ก้อนหินที่ชาญณรงค์หรือชาญ ปาออกไปกระทบกับก้อนอิฐที่ผนังของตึกเก่าอย่างแม่นยำ เสียงดัง “เพล้ง!” สั้น ๆ แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้เงาตะคุ่มที่เคยยืนนิ่งอยู่กลางตรอกนั้นกระตุกไปชั่วขณะ ชาญแอบซ่อนตัวอยู่หลังถังขยะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเศษขยะเน่าเฟะ กลิ่นอับชื้นลอยคละคลุ้งจนแทบจะสำลัก แต่เขาก็ยังคงกลั้นหายใจ ยิ่งกว่านั้นคือการกลั้นความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงเอาไว้
เงาตรงหน้าขยับอีกครั้ง มันไม่ได้วิ่งหนี หรือซ่อนตัว แต่มันเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย ชาญใช้เวลาสังเกตการณ์มานานพอสมควร เขาเห็นมันปรากฏตัวขึ้นมาจากความมืดมิดของปากตรอกอีกฝั่งหนึ่ง มันไม่ได้เดิน แต่มันลอยตัวมา ราวกับมีใครบางคนกำลังควบคุมร่างนั้นอยู่จากที่ไหนสักแห่ง
“ใครน่ะ!” เสียงแหบพร่าดังลอดออกมาจากลำคอของเงาร่างนั้น ไม่มีคำตอบกลับไป มีเพียงเสียงลมหายใจของชาญที่ดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ในอก
ชาญขยับมือที่กำแน่นไปตามโครงหน้า เขารู้ดีว่าการปรากฏตัวในตรอกแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เขาไม่รู้ว่าเป้าหมายของเงาร่างนั้นคือใคร และทำไมมันถึงมาปรากฏตัวในที่ที่เต็มไปด้วยความเน่าเหม็นและสกปรกเช่นนี้
เขาจำได้ว่าเมื่อครู่ที่เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นเบา ๆ จากมุมมืดของตรอก ชาญไม่ได้คิดอะไรมาก อาจจะเป็นหนู หรือแมลงสาบตัวใหญ่ แต่เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเงาตะคุ่มที่เริ่มก่อตัวขึ้น เขาถึงได้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา
“ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มีน้ำเสียงของความไม่พอใจแฝงอยู่ ชาญรู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มสงสัยแล้ว เขายังคงนิ่งสนิท พยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติที่สุด
เงาร่างนั้นค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ ชาญสามารถมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้น มันเป็นผู้ชาย รูปร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อผ้าสีดำสนิทที่กลืนไปกับความมืด จนแทบจะมองไม่เห็นเส้นสายของร่างกาย ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง แต่ชาญสังเกตเห็นประกายสีแดงเรืองรองจากดวงตาของเขา ราวกับมีไฟลุกไหม้อยู่ภายใน
“คงคิดว่าจะซ่อนตัวได้ตลอดไปงั้นหรือ?” เงาร่างนั้นพูดพลางก้าวเท้ามาอีกข้าง ชาญประเมินระยะห่าง เขาคิดว่าหากเขาตัดสินใจวิ่งออกไปในตอนนี้ เขามีโอกาสที่จะหลบหนีไปได้
แต่แล้ว เขาก็เห็นบางอย่างที่ทำให้เขาลังเล
ที่บริเวณเท้าของเงาร่างนั้น มีวัตถุบางอย่างเรืองแสงขึ้นมาเบา ๆ มันเป็นวัตถุรูปทรงกลมสีเงินวาววับ มีลวดลายคล้ายกับดวงดาวสลักอยู่รอบตัว มันค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นจากพื้น และหมุนควงอย่างช้า ๆ
ทันใดนั้นเอง แสงสีแดงจากดวงตาของเงาร่างนั้นก็สว่างวาบขึ้นมา ร่างของมันก็พุ่งเข้ามาหาทิศทางที่ชาญซ่อนตัวอยู่ด้วยความเร็วสูงจนน่าตกใจ!
ชาญผงะถอยหลังไปชนกับถังขยะ เสียงดัง “โครม!” เศษขยะกระจายเกลื่อน ชาญล้มลงไปกองกับพื้น เขารีบก้มตัวต่ำสุดเท่าที่จะทำได้
“เจอตัวแล้ว!” เสียงของเงาร่างนั้นดังขึ้นอย่างสะใจ
ชาญรู้ว่าเขาไม่สามารถซ่อนตัวได้อีกต่อไป เขาต้องสู้ หรือไม่ก็วิ่งหนี
เขารีบใช้มือดันตัวลุกขึ้นยืน พยายามประคองสติสัมปชัญญะที่กำลังแตกตื่น เขาเหลือบมองวัตถุสีเงินที่ลอยอยู่ใกล้ ๆ เงาร่างนั้น มันดูเหมือนจะเป็นแหล่งพลังงานบางอย่าง
“แกเป็นใคร!” ชาญตะโกนถามออกไป เสียงสั่นเครือเล็กน้อย
เงาร่างนั้นหัวเราะในลำคอ “คำถามที่ไม่สำคัญ… สิ่งที่สำคัญคือชีวิตของแกต่างหาก”
ก่อนที่ชาญจะได้ตอบโต้ เงาร่างนั้นก็ยกมือขึ้นมา ชาญเห็นแสงสีแดงเข้มพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของมัน ตรงมายังจุดที่เขาอยู่!
ชาญเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด แสงสีแดงนั้นเฉียดไหล่ของเขาไปเพียงนิดเดียว แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่แผดเผา
“เร็วจริง…” ชาญพึมพำกับตัวเอง เขาประเมินแล้วว่าการเผชิญหน้าโดยตรงกับพลังโจมตีแบบนี้คงไม่เป็นผลดีแน่
เขาตัดสินใจเลือกทางหนี ภาพของวัตถุสีเงินที่ลอยอยู่เมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัว เขาสังเกตเห็นว่าเมื่อเงาร่างนั้นใช้พลัง วัตถุนั้นจะส่องแสงสว่างวาบขึ้นมา
“แกต้องหยุดพลังนั้นให้ได้…” ชาญคิดอย่างรวดเร็ว
เขาไม่รอช้า อาศัยจังหวะที่เงาร่างนั้นกำลังเพ่งสมาธิกับการยิงพลังอีกครั้ง ชาญก็พุ่งตัวออกไปทางด้านข้างของตรอก แทนที่จะวิ่งตรงไปข้างหน้า
“คิดจะหนีรึ?” เงาร่างนั้นคำราม เขาหันร่างตามมาอย่างรวดเร็ว แต่ชาญก็อาศัยความคล่องแคล่วของร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก หลบหลีกสิ่งกีดขวางในตรอกอย่างชำนาญ
เขาเห็นประตูเหล็กเก่า ๆ บานหนึ่งอยู่ไม่ไกล เป็นประตูที่ดูเหมือนจะเปิดเข้าไปสู่ภายในตัวอาคารที่ผุพัง
“จะไปไหน!” เสียงของเงาร่างนั้นดังไล่หลังมาติด ๆ
ชาญใช้แรงทั้งหมดที่มี พุ่งไปที่ประตูเหล็กนั้น เขาคว้าลูกบิดที่ขึ้นสนิมแล้วออกแรงดึง
“อย่า!” เงาร่างนั้นตะโกน
แต่ก็สายเกินไป ประตูเหล็กเปิดอ้าออก เผยให้เห็นความมืดสนิทภายใน ชาญไม่ลังเล กระโดดเข้าไปทันที
ทันทีที่ชาญก้าวเข้าไปในอาคาร ร่างของเงาร่างนั้นก็ปรากฏขึ้นที่ปากประตู มันยืนนิ่ง มองเข้ามาในความมืดมิด
“ไม่รอดไปไหนหรอก…” เสียงของมันแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น
ชาญหันกลับมามอง เขาเห็นวัตถุสีเงินที่ลอยอยู่ใกล้ ๆ เงาร่างนั้น มันส่องแสงวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แสงนั้นสว่างจ้า จนพอจะมองเห็นภายในห้องที่เขาเข้ามาได้
มันเป็นโกดังร้างขนาดใหญ่ พื้นเต็มไปด้วยฝุ่นและเศษซากปรักหักพัง ผนังปูนเปลือยเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว แสงสลัวจากภายนอกลอดเข้ามาเพียงเล็กน้อย ทำให้มองเห็นเพียงโครงร่างของสิ่งต่าง ๆ
ชาญรู้ว่าเขาหนีเข้ามาในฐานปฏิบัติการลับของใครบางคนแน่ ๆ
“ใครคือคนที่แกตามหา!” ชาญตะโกนถามอีกครั้ง คราวนี้เขาพยายามทำให้เสียงของตัวเองหนักแน่นที่สุด
เงาร่างนั้นไม่ตอบอะไร เพียงแค่ยื่นมือออกมาอีกครั้ง แสงสีแดงเข้มก็สว่างวาบขึ้น
ชาญรู้ว่าเขาไม่มีเวลาแล้ว เขารีบหันหลังวิ่งเข้าไปในความมืดของโกดัง พยายามหาที่กำบัง
ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นเงาอีกเงาหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากด้านในโกดัง เงาที่ดูคล้ายกับเงาร่างที่ไล่ตามเขามา แต่ดูเหมือนจะแตกต่างออกไป
เงาที่ปรากฏขึ้นมาจากด้านในนั้น มีลักษณะที่แข็งแกร่งกว่า รูปร่างใหญ่กว่า และดูราวกับว่ามันกำลังจะเคลื่อนไหว
“แก… มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” เสียงที่ดังออกมาจากเงาที่ปรากฏขึ้นใหม่นั้น ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด
ชาญหยุดชะงัก เขาหันกลับไปมองที่ปากประตูอีกครั้ง เงาร่างจากภายนอกกำลังจะก้าวเข้ามา
“ใครกันแน่… ที่เป็นเป้าหมาย?” ชาญคิดด้วยความสับสน
เงาร่างจากภายนอกก้าวเข้ามาในโกดัง ร่างของมันดูราวกับจะหลอมรวมเข้ากับความมืดมิดที่อยู่ภายใน
“แก… ทำไมแกถึงมีพลังแบบนั้น?” ชาญถามเงาร่างจากภายนอก
เงาร่างนั้นไม่ตอบ ดวงตาของมันยังคงส่องประกายสีแดงเรืองรอง
“ข้ามาเพื่อทวงสิ่งที่ข้าเป็นเจ้าของ” เสียงของมันดังขึ้นอย่างเยือกเย็น
ทันใดนั้นเอง! เงาที่ปรากฏขึ้นมาจากด้านในโกดังก็พุ่งเข้าใส่เงาร่างจากภายนอกอย่างรวดเร็ว!
