ความเงียบอันน่าอึดอัดที่เคยปกคลุมตรอกแคบ ๆ แห่งนั้นถูกฉีกกระชากด้วยเสียง “เพล้ง!” อันคมชัด ก้อนหินที่ชาญณรงค์ “ชาญ” ภักดี ปาออกไปกระทบผนังอิฐอย่างแม่นยำ ปลายกระสุนที่ค้างอยู่ในลำกล้องปืนพกลูกโม่ถูกมือเรียวของชาญกดแน่นจนนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังเงาตะคุ่มที่ปรากฏขึ้นกลางตรอกอย่างไม่วางตา
เงาที่ว่านั้นไม่ได้ถอยหนี แต่กลับขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างท้าทาย แสงนีออนสีเหลืองซีดที่สั่นไหวสะท้อนกับประกายบางอย่างในมือของเงาปริศนานั้น ชาญสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก การเผชิญหน้ากับศัตรูในสภาพแวดล้อมเช่นนี้คือสิ่งที่เขาถนัด แต่ครั้งนี้มีบางอย่างผิดปกติ
“ใครอยู่ตรงนั้น?” เสียงทุ้มห้าวของชาญดังลอดออกมาจากมุมมืด ก้องกังวานไปทั่วตรอกที่แคบและอับชื้น
เงาร่างนั้นหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ยากจะปฏิเสธ “คนที่มาทวงสิ่งที่ถูกขโมยไป”
คำตอบนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจชาญ เขารู้ดีว่า “สิ่งนั้น” คืออะไร แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งถกเถียง ชาญกัดฟันกรอด มือที่จับปืนสั่นสะท้านด้วยความโกรธที่ปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“แกเป็นใคร? มาจากไหน?” ชาญถามต่อ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ
“สำคัญกว่านั้นคือ แกมีมันอยู่ในมือ” เงาร่างนั้นตอบ “อย่าคิดว่าจะหนีไปได้”
พลัน! แสงไฟนีออนสีเหลืองซีดก็ดับวูบลงไปชั่วขณะ ความมืดดำสนิทถาโถมเข้าปกคลุมตรอกแห่งนั้นอีกครั้ง ชาญไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาผลุนผลันออกจากที่ซ่อน พุ่งตรงไปยังทิศทางที่เงาร่างนั้นเคยยืนอยู่
“แกวิ่งหนีไม่พ้นหรอก!” เสียงตะโกนไล่หลังมา ชาญได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังตามมาติด ๆ แต่ในความมืดเช่นนี้ การมองเห็นทุกสิ่งอย่างชัดเจนคือสิ่งที่เขาขาดไป
ชาญพุ่งตัวหลบหลีกไปตามซอกหลืบของตรอก อาศัยความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่เขาเองเป็นคนเลือก ชาญรู้ดีว่าทุกย่างก้าวของเขาจะนำไปสู่จุดใด และเขารู้ดีว่ากำลังจะพบกับอะไร
เสียงฝีเท้าของคู่ต่อสู้ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ชาญสัมผัสได้ถึงแรงลมที่ปะทะใบหน้า เป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายกำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง ชาญรีบหักเลี้ยวเข้าซอยเล็ก ๆ ที่แคบยิ่งกว่าเดิม จนแทบจะเบียดตัวผ่านไปได้
“มานี่สิ!” เสียงของเงาตะคุ่มดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ชาญรู้ว่านั่นคือการยั่วยุ เขาเหลือบมองไปด้านหลัง เห็นเงาตะคุ่มนั้นกำลังไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด
ทันใดนั้นเอง ชาญก็เห็นแสงสีแดงวาบขึ้นจากปลายกระบอกปืนของคู่ต่อสู้ เขาไม่รอช้า พลันตัวหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดัง “ปัง!” กึกก้องไปทั่วตรอก เศษปูนจากผนังหลุดร่วงลงมาเป็นละออง
“แกมันบ้า!” ชาญตะโกนกลับไป พลางชักปืนพกลูกโม่คู่ใจออกมา เตรียมพร้อมเผชิญหน้า
“แกต่างหากที่ขโมยของของฉันไป!” เสียงของคู่ต่อสู้ตอบกลับมาอย่างเกรี้ยวกราด
ชาญเหลือบมองปืนในมือของคู่ต่อสู้ เป็นปืนพกสีดำเงาขนาดใหญ่กว่าของเขา ชาญรู้ดีว่าหากการยิงปะทะกันอย่างจริงจัง เขาอาจเสียเปรียบ
“ฉันไม่ได้ขโมยอะไรทั้งนั้น!” ชาญตะโกนกลับไป พยายามดึงสติ “แกเข้าใจผิดแล้ว!”
“ไม่มีอะไรที่จะต้องเข้าใจผิด!” เสียงของคู่ต่อสู้ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา “แกต้องคืนมันมา!”
ชาญตัดสินใจแล้วว่าการเผชิญหน้าตรง ๆ ในสภาพที่มองเห็นได้น้อยเช่นนี้เป็นเรื่องเสี่ยงเกินไป เขากระโดดข้ามลังไม้ที่วางกองสุมกันอยู่ริมกำแพง พุ่งเข้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของตรอก
“ถ้าแกไม่คืนมาดี ๆ ฉันจะเอาไปเอง!” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ชาญได้ยินเสียงของวัตถุหนักบางอย่างถูกลากครูดไปกับพื้น
ชาญหันไปมองด้านหลัง เห็นเงาตะคุ่มนั้นกำลังลากกล่องเหล็กขนาดใหญ่เข้ามา ชาญเบิกตากว้าง กล่องเหล็กนั่น…มันคือกล่องที่เขาได้มา!
“แก! แกมาเอาคืนที่นี่ไม่ได้!” ชาญตะโกนด้วยความตกใจ พยายามระงับอารมณ์
“ทำไมจะไม่ได้? ที่นี่คือที่ที่แกคิดว่าจะซ่อนมันไว้ใช่ไหม?” เสียงของคู่ต่อสู้เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
ชาญรู้แล้วว่าเขาตกหลุมพราง ร่างปริศนาคนนี้คือสายลับของใครบางคน ที่ตามล่า “สิ่งนั้น” เช่นเดียวกับเขา แต่มันผิดแผนไปหมด!
“แกจะเอาไปไม่ได้!” ชาญตัดสินใจที่จะสู้ เขาตั้งท่าเตรียมพร้อม ชาญรู้ว่าหากปล่อยให้กล่องนี้ตกไปอยู่ในมือของใครก็ตามที่ไม่ใช่เขา มันจะนำมาซึ่งหายนะอันใหญ่หลวง
“ฉันจะเอาไป และแกจะไม่มีวันได้เห็นมันอีก!” เสียงของคู่ต่อสู้ดังขึ้นอีกครั้ง เขาดูเหมือนจะยิ่งได้ใจ
ชาญก้าวออกมาจากมุมมืดอย่างช้า ๆ ดวงตาจับจ้องไปยังเงาตะคุ่มตรงหน้า เขาเห็นแล้วว่าเงาร่างนั้นมีรูปร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อผ้าสีดำสนิทปิดบังใบหน้าเอาไว้ มีเพียงดวงตาที่สะท้อนแสงไฟนีออนอย่างเย็นชา
“แกชื่ออะไร?” ชาญถาม
“ชื่อของแกไม่สำคัญอีกต่อไป” เงาร่างนั้นตอบ “สิ่งที่สำคัญคือแกจะต้องแลกมันมาด้วยอะไร”
ชาญหัวเราะในลำคอ “ฉันไม่เคยแลกเปลี่ยนอะไรกับใคร”
“งั้นเราก็คงต้องคุยกันด้วยวิธีอื่น” เงาร่างนั้นพูดจบ เขาก็ยกปืนขึ้นมาเล็งมาที่ชาญ
ชาญไม่รอช้า เขากระโจนหลบไปด้านข้างอีกครั้ง เสียงปืนดัง “ปัง!” ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ
ชาญคว้าปืนพกลูกโม่คู่ใจออกมา เขาไม่ได้ต้องการที่จะสังหาร แต่เขาต้องการป้องกันตนเอง และที่สำคัญที่สุด คือต้องการปกป้อง “สิ่งนั้น”
การต่อสู้ที่ดุเดือดได้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความมืดของตรอกแคบ ๆ แห่งนั้น เสียงปืนดังเป็นระยะ สลับกับเสียงโลหะกระทบกัน ชาญอาศัยความคล่องแคล่วของเขา หลบหลีกการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้อย่างหวุดหวิด
“แกเก่งกว่าที่ฉันคิด” เงาร่างนั้นกล่าวชมเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความประหลาดใจ
“แกก็ไม่เลวนัก” ชาญตอบกลับไป
ชาญรู้ดีว่าเขาไม่สามารถยื้อเวลาไปได้นาน การต่อสู้ในที่แคบ ๆ เช่นนี้จะทำให้เขาเสียเปรียบหากอีกฝ่ายมีอาวุธที่รุนแรงกว่า
ทันใดนั้นเอง ชาญก็เห็นโอกาส! เงาร่างนั้นกำลังจะยิงซ้ำ แต่เขาพลาดจังหวะไปนิดเดียว ชาญคว้าจังหวะนี้ พุ่งตัวเข้าหาคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วสูง
“นี่คือสิ่งที่แกจะได้!” ชาญตะโกน เขากระโดดขึ้นไปบนลังไม้ที่วางกองอยู่ ก่อนจะใช้แรงส่งทั้งหมด พุ่งเข้าใส่เงาร่างนั้น
เงาร่างนั้นตกใจกับการโจมตีที่ไม่คาดคิด เขาพยายามจะหลบ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“ปัง! ปัง! ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด แต่ไม่ใช่จากฝีมือของเงาร่างนั้น แต่เป็นจากชาญ!
ชาญยิงปืนใส่กล่องเหล็กที่เงาร่างนั้นกำลังลากอยู่!
“แกทำบ้าอะไร!” เงาร่างนั้นตะโกนด้วยความตกใจ
เสียงปืนที่ยิงใส่กล่องเหล็กทำให้มันกระเด็นไปตามแรงปะทะ ชาญอาศัยจังหวะนั้น หมุนตัวกลับไป คว้าเอากล่องเหล็กนั้นมาไว้ในอ้อมแขน
“ฉันไม่ให้แกได้ไป!” ชาญประกาศกร้าว
เงาร่างนั้นพยายามจะเข้ามาคว้ากล่องเหล็กคืน แต่ชาญก็รีบถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
“แกจะหนีฉันไปไม่ได้!” เสียงของเงาร่างนั้นตามมาติด ๆ
ชาญไม่สนใจ เขาพุ่งตรงไปยังทางออกของตรอกอย่างรวดเร็ว เขาต้องรีบพา “สิ่งนั้น” ไปยังที่ปลอดภัยก่อนที่สายลับคนอื่น ๆ จะตามมา
เมื่อชาญวิ่งพ้นออกจากตรอกมืด สู่ถนนที่ยังพอมีแสงไฟสลัว ๆ จากร้านค้า เขาหันไปมองด้านหลัง เห็นเงาร่างนั้นกำลังยืนจ้องมองเขาอยู่จากปากตรอก ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น
ชาญรู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ เขาจะต้องเผชิญหน้ากับอีกหลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อปกป้อง “สิ่งนั้น”
ชาญกำกล่องเหล็กในอ้อมแขนแน่นขึ้น พลางรีบวิ่งต่อไป เขาต้องรีบไปให้ถึง “ฐานปฏิบัติการลับ” ของเขาให้เร็วที่สุด
แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไป เขาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ…
เงาร่างนั้นไม่ได้ตามออกมา แต่กลับมีรