เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

ตอนที่ 29 — เผยปมเงื่อนร้อยพัน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,023 คำ

กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ยังคงลอยอวลอยู่ในโถงหลักของ "ไอรัญศิลป์" บัดนี้กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศอันวังเวง สารวัตรภัทรกรยืนนิ่ง ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริสตัลกลางโถง เขากวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ ความเงียบที่ปกคลุมสถานที่แห่งนี้หลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อคืนก่อน ‌ช่างต่างจากภาพที่เคยเห็นจากข่าวประชาสัมพันธ์อันโอ่อ่าราวฟ้ากับเหว

“ทุกอย่างที่พบเป็นยังไงบ้างครับสารวัตร” เสียงของหมวดชัชวาลดังขึ้นข้างหู ทำลายความเงียบที่ครอบงำ

ภัทรหันไปมองหมวดหนุ่มที่ยืนรอคำตอบด้วยความกระตือรือร้น “ยังไม่มีอะไรบ่งชี้ถึงการต่อสู้รุนแรง นอกจากรอยเลือดที่พบ ร่างของผู้ตายถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบเกินไป” เขาตอบพลางพยักเพยิดไปยังแท่นวางผลงานศิลปะที่บัดนี้กลายเป็นฐานรองรับร่างไร้วิญญาณของมาดามอรทัย เจ้าของหอศิลป์ชื่อดัง

“แล้วเรื่องอาวุธล่ะครับ”

“ยังไม่พบครับ ​ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบ แต่จากบาดแผล... ไม่น่าจะเป็นของมีคมทั่วไป” ภัทรขมวดคิ้ว เขาจำได้ถึงรอยแผลประหลาดที่เห็นบนลำคอของผู้ตาย รอยนั้นลึกและดูเหมือนจะเกิดจากแรงกดที่รุนแรง ไม่ใช่การกรีด

“เราเจออะไรที่น่าสนใจในห้องทำงานของมาดามอรทัยครับ” ผู้หมวดชัชวาลยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลมาให้ ‍“เป็นบันทึกประจำวันของเธอ”

ภัทรรับซองมาเปิดออกอย่างรวดเร็ว ตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันสง่างามของมาดามอรทัย ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เขาเริ่มอ่านอย่างตั้งใจ บันทึกนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวชีวิตส่วนตัว ความสำเร็จในวงการศิลปะ และความกังวลเล็กๆ น้อยๆ ‌เกี่ยวกับการบริหารหอศิลป์ แต่แล้ว สายตาของเขาก็หยุดนิ่งที่หน้าหนึ่งที่ถูกขีดเส้นใต้ไว้หลายครั้ง

“ความลับของ ‘ไอรัญศิลป์’ ไม่ใช่แค่ผลงานศิลปะ แต่คือสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง… ของบางอย่างที่ทรงพลัง เกินกว่าที่ใครจะเข้าใจ… ‍มันคือสิ่งที่ทำให้ข้าเป็น ‘ข้า’ ในวันนี้… แต่ใครเล่าจะรู้อันตรายที่แฝงมา… ยิ่งเขายิ่งเข้าใกล้… ‘เงา’ ก็ยิ่งเข้มขึ้น…”

“ความลับ? สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง? ​‘เงา’?” ภัทรพึมพำกับตัวเอง เขาเงยหน้าขึ้นมองรอบๆ โถงอันหรูหราแห่งนี้อีกครั้ง จู่ๆ ทุกสิ่งก็ดูแปลกตาไป ราวกับว่าเบื้องหลังความงดงามที่เห็นตรงหน้า ซ่อนเร้นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวอยู่

“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับสารวัตร” ​หมวดชัชวาลสังเกตเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของสารวัตร

“ไม่รู้สิหมวด แต่ผมรู้สึกว่าเรากำลังมองข้ามอะไรบางอย่างที่สำคัญไป” ภัทรตอบ “คำพูดเหล่านี้… มันเหมือนกับกำลังบอกอะไรบางอย่างที่มากกว่าแค่เรื่องส่วนตัว”

เขาหันกลับไปที่ร่างของมาดามอรทัยที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาว “ลองตรวจสอบประวัติของมาดามอรทัยอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เธอเริ่มก่อตั้งหอศิลป์แห่งนี้ อาจจะมีเบาะแสบางอย่างที่เรามองข้ามไป”

ในขณะเดียวกัน ​ทีมพิสูจน์หลักฐานก็เร่งทำงานอย่างไม่ลดละ รอยนิ้วมือที่พบตามจุดต่างๆ ถูกเก็บไปตรวจสอบ ส่วนหลักฐานอื่นๆ ก็ถูกรวบรวมไว้อย่างละเอียด