การปะทะกันเกิดขึ้นอย่างรุนแรง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโกดัง
ชาญรีบหาที่กำบังหลังกองลังกระดาษที่ผุพัง เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากแรงปะทะ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เขาอุทานอย่างตกใจ
เขาแอบมองลอดช่องว่างของลังกระดาษ เขาเห็นเงาร่างทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด แสงสีแดงเข้มของเงาร่างจากภายนอกปะทะกับแสงสีฟ้าอ่อนที่เปล่งประกายออกมาจากเงาร่างภายใน
“แก… ไม่ใช่คนขององค์กร…” เสียงของเงาร่างจากภายนอกดังขึ้นอย่างฉงน
“องค์กรอะไร?” ชาญถามตัวเองด้วยความสงสัย
“ข้าคือ… ผู้พิทักษ์!” เสียงของเงาร่างภายในดังตอบกลับมา
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป ชาญตระหนักได้ว่าเขาได้บังเอิญเข้ามาอยู่ในใจกลางของความขัดแย้งบางอย่างที่ใหญ่กว่าที่เขาคิด
เขารู้สึกถึงอันตรายที่คุกคามเข้ามาทุกขณะ แต่เขาก็ไม่สามารถถอยกลับไปได้
เขามองไปยังวัตถุสีเงินที่ลอยอยู่ใกล้ ๆ เงาร่างจากภายนอก วัตถุนั้นยังคงส่องแสงอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับเป็นศูนย์กลางของพลังทั้งหมด
ชาญตัดสินใจแน่วแน่ เขาต้องหาคำตอบ และเขาต้องเอาชีวิตรอดให้ได้
เขามองไปยังวัตถุสีเงินนั้นอีกครั้ง และมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว
“ถ้าข้าสามารถควบคุมพลังของวัตถุนั้นได้… บางทีข้าอาจจะ… ”
ความคิดนั้นยังไม่ทันได้สิ้นสุดลง ร่างของเงาร่างจากภายนอกก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นมาทางที่ชาญซ่อนตัวอยู่!
ชาญเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด แต่ร่างของเงาร่างนั้นก็กระแทกเข้ากับกองลังกระดาษจนพังทลายลงมา
ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว ชาญสำลักฝุ่น เขาพยายามลุกขึ้นยืน แต่เขาก็พบว่าขาของเขาได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกของลังกระดาษ
“หนีไป… ไม่ได้แล้ว…” ชาญคิดด้วยความสิ้นหวัง
เขาเห็นเงาร่างจากภายนอกค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ร่างของมันเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แต่ดวงตาของมันยังคงส่องประกายสีแดงอำมหิต
“ข้าบอกแล้วไง… ว่าแกหนีไม่พ้น” เสียงของมันเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม
ชาญประเมินสถานการณ์ เขาขยับตัวไม่ได้มากนัก และดูเหมือนว่าเงาร่างจากภายนอกจะแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด
แต่แล้ว! ขณะที่เงาร่างจากภายนอกกำลังจะพุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้ง ชาญก็เห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง
วัตถุสีเงินนั้น… มันกำลังจะตกลงมา!
ชาญรีบใช้แรงเฮือกสุดท้าย ยื่นมือที่กำแน่นออกไปคว้ามันไว้…
. . .
. . .
(จบตอนที่ 2)

พายุเงาพิฆาต
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก