พายุเงาพิฆาต

ตอนที่ 1 — เงาซุ่มในราตรีกาล

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 995 คำ

ความมืดโอบล้อมตรอกแคบ ๆ แห่งนี้ราวกับผืนผ้ากำมะหยี่สีดำสนิท เสียงหยดน้ำจากท่อผุ ๆ ดังเป็นจังหวะเนิบนาบ สะท้อนก้องในความเงียบสงัด มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟนีออนที่กะพริบเป็นครั้งคราว ‌สาดแสงเหลืองซีดไปบนกองขยะและเศษอิฐที่เกลื่อนกลาด กลิ่นอับชื้นปะปนกับกลิ่นเน่าเหม็นของอาหารที่ทิ้งแล้ว ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ชวนให้รู้สึกพะอืดพะอม

แต่สำหรับ ชาญณรงค์ หรือที่ใคร ๆ รู้จักในนาม ​"ชาญ" ตรอกแห่งนี้คือสนามเด็กเล่นที่คุ้นเคยที่สุด ร่างสูงโปร่งของเขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราวกับผีเสื้อราตรี สวมชุดสีดำสนิทที่กลมกลืนไปกับความมืด ดวงตาคมกริบสีดำสนิทของเขาสำรวจทุกซอกทุกมุมอย่างระแวดระวัง แม้แสงจะริบหรี่ แต่ก็ไม่อาจปิดบังรายละเอียดเล็กน้อยใด ๆ ‍จากสายตาที่ฝึกฝนมาอย่างดี

เขาหยุดยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สัมผัสถึงลมเย็นที่พัดพาเอาไอฝุ่นและกลิ่นของเมืองใหญ่เข้ามา เสียงแตรรถที่ดังมาจากถนนใหญ่แสนไกล เป็นเพียงเสียงกระซิบในโสตประสาทของเขา การทำงานของเขาต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและความอดทนเป็นอย่างยิ่ง

"ยังไม่เห็นอะไร" เสียงกระซิบแหบพร่าดังมาจากด้านหลัง ‌ชาญไม่ได้หันกลับไปมอง เพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ

"เตรียมพร้อมไว้" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์

ร่างเงาอีกสองร่างปรากฏขึ้นจากมุมมืด พวกเขาคือทีมของชาญ เป็นมือขวาที่เชื่อใจได้เสมอ นามว่า ‍"คม" และ "ปืน" สองพี่น้องนักฆ่าที่เติบโตมาด้วยกัน ตั้งแต่ยังเยาว์วัยภายใต้การดูแลของ "อาจารย์" ผู้ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นศัตรูของพวกเขาไปเสียแล้ว

"เป้าหมายอยู่ที่ไหน" คมเอ่ยถาม ​ดวงตาของเขาสะท้อนแสงไฟนีออนเป็นประกาย

"เขาอยู่ที่นี่" ชาญชี้นิ้วไปที่ประตูเหล็กเก่า ๆ บานหนึ่งที่อยู่สุดทางเดิน "ฉันสัมผัสได้ถึงออร่าของความชั่วร้ายที่แผ่ออกมา"

ประตูเหล็กบานนั้นดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษ เป็นเพียงประตูธรรมดาที่ถูกทิ้งร้างมานาน แต่ชาญรู้ดีว่าภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่ผุพังนั้น มันซ่อนความลับบางอย่างอยู่

"แผนเดิม" ​ชาญกล่าว "คม, ปืน, พวกแกจัดการยามด้านนอก ส่วนฉันจะเข้าไปจัดการกับ 'คน' ที่อยู่ข้างใน"

คมและปืนพยักหน้าอย่างเข้าใจ พวกเขาเคยผ่านสถานการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ​การทำงานร่วมกันของพวกเขามีประสิทธิภาพราวกับเครื่องจักรที่ถูกหล่อลอมมาอย่างดี

"ไม่ต้องห่วง" ปืนกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูอันตราย "ยามพวกนั้นไม่ใช่อุปสรรคของเรา"

ชาญมองไปยังคมและปืนครู่หนึ่ง สายตาของเขาสื่อถึงความเชื่อมั่นและไว้วางใจ

"ระวังตัวด้วย" เขาเตือน "รอบนี้ศัตรูของเราไม่ธรรมดา"

เมื่อพูดจบ ชาญก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาเดินตรงไปยังประตูเหล็กด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ร่างของเขาหายลับเข้าไปในเงาของประตู ราวกับว่าเขาถูกดูดกลืนเข้าไปในความมืด

คมและปืนแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาหายไปในตรอกมืดโดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้ให้เห็น เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาของพวกเขากลืนหายไปกับเสียงลมที่พัดหวีดหวิว

ภายในประตูเหล็กที่ชาญเพิ่งก้าวเข้าไปนั้น กลับตรงกันข้ามกับภายนอกโดยสิ้นเชิง แสงไฟสว่างจ้า ส่องให้เห็นผนังที่ถูกขัดเงาอย่างดี พื้นที่ปูด้วยพรมหนานุ่ม มีเฟอร์นิเจอร์หรูหราตั้งวางอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ

ชาญก้าวเท้าลงบนพรม รู้สึกถึงความนุ่มสบายใต้ฝ่าเท้า แต่เขากลับไม่รู้สึกผ่อนคลายแม้แต่น้อย ความรู้สึกอันตรายที่เขาสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

"ยินดีต้อนรับ" เสียงทุ้มดุของชายชราดังขึ้นจากมุมห้อง

ชาญหันไปมอง ร่างของชายชราผมขาวโพลน นั่งอยู่บนเก้าอี้บุหนังอย่างสง่างาม สวมสูทสีเข้มดูภูมิฐาน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัย แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววเยือกเย็นและเฉียบคม ราวกับเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเหยื่อ

"ท่านคงจะเป็น 'อาจารย์' สินะ" ชาญเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา

ชายชราหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ "สมแล้วที่เป็นศิษย์ของข้า ชื่อเสียงของเจ้าเลื่องลือไปไกลจริง ๆ ชาญณรงค์ ภักดี"

"ท่านเรียกข้ามาที่นี่ ทำไม" ชาญถามตรง ๆ เขาไม่ต้องการเสียเวลาไปกับการสนทนาที่ไร้สาระ

"ข้าแค่อยากจะเตือนเจ้า" อาจารย์ตอบ "เจ้ากำลังเดินไปในเส้นทางที่ผิด เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แต่จริง ๆ แล้วเจ้ากำลังทำลายล้างทุกอย่างที่ข้าสร้างมา"

"ทุกอย่างที่ท่านสร้างมา ล้วนมาจากความรุนแรงและการคอร์รัปชัน" ชาญสวนกลับ "ท่านสอนให้ข้าแข็งแกร่ง แต่ท่านไม่เคยสอนให้ข้าทำชั่ว"

"ความชั่วร้ายเป็นเพียงเครื่องมือ" อาจารย์กล่าว "บางครั้ง เราก็ต้องเปื้อนมือเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ"

"ข้าไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้น" ชาญยืนยัน "ข้าต้องการอิสรภาพ และข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา"

"อิสรภาพน่ะหรือ" อาจารย์เลิกคิ้ว "เจ้าคิดว่าการทำลายองค์กรของข้าจะนำมาซึ่งอิสรภาพงั้นหรือ เจ้าคิดผิดแล้ว ชาญณรงค์ องค์กรนี้คือรากฐานของอำนาจ และหากรากฐานนี้ถูกทำลาย ทุกอย่างก็จะพังทลายไปด้วย"

"และนั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการ" ชาญกล่าว ดวงตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว

"ถ้าอย่างนั้น ข้าก็คงต้องกำจัดเจ้า" อาจารย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ

ทันใดนั้น ประตูที่ชาญเพิ่งเข้ามาก็ถูกผลักออกไป ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สวมชุดเกราะสีดำหลายสิบคนกรูเข้ามาในห้อง พวกเขามีอาวุธครบมือ ใบหน้าแสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะสังหาร

ชาญยิ้มมุมปาก "ข้าบอกแล้วว่าศัตรูไม่ธรรมดา"

เขาไม่รอช้า ชักมีดสั้นเล่มบางออกมาจากซองที่ซ่อนไว้ที่ต้นขา ร่างของเขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนเหล่านั้นด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง

เสียงปะทะกันของโลหะดังสนั่นหวั่นไหว ชาญเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับนักเต้น เขามุดหลบการโจมตี ใช้มีดสั้นฟาดฟันเข้าที่จุดตายของศัตรูอย่างแม่นยำ แต่ละครั้งที่เขาโจมตี จะมีร่างของทหารล้มลงไปกองกับพื้น

แม้จำนวนศัตรูจะมีมากกว่า แต่ชาญกลับไม่เสียเปรียบ เขาใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ หลบหลังเฟอร์นิเจอร์ พลิกตัวหลบการโจมตี และสวนกลับอย่างรวดเร็ว

เสียงปืนดังขึ้นจากการต่อสู้ แต่ชาญก็สามารถหลบกระสุนได้อย่างหวุดหวิด เขาเห็นช่องว่าง คว้าแจกันดอกไม้ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมาปาใส่ใบหน้าของทหารคนหนึ่ง ทำให้เสียจังหวะ ก่อนจะพุ่งเข้าไปจัดการอย่างรวดเร็ว

อาจารย์ยังคงนั่งมองเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ ด้วยแววตาที่ปราศจากความตื่นตระหนก ราวกับว่าเขากำลังดูการแสดงที่น่าเบื่อหน่าย

"เจ้าเก่งขึ้นจริง ๆ" เขาเอ่ยชม "แต่เจ้าก็ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับข้า"

ชาญได้ยินเช่นนั้น เขาปล่อยร่างของทหารที่เพิ่งจัดการไป แล้วหันไปมองอาจารย์ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

"ท่านจะรู้ว่าข้าพร้อมเมื่อข้าสังหารท่าน"

เขากระโจนเข้าใส่อาจารย์ แต่ก่อนที่เขาจะไปถึง ร่างของอาจารย์ก็หายวับไปกับตา

"นี่มันอะไรกัน" ชาญอุทานด้วยความประหลาดใจ

ทันใดนั้น พื้นใต้เท้าของเขาก็เปิดออก เป็นกับดักที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ชาญเสียหลัก ล้มลงไปในหลุมที่มืดมิด

เสียงปิดประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องในความมืด ชาญพยายามคว้าหาอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่สำเร็จ

"ลาก่อน ชาญณรงค์ ภักดี" เสียงของอาจารย์ดังแว่วมาจากด้านบน

ชาญล้มลงไปในกองอะไรบางอย่างที่นุ่มนิ่ม เขาสำรวจตัวเอง พบว่าตนเองถูกขังอยู่ในห้องที่มืดสนิท ไม่มีแม้แต่แสงสว่างลอดเข้ามา

"ให้ตายสิ" เขาพึมพำ "แผนพลิกผันเสียแล้ว"

เขาพยายามจะลุกขึ้น แต่กลับพบว่าแขนทั้งสองข้างของเขาถูกพันธนาการด้วยโซ่ที่แข็งแรง

"นี่คงจะเป็นจุดจบของข้าแล้วสินะ" ชาญคิดในใจ

แต่แล้ว เขาก็นึกถึงใบหน้าของคนที่เขารัก นึกถึงความฝันที่จะสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม

"ไม่... ข้าจะยอมแพ้ไม่ได้"

เขาพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการ แต่ดูเหมือนว่าโซ่พวกนั้นจะแข็งแกร่งเกินไป

ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง

"ชาญ... นายอยู่ที่นั่นรึเปล่า"

ชาญเงยหน้าขึ้น เขาจำเสียงนี้ได้ มันคือเสียงของ "มายา" เพื่อนสนิทและอดีตคนรักของเขา

"มายา! ข้าอยู่ที่นี่!" เขาตะโกนกลับไป

"ฉันได้ยินนาย! ฉันจะไปช่วยนาย!" มายาตอบกลับ

ชาญรู้สึกมีความหวังขึ้นมาทันที เขารู้ว่ามายาไม่เคยทอดทิ้งเขา

"รีบมาเถอะมายา! ข้าติดกับแล้ว!"

เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา ชาญได้ยินเสียงการต่อสู้ดังขึ้นมาจากด้านบน

"เยี่ยมจริง ๆ" ชาญพึมพำ "ดูเหมือนข้าจะยังมีเพื่อน"

เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องหลุดพ้นจากที่นี่ให้ได้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

ฉากสุดท้าย ปรากฏเป็นเงาของมายา กำลังพยายามเจาะประตูเหล็กที่ปิดกั้นห้องขังของชาญ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

สิ้นสุดตอนที่ 1

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พายุเงาพิฆาต

พายุเงาพิฆาต

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!