียนทับมัน... คืออะไรกันแน่"

ขณะที่เขากำลังคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของหอศิลป์ ก็ดูเหมือนจะส่องกระทบภาพวาดชิ้นหนึ่งที่อยู่มุมห้อง ภาพนั้นเป็นภาพเหมือนของชายชราคนหนึ่ง ใบหน้าของชายชราดูใจดี แต่ดวงตาคู่นั้นกลับมีประกายบางอย่างที่ดูเฉลียวฉลาดและลึกลับ

"ใครคือบุคคลในภาพนี้ครับคุณหญิง?" สารวัตรภัทรกรถาม

คุณหญิงอนงค์มองตามสายตาของสารวัตรภัทรกร "อ้อ... นั่นเป็นภาพวาดเก่าแก่ค่ะ เป็นภาพของคุณตาของดิฉันเอง ท่านเป็นนักสะสมงานศิลปะ และเป็นผู้ก่อตั้งหอศิลป์แห่งนี้ขึ้นมาค่ะ"

สารวัตรภัทรกรเดินเข้าไปใกล้ภาพวาดนั้น ดวงตาของเขามองสำรวจใบหน้าของชายชราอย่างพิจารณา รอยยิ้มบนใบหน้านั้นดูคุ้นเคยอย่างประหลาด... ประหลาดจนน่าขนลุก

บางที... ความจริงอาจจะซ่อนอยู่ที่นี่... ในอดีตอันลึกลับของ "ไอรัญศิลป์" แห่งนี้ก็เป็นได้...

(จบตอนที่ 11)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!