“สารวัตรครับ เราเจออะไรบางอย่างที่อาจจะเกี่ยวข้อง” จ่าสมชาย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอาวุโส เดินเข้ามาแจ้งข่าว “บริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ เราพบร่องรอยของการขุดเจาะเล็กๆ ที่ผนังด้านหลังของรูปปั้น ‘เทพเจ้าแห่งแสง’ ที่อยู่มุมโถง”

ภัทรเลิกคิ้ว “ขุดเจาะ? แล้วมันมีอะไรอยู่ข้างใน”

“เรายังไม่แน่ใจครับ แต่ร่องรอยดูเหมือนจะเป็นการเปิดผนังเพื่อเอาบางอย่างออกไป หรืออาจจะซ่อนบางอย่างไว้” จ่าสมชายรายงาน “ผนังตรงนั้นเป็นปูนฉาบหนา และมีภาพเขียนโบราณปิดทับไว้”

“ภาพเขียนโบราณ?” ภัทรทวนคำ นึกถึงภาพเขียนโบราณที่ประดับประดาอยู่ทั่วหอศิลป์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพที่มาดามอรทัยอ้างว่าได้มาจากแหล่งโบราณคดีลึกลับ

“ใช่ครับ เป็นภาพเขียนเหมือนกับที่อื่นในหอศิลป์ แต่บริเวณนี้ดูเหมือนจะมีการปรับปรุงใหม่เล็กน้อย”

“พาผมไปดู”

ภัทรเดินตามจ่าสมชายไปยังมุมโถงที่เกิดเหตุ บริเวณนั้นมีรูปปั้นเทพเจ้าแห่งแสงตั้งตระหง่านอยู่ รูปปั้นนี้ทำจากหินอ่อนสีขาวแกะสลักอย่างวิจิตร บ่งบอกถึงความเชื่อและศิลปะในยุคโบราณ

“ตรงนี้ครับสารวัตร” จ่าสมชายชี้ไปยังผนังด้านหลังรูปปั้น

ภัทรก้มลงสำรวจอย่างละเอียด รอยขีดข่วนเล็กๆ น้อยๆ ปรากฏอยู่บนผนังจริงๆ แม้จะมีภาพเขียนโบราณที่สวยงามปิดทับอยู่ก็ตาม “มีร่องรอยการงัดแงะตรงนี้” เขาพึมพำ “แล้วภาพเขียนนี้… ดูเหมือนจะถูกดึงออกไปบางส่วน”

“เรากำลังจะทำการตรวจสอบโดยละเอียดครับ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจจะมีช่องลับ หรือสิ่งของบางอย่างถูกซ่อนไว้ตรงนี้”

“สิ่งของบางอย่าง…” ภัทรนึกถึงคำพูดในบันทึกของมาดามอรทัย “ความลับ… สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง… หรือว่า… สิ่งนั้นจะอยู่ที่นี่”

เขาหันไปมองภาพเขียนโบราณอีกครั้ง ภาพนั้นดูมีพลังลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่ แม้จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะโบราณ แต่ภัทรก็สัมผัสได้ถึงความเก่าแก่และเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดผ่านลายเส้นและสีสัน

“คุณหมวดชัชวาล ช่วยตรวจสอบประวัติการได้มาของรูปปั้นนี้และภาพเขียนบริเวณนี้ให้ละเอียดด้วยครับ ผมอยากรู้ว่ามาดามอรทัยได้มันมาได้อย่างไร และมีใครเคยเห็นมันก่อนหน้านี้บ้างไหม” ภัทรสั่ง

“ครับสารวัตร”

ภัทรเดินกลับไปที่แท่นวางที่ร่างของมาดามอรทัยเคยอยู่ เขายกมือสัมผัสไปที่พื้นผิวเย็นเฉียบของแท่นวาง “ที่นี่… มีอะไรมากกว่าที่ตาเห็นจริงๆ”

เขากลับไปที่ห้องทำงานของมาดามอรทัยอีกครั้ง เขาพลิกบันทึกไปมา หาเบาะแสเพิ่มเติม

“‘ยิ่งเขา… ยิ่งเข้าใกล้… ‘เงา’ ก็ยิ่งเข้มขึ้น’… ใครคือ ‘เขา’ คนนั้น?”

ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบนโต๊ะทำงานของมาดามอรทัย เป็นปากกาหมึกซึมที่ดูเก่าแก่และมีราคาแพง วางอยู่ข้างๆ สมุดบันทึก ภัทรหยิบมันขึ้นมาดู ผิวของด้ามปากกาเป็นลายแกะสลักที่ซับซ้อน และเมื่อพลิกดูส่วนปลาย มันกลับมีร่องรอยของการใช้งานที่ดูแปลกประหลาด

“นี่มัน… ไม่ใช่ปากกาธรรมดา” ภัทรพึมพำ

เขาหยิบกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งมาลองทดลองเขียนดู ปรากฏว่าหมึกที่ออกมาจากปลายปากกานั้นมีความหนืดเป็นพิเศษ และเมื่อแห้ง มันกลับมีความแวววาวราวกับมีประกายทองผสมอยู่

“นี่มัน… หมึกพิเศษอะไรกัน”

เขาพลิกดูบันทึกอีกครั้ง พยายามหาคำอธิบาย แต่ก็ไม่พบ

“หรือว่า… ปากกานี้… จะเป็นกุญแจไปสู่ ‘ความลับ’ นั้น” ภัทรครุ่นคิด

ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เป็นสายจากรองผู้กำกับ

“สารวัตรภัทรกร รายงานความคืบหน้า” เสียงห้าวๆ ของรองผู้กำกับดังขึ้น

“ครับท่าน ตอนนี้เรากำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบร่องรอยการงัดแงะบริเวณผนังด้านหลังรูปปั้น ‘เทพเจ้าแห่งแสง’ และกำลังตรวจสอบบันทึกประจำวันของผู้ตายที่อาจจะบ่งชี้ถึงความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับหอศิลป์แห่งนี้” ภัทรรายงาน

“ดีมากสารวัตร แต่ต้องรีบหน่อยนะ ตอนนี้มีแรงกดดันจากผู้บริหารระดับสูงเข้ามามาก พวกเขาต้องการให้ปิดคดีนี้โดยเร็วที่สุด”

“ผมเข้าใจครับท่าน”

หลังจากวางสาย ภัทรก็ถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่าคดีนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มันซับซ้อนเกินกว่าจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

“เงาปริศนา… ไอรัญศิลป์… ความลับที่ถูกซ่อนเร้น…” ภัทรพึมพำ เขาหยิบรูปภาพที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุขึ้นมาดู ภาพถ่ายของผู้ตาย ภาพถ่ายสภาพห้องทำงาน และภาพถ่ายของผลงานศิลปะต่างๆ ที่จัดแสดงอยู่ในหอศิลป์

เขาหยุดสายตาไว้ที่ภาพของรูปปั้น “เทพเจ้าแห่งแสง” อีกครั้ง แสงที่สะท้อนจากรูปปั้นดูเหมือนจะส่องประกายลึกลับบางอย่างออกมา

“ถ้าสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังมันทรงพลัง… มันอาจจะไม่ได้อยู่แค่ในผนังที่เราเห็น” ภัทรคิด “มันอาจจะ… ฝังรากลึกอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างของ ‘ไอรัญศิลป์’ แห่งนี้”

เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานสูงลิบของโถงหลัก ราวกับจะมองทะลุผ่านความงดงามที่เคลือบคลุมอยู่ไปสู่ความจริงที่ดำมืดกว่า เขาได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ อีกครั้ง แต่มันกลับไม่ใช่กลิ่นของเลือดมนุษย์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป มันเจือปนไปด้วยกลิ่นอายของกาลเวลา กลิ่นของความลับที่ถูกฝังกลบ และกลิ่นของ ‘เงา’ ที่กำลังคืบคลานเข้ามา…

“นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเอง” ภัทรคิดด้วยความมุ่งมั่น “อีกเพียงไม่กี่ก้าว… เราก็จะเข้าใกล้ความจริงได้อีกขั้นหนึ่ง”

เขาหันไปมองหมวดชัชวาลที่กำลังคุยโทรศัพท์กับทีมงาน “หมวด! แจ้งทีมพิสูจน์หลักฐานว่าให้ระมัดระวังเป็นพิเศษกับการตรวจสอบรอยงัดแงะตรงผนัง อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด!”

“ครับสารวัตร!”

ความมืดที่เริ่มคืบคลานเข้ามาจากภายนอก บ่งบอกว่าวันเวลาได้ล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว ภัทรยืนนิ่งอยู่กลางโถงอันเงียบสงัด ภาพของมาดามอรทัย ใบหน้าอันเยือกเย็นของเธอที่ปรากฏอยู่ในภาพถ่าย ช่างเหมือนกำลังจ้องมองมาที่เขา ราวกับจะเชื้อเชิญให้เขาดำดิ่งลงไปในโลกแห่งความลับของ “ไอรัญศิลป์” ที่บัดนี้ได้กลายเป็นสมรภูมิแห่งการไขปริศนาครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา… และยังมีเพียงตอนเดียวเท่านั้นที่จะไขความกระจ่างทั้งหมด…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

เงาปริศนา ณ แพร่งพราย

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!