กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ค้างอยู่ในโถงหลักของ "ไอรัญศิลป์" คล้ายจะก่อตัวเป็นหมอกหนาทึบยิ่งกว่าเดิม สารวัตรภัทรกรยืนนิ่งราวกับรูปสลักโบราณ ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจรอบกายอย่างถี่ถ้วน ภาพของอาจารย์ธีระศักดิ์ ศิลปินผู้ล่วงลับนอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหน้า ยังคงเป็นภาพติดตาที่ยากจะลบเลือน มันคือหลักฐานอันน่าสะพรึงกลัวของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในสถานที่อันควรจะเป็นแหล่งบ่มเพาะสุนทรียภาพ
"ความเงียบที่นี่มันน่าขนลุกนะครับสารวัตร" ผู้กองเมธาเอ่ยขึ้นเบาๆ พยายามทำลายบรรยากาศที่อึดอัด ราวกับว่าทุกสิ่งรอบตัวกำลังกลั้นหายใจรอคอยการปรากฏตัวของบางอย่าง
สารวัตรภัทรกรไม่ตอบ เขาย่อตัวลงข้างศพอีกครั้ง กลิ่นโลหะฉุนกึกของเลือดที่เริ่มแห้งกรังปะทะจมูกอีกครั้ง เขาหยิบถุงมือยางมาสวมอย่างรวดเร็ว มือที่เคยจับปากกาปากกาเล่า ปากกาที่ใช้เซ็นเอกสาร กลับต้องมาสัมผัสกับความตายอันเย็นเยียบ
"ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ รุนแรงมากนัก" เขาพึมพำ สังเกตการณ์บริเวณรอบศพอย่างละเอียด "เสื้อผ้าไม่ยับยู่ยี่ ไม่มีรอยข่วนรอยฟกช้ำ หรือรอยปัดป้องใดๆ"
"นั่นหมายความว่าอย่างไรครับสารวัตร? ผู้ต้องสงสัยอาจจะรู้จักท่านอาจารย์มาก่อน?" ผู้กองเมธาตั้งข้อสันนิษฐาน
"หรือไม่ก็... เขาถูกทำให้หมดสติ หรือวางใจก่อนถูกทำร้าย" สารวัตรภัทรกรต่อ เขาชี้ไปยังรอยเขียวคล้ำเล็กๆ ที่บริเวณต้นคอของอาจารย์ธีระศักดิ์ "ตรงนี้... เป็นไปได้ว่าอาจจะถูกกดจุด หรือถูกฉีดอะไรบางอย่างเข้าไป"
เขาหยิบกระจกบานเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ตรวจสอบใต้เล็บของอาจารย์ธีระศักดิ์อย่างละเอียด "ไม่มีเศษผิวหนัง หรือเส้นผมของบุคคลอื่นติดอยู่เลย"
"แล้วอาวุธล่ะครับ? เราเจออะไรที่ตรงกับบาดแผลบ้างไหม?" ผู้กองเมธาถามต่อ
"ยังไม่เจอ" สารวัตรภัทรกรเงยหน้าขึ้นมองเพดานสูงของโถงหอศิลป์ "บาดแผลที่ลำคอนั้นลึกและแม่นยำมาก ราวกับถูกกรีดด้วยของมีคมที่บางเฉียบและคมกริบ แต่เรายังไม่พบมีดหรือวัตถุใดที่เข้าข่าย"
เขาผายมือไปยังภาพวาดขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังด้านหนึ่ง เป็นภาพสีน้ำมันรูปหญิงสาวในชุดราตรีสีดำ ใบหน้าสวยงามแต่แฝงด้วยความเศร้าหมอง ดวงตาคู่นั้นราวกับกำลังมองทะลุมายังพวกเขาทุกคน
"ภาพนี้... อาจารย์ธีระศักดิ์เพิ่งจะวาดเสร็จเมื่อวานนี้เอง" คุณหญิงจรรยา ผู้จัดการหอศิลป์ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ไม่ไกล กล่าวเสียงสั่นเครือ "มันเป็นผลงานชิ้นเอกชิ้นสุดท้ายของท่าน"
สารวัตรภัทรกรเดินเข้าไปใกล้ภาพวาดนั้น พิจารณาอย่างพิจารณา เขาเห็นฝีแปรงที่ละเอียดอ่อน สีสันที่จัดจ้าน แต่ก็แฝงด้วยความหม่นหมอง สมกับเป็นผลงานของศิลปินชื่อดัง
"หญิงสาวในภาพ... คือใครครับ?" เขาถาม
"เป็นหญิงสาวนิรนามที่ท่านอาจารย์พบเจอในความฝัน" คุณหญิงจรรยาตอบ "ท่านบอกว่าเธอเป็นแรงบันดาลใจชิ้นสำคัญของท่าน"
สารวัตรภัทรกรพยักหน้าช้าๆ เขามองไปยังมุมหนึ่งของห้อง ที่ซึ่งมีพู่กัน จานสี และผืนผ้าใบที่ยังไม่ได้ลงสีตั้งอยู่ "มีใครเข้ามาในสตูดิโอของท่านอาจารย์บ้างครับ?"
"มีเพียงผมกับคุณหญิงเท่านั้นครับ" สมชาย ช่างศิลป์ประจำหอศิลป์ที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้น "ผมเข้ามาช่วยท่านจัดเตรียมอุปกรณ์ และเก็บกวาดบ้างเป็นครั้งคราว ส่วนคุณหญิงก็เข้ามาพูดคุยเรื่องการจัดแสดงงาน"
"แล้วเมื่อคืนนี้... ใครอยู่กับท่านอาจารย์บ้าง?"
"ไม่มีใครเลยครับ" สมชายตอบทันที "ผมเห็นท่านนั่งทำงานอยู่ในสตูดิโอจนดึก ผมก็กลับบ้านไปแล้ว"
"แล้วคุณหญิงล่ะครับ?"
"ฉันกลับไปก่อนท่านอาจารย์จะเริ่มทำงานค่ะ" คุณหญิงจรรยาตอบ "ฉันมีนัดสำคัญในตอนค่ำ"
สารวัตรภัทรกรกลับมาที่จุดที่อาจารย์ธีระศักดิ์เสียชีวิต เขาหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกครั้ง สายตาของเขากวาดไปทั่วโถงอย่างช้าๆ ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่างที่ถูกซ่อนเร้น
"รอยสี... " เขาพึมพำ "รอยสีบนพื้น"
ผู้กองเมธาก้มลงมองตาม เขาสังเกตเห็นรอยสีน้ำเงินเข้มจางๆ ที่กระจายเป็นหย่อมๆ ใกล้กับร่างของอาจารย์ธีระศักดิ์ "นี่มัน... สีจากพู่กันหรือเปล่าครับ?"
"ไม่ใช่" สารวัตรภัทรกรส่ายหน้า "มันดูเหมือน... ถูกป้ายลงไป"
เขาหยิบชุดอุปกรณ์เก็บหลักฐานออกมาอีกครั้ง สวมถุงมือแล้วค่อยๆ ช้อนเก็บรอยสีนั้นอย่างระมัดระวัง "สีนี้... คุ้นๆ"
เขาชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรีบกลับมาสงบนิ่ง
"สีที่ใช้ในภาพวาดหญิงสาวนิรนามนั่น..." เขาหันไปมองภาพวาดหญิงสาวอีกครั้ง "คือสีน้ำเงินเข้มแบบนี้ใช่ไหมครับ?"
คุณหญิงจรรยาพยักหน้า "ใช่ค่ะ ท่านอาจารย์ใช้สีน้ำเงินชนิดพิเศษนี้ในการวาดดวงตาของเธอ"
สารวัตรภัทรกรเดินไปที่สตูดิโอของอาจารย์ธีระศักดิ์อีกครั้ง เขาสำรวจทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด พยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างรอยสีปริศนาบนพื้นโถง กับการฆาตกรรมที่เกิดขึ้น
"สมชาย... ปกติแล้วอาจารย์ธีระศักดิ์จะเก็บสีน้ำเงินเข้มชนิดนี้ไว้ที่ไหน?"
"ในตู้เก็บสีครับสารวัตร" สมชายชี้ไปที่ตู้ไม้บานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง "แต่... สีขวดนั้นมันอยู่บนโต๊ะทำงานของท่านครับ"
สารวัตรภัทรกรเดินไปที่โต๊ะทำงานของอาจารย์ธีระศักดิ์ เขาเปิดตู้เก็บสีออกดูอย่างรวดเร็ว สียี่ห้อเดียวกัน สีน้ำเงินเข้มชนิดพิเศษ บรรจุอยู่ในขวดที่เหมือนกันหลายขวด
"ขวดนี้..." เขาหยิบขวดสีหนึ่งออกมา "เหมือนกับที่เห็นบนโต๊ะทำงานของอาจารย์"
"แล้ว... แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับรอยสีบนพื้นล่ะครับ?" ผู้กองเมธาถาม
"ถ้าสีนี้มันหก... หรือเลอะเทอะ ก็ควรจะอยู่ใกล้ๆ กับแหล่งที่มันถูกใช้" สารวัตรภัทรกรกล่าว "แต่รอยสีที่พบ มันอยู่ห่างจากสตูดิโอพอสมควร... และลักษณะการกระจายตัวก็แปลก"
เขากลับมาที่โถงอีกครั้ง มองไปยังจุดที่พบรอยสีอีกครั้ง ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ผนังด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของภาพวาดขนาดเล็กรูปกุหลาบสีแดงฉาน
"ภาพนี้..." เขาเดินเข้าไปใกล้ "ภาพนี้ก็เป็นผลงานของอาจารย์ธีระศักดิ์เช่นกันใช่ไหมครับ?"
"ใช่ค่ะ" คุณหญิงจรรยาตอบ "เป็นภาพที่ท่านวาดเมื่อหลายปีก่อน"
สารวัตรภัทรกรเดินสำรวจภาพวาดกุหลาบสีแดงอย่างละเอียด เขาเห็นรอยเปื้อนเล็กๆ สีดำที่ขอบเฟรมภาพด้านล่าง
"รอยเปื้อนนี้... มันคืออะไรครับ?" เขาชี้ไปที่รอยเปื้อนนั้น
"ไม่ทราบเลยค่ะ" คุณหญิงจรรยาขมวดคิ้ว "ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน"
สารวัตรภัทรกรใช้แหนบค่อยๆ เก็บตัวอย่างรอยเปื้อนนั้นใส่ซองหลักฐาน จากนั้นเขาก็เดินกลับมาที่ร่างของอาจารย์ธีระศักดิ์อีกครั้ง
"สังเกตไหมครับ... ว่ารอบๆ ร่างอาจารย์ธีระศักดิ์... มีรอยอะไรอีกบ้าง?"
ผู้กองเมธากวาดสายตาไปรอบๆ อีกครั้ง "มี... มีผงสีขาวๆ เล็กน้อยครับสารวัตร"
"ไม่ใช่ผงสี" สารวัตรภัทรกรบอก "มันคือ... เศษปูน"
เขาหันไปมองผนังด้านตรงข้ามกับภาพกุหลาบสีแดง ที่นั่นเป็นผนังเรียบๆ ที่ทาสีขาวสะอาดตา
"ผนังตรงนี้... มีร่องรอยการถูกกระแทก หรือถูกขูดขีดไหมครับ?"
คุณหญิงจรรยาเดินเข้าไปสำรวจอย่างใกล้ชิด "ไม่มีนะคะ... ดูเหมือนปกติทุกอย่าง"
"แต่ผมเห็น... รอยบางๆ ตรงนี้" สารวัตรภัทรกรชี้ไปที่ผนังด้านหนึ่ง "มันเหมือน... รอยลาก"
เขาเอาไฟฉายขนาดเล็กส่องผนังอย่างละเอียด "มีเศษปูนเล็กๆ ติดอยู่ตรงรอยนี่ด้วย"
สารวัตรภัทรกรเงยหน้าขึ้นมองเพดานอีกครั้ง ดวงตาของเขาฉายแววบางอย่าง ราวกับกำลังปะติดปะต่อชิ้นส่วนของปริศนาที่กระจัดกระจาย
"บางที... เราอาจจะกำลังมองข้ามบางสิ่งที่สำคัญไป" เขาพึมพำ "บางสิ่งที่... ซ่อนอยู่ในสายตาของเรา"
เขาหันกลับมามองรอยสีน้ำเงินเข้มบนพื้นอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ หรี่ตาลงมองไปที่ภาพวาดหญิงสาวในชุดราตรีสีดำอีกครั้ง
"สีน้ำเงินเข้ม... รอยสี... เศษปูน... และรอยลากบนผนัง" เขาไล่เรียงในใจ "มันเชื่อมโยงกันได้อย่างไร?"
ทันใดนั้นเอง ดวงตาของสารวัตรภัทรกรก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขามองไปยังมุมหนึ่งของโถง ที่เป็นส่วนที่ค่อนข้างมืดสลัวกว่าบริเวณอื่น
"ผู้กองเมธา... คุณเห็นอะไรตรงนั้นไหม?"
ผู้กองเมธาหันไปมองตาม "เหมือน... เป็นช่องอะไรสักอย่างครับสารวัตร"
สารวัตรภัทรกรเดินเข้าไปใกล้ เขาเห็นว่าผนังด้านหนึ่งในมุมมืดนั้น มีรอยต่อของแผ่นไม้ที่ดูไม่เรียบเนียน ราวกับถูกซ่อมแซมอย่างหยาบๆ
"มันไม่ใช่ผนังปกติ" เขาพึมพำ "มันถูกปิดทับอะไรบางอย่างไว้"
เขาค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วลูบไปตามรอยต่อของแผ่นไม้ สัมผัสได้ถึงความไม่สม่ำเสมอ
"ผมว่า... เรามีอะไรบางอย่างที่ต้องเปิดเผยที่นี่" เขากล่าว เสียงของเขาหนักแน่นขึ้น "และบางที... มันอาจจะเป็นเบาะแสสำคัญที่จะนำพาเราไปสู่ฆาตกรตัวจริง"
เขาหยิบชุดเครื่องมือขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋า และค่อยๆ เริ่มงัดแผ่นไม้ที่ปิดทับช่องนั้นออกอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมหอศิลป์แห่งนี้ มีเพียงเสียงไม้ที่ค่อยๆ แตกหักดังขึ้นเป็นระยะ
สารวัตรภัทรกรหยุดชะงัก รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
"เจอแล้ว..." เขาพึมพำ "ในที่สุด... ก็เจอจนได้"

เงาปริศนา ณ แพร่งพราย
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก