กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ยังคงลอยอวลอยู่ในโถงหลักของ "ไอรัญศิลป์" บัดนี้กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศอันวังเวง สารวัตรภัทรกรยืนนิ่ง ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริสตัลกลางโถง เขากวาดสายตาไปยังรูปปั้น "มรณะแห่งบุปผา" ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันคือผลงานชิ้นเอกของอาจารย์ธีระศักดิ์ ศิลานนท์ ผู้ล่วงลับ ภาพของเลือดสีแดงฉานที่เคยย้อมพื้นหินอ่อนให้กลายเป็นสีเลือดหมู ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำราวกับเป็นฝันร้ายที่ยังไม่เลือนหาย
"คุณภัทรกรครับ" เสียงเล็กแหลมของพิมพ์ผกา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของสารวัตร เธอเดินถือแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มเข้ามาใกล้ ใบหน้าซีดเซียวปรากฏริ้วรอยแห่งความเหนื่อยอ่อน "ผลการตรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับวัตถุที่พบในจุดเกิดเหตุเสร็จแล้วครับ"
สารวัตรภัทรกรหันไปรับแฟ้มมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว ลายมือหวัดๆ ของเจ้าหน้าที่นับสิบที่ประทับตราไว้ทั่วเอกสารบ่งบอกถึงความรีบร้อนและความละเอียดถี่ถ้วน
"นี่คืออะไร?" เขาเอ่ยถามพลางชี้ไปยังรายการหนึ่งในเอกสาร "เศษผ้าลินินสีดำ? มีลักษณะเฉพาะอย่างไร?"
"วัตถุชิ้นนี้พบติดอยู่กับปลายมีดที่ใช้ก่อเหตุครับ เป็นเศษผ้าขนาดเล็กมาก อาจจะหลุดติดมาตอนที่คนร้ายใช้มีดกระชาก" พิมพ์ผกาอธิบาย "จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามันเป็นผ้าลินินคุณภาพสูงที่ผ่านการย้อมสีดำสนิท เป็นสีที่หาได้ยากในท้องตลาดทั่วไปครับ"
สารวัตรภัทรกรขมวดคิ้ว เขาพยายามนึกภาพว่าใครกันที่จะสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าลินินย้อมสีดำสนิทในลักษณะนั้น "มีที่มาที่ไปของสีนี้ไหม?"
"ยังครับ ในเอกสารระบุเพียงว่าเป็นสีดำที่ให้ความรู้สึกเข้มข้น ล้ำลึก และมีความทนทานต่อแสงสูงกว่าสีดำทั่วไปครับ" พิมพ์ผกาตอบ "แต่เรากำลังส่งตัวอย่างไปวิเคราะห์เพิ่มเติมที่ห้องแล็บของมหาวิทยาลัย เพื่อดูส่วนประกอบของสีย้อม อาจจะช่วยให้เราจำกัดวงของผู้ต้องสงสัยได้"
สารวัตรภัทรกรพยักหน้า เขาพลิกหน้ากระดาษต่อไป รายการวัตถุพยานอื่นๆ ปรากฏขึ้น ทั้งรอยนิ้วมือที่เลือนราง รองเท้าที่ทิ้งรอยไว้เพียงบางเบา และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อีกมากมายที่ค่อยๆ ถูกรวบรวม แต่ยังไม่มีสิ่งใดที่ชี้ชัดไปยังตัวฆาตกร
"แล้วเรื่องของผู้เข้าชมงานคืนนั้นล่ะครับ" สารวัตรเอ่ยถาม "มีรายชื่อของผู้ที่เข้าไปในห้องเก็บผลงานในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการเสียชีวิตของอาจารย์ธีระศักดิ์ บ้างไหม?"
"มีครับ" พิมพ์ผกาเปิดหน้าถัดไป "จากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่หลายจุด เราสามารถบันทึกรายชื่อผู้เข้าชมที่เดินผ่านโถงนี้ในช่วงเวลาประมาณ 22:00 น. ถึง 23:00 น. ได้ประมาณ 15 รายชื่อครับ"
สารวัตรภัทรกรไล่สายตาอ่านรายชื่อเหล่านั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ดวงตาของเขาหยุดนิ่งที่ชื่อหนึ่ง
"คุณนพดล พิพัฒน์พงษ์?" เขาเอ่ยทวนชื่อนั้นเบาๆ "เขามาทำอะไรที่นี่?"
"คุณนพดลเป็นนักสะสมงานศิลปะรายใหญ่ครับ มีชื่อเสียงในวงการมานาน และเขาก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ให้ความสนใจผลงานของอาจารย์ธีระศักดิ์เป็นพิเศษเช่นกันครับ" พิมพ์ผกาอธิบาย "จากภาพวิดีโอ เขาปรากฏตัวอยู่ในโถงหลักเป็นเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนจะเดินเข้าไปในโซนจัดแสดงผลงานใหม่ ซึ่งอยู่ติดกับห้องเก็บผลงานของอาจารย์ธีระศักดิ์"
"แล้วเขามีปฏิสัมพันธ์กับอาจารย์ธีระศักดิ์ในคืนนั้นบ้างไหม?"
"จากที่ตรวจสอบ ยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีการพูดคุยหรือเผชิญหน้ากันครับ แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดบางจุดถูกบดบังด้วยรูปปั้นขนาดใหญ่ ทำให้เราเห็นภาพไม่สมบูรณ์ทั้งหมด"
สารวัตรภัทรกรวางแฟ้มเอกสารลง เขาเดินไปยังกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพโถงอันโอ่อ่า ภาพของเขาเองที่ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะที่เต็มไปด้วยปริศนา
"คุณนพดลเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆ ที่เราต้องตรวจสอบอย่างละเอียด" เขาพูดพลางหันกลับมาเผชิญหน้ากับพิมพ์ผกา "ผมอยากให้คุณตรวจสอบประวัติของคุณนพดลทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องธุรกิจการเงิน ความสัมพันธ์กับอาจารย์ธีระศักดิ์ และที่สำคัญที่สุด คือการเดินทางของเขาในช่วงเวลาก่อนและหลังเกิดเหตุ"
"รับทราบครับ" พิมพ์ผกาตอบรับอย่างแข็งขัน
"และอีกเรื่องหนึ่ง" สารวัตรภัทรกรเดินไปยังมุมหนึ่งของโถง ซึ่งมีประตูเหล็กบานใหญ่ตั้งอยู่ "ห้องเก็บผลงานของอาจารย์ธีระศักดิ์ เราได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วใช่ไหม?"
"ใช่ครับ เราได้ทำการตรวจหาหลักฐานทุกซอกทุกมุมแล้วครับ" พิมพ์ผกาเอ่ย "ไม่พบร่องรอยการงัดแงะ หรือการต่อสู้ที่ชัดเจนภายในห้องนั้น มีเพียงรอยเลือดของผู้เสียชีวิตเท่านั้นที่พบอยู่บนพื้น"
"ผมอยากจะเข้าไปดูอีกครั้ง" สารวัตรกล่าว "บางที สายตาที่สดใหม่ อาจจะมองเห็นในสิ่งที่สายตาที่เหนื่อยล้าพลาดไป"
เมื่อสารวัตรภัทรกรเดินเข้าไปในห้องเก็บผลงานที่ปิดตาย บรรยากาศก็ยิ่งทึบแน่นขึ้น กลิ่นอับชื้นของสีน้ำมันและกระดาษเก่าผสมปนเปกับกลิ่นจางๆ ของเลือดที่ยังคงคุกรุ่น แม้จะผ่านการทำความสะอาดไปแล้วก็ตาม แสงไฟสีขาวนวลสาดส่องลงมา เผยให้เห็นผืนผ้าใบที่ถูกแขวนอย่างเป็นระเบียบ บ้างก็เป็นภาพร่างที่ยังไม่สมบูรณ์ บ้างก็เป็นผลงานที่เสร็จสิ้นแล้ว
สารวัตรภัทรกรเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจซ่อนความหมายบางอย่างไว้ เขาเดินผ่านรูปปั้น "มรณะแห่งบุปผา" ที่ถูกนำมาตั้งไว้ในมุมหนึ่งของห้อง แทนที่จะอยู่ในโถงหลัก เขาจำได้ว่ารูปปั้นชิ้นนี้เคยเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างมากในหมู่นักวิจารณ์ศิลปะ เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับรูปแบบงานของศิลปินนิรนามคนหนึ่ง ที่เคยสร้างผลงานแนวลึกลับและน่าสะพรึงกลัวเมื่อหลายปีก่อน
"อาจารย์ธีระศักดิ์มีศัตรูบ้างไหมครับ?" สารวัตรเอ่ยถามพิมพ์ผกาที่ยืนรออยู่ข้างๆ
"ตามประวัติแล้ว อาจารย์เป็นคนค่อนข้างเก็บตัวครับ ไม่ค่อยมีปัญหากับใคร แต่ก็เคยมีข่าวลือเกี่ยวกับความขัดแย้งกับนักสะสมงานศิลปะบางราย ที่ไม่พอใจในราคาผลงานของท่าน หรือไม่ก็พยายามกดราคา แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องรุนแรงถึงขั้นนี้ครับ"
สารวัตรภัทรกรเดินไปที่โต๊ะทำงานของอาจารย์ธีระศักดิ์ เขาพลิกดูเอกสารต่างๆ ที่วางอยู่ ทั้งสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยลายมือหวัดๆ ภาพร่าง และจดหมายบางฉบับที่ถูกเปิดอ่านแล้ว
"นี่คืออะไร?" เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา มันเป็นภาพร่างลายเส้นที่ดูเหมือนจะเป็นแผนผังบางอย่าง แต่กลับดูไม่สมบูรณ์ และมีสัญลักษณ์แปลกๆ วาดกำกับอยู่
"นั่นคือแผนผังของหอศิลป์ครับ" พิมพ์ผกาอธิบาย "เราพบมันวางอยู่บนโต๊ะของอาจารย์ คาดว่าท่านอาจจะกำลังปรับปรุงการจัดวางผลงาน หรือมีแผนการบางอย่างเกี่ยวกับหอศิลป์"
สารวัตรภัทรกรเพ่งมองแผนผังนั้นอย่างพิจารณา เขาเห็นว่าส่วนที่ถูกทำเครื่องหมายเป็นพิเศษคือโซนจัดแสดงผลงานใหม่ และห้องเก็บผลงานของอาจารย์เอง มีลูกศรชี้ไปยังจุดที่ระบุว่าเป็น "ทางลับ" ซึ่งเขาไม่เคยทราบมาก่อน
"ทางลับ?" สารวัตรเอ่ยทวน "มีทางลับในหอศิลป์แห่งนี้จริงๆ หรือ?"
"เท่าที่ทราบ ไม่มีการบันทึกถึงทางลับใดๆ ในแบบแปลนของอาคารนี้ครับ" พิมพ์ผกาตอบด้วยสีหน้าประหลาดใจ "อาจจะเป็นสิ่งที่อาจารย์ธีระศักดิ์สร้างขึ้นมาเองก็ได้"
สารวัตรภัทรกรเดินตามลูกศรที่ชี้ไปยังผนังด้านหนึ่งของห้อง เขาแตะผนังเบาๆ ผิวสัมผัสเรียบเนียน ไม่มีร่องรอยของประตูหรือช่องลับใดๆ แต่เมื่อเขาลองกดลงไปที่จุดที่ระบุว่าเป็น "ทางลับ" บนแผนผัง เสียง "คลิก" เบาๆ ก็ดังขึ้นมา
ผนังส่วนนั้นค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นช่องทางที่มืดมิดและแคบ บรรยากาศที่เย็นยะเยือกกว่าภายในห้องเก็บผลงานแผ่ซ่านออกมา
"ไม่น่าเชื่อ..." พิมพ์ผกาอุทานด้วยความตกตะลึง
สารวัตรภัทรกรก้าวเท้าเข้าไปในช่องทางนั้นอย่างระมัดระวัง เขาเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ ส่องนำทางไปในความมืด เขาสัมผัสได้ถึงฝุ่นที่จับตัวหนา และกลิ่นอับที่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"เราต้องสำรวจให้ทั่วถึง" เขาพูด เสียงสะท้อนก้องไปในทางเดินแคบๆ "บางที เงาปริศนาที่เราตามหา อาจจะซ่อนตัวอยู่ในความมืดนี้ก็เป็นได้"
ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากความมืดเบื้องหน้า มันเป็นเสียงที่ไม่คุ้นเคย เป็นเสียงที่ทำให้หัวใจของสารวัตรภัทรกรเต้นระรัว
"ใครน่ะ!" เขาตะโกนถาม
แต่ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบงันที่กลับมาเยือนอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกที่บอกเป็นนัยว่า พวกเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังในทางเดินอันมืดมิดนี้…

เงาปริศนา ณ แพร่งพราย
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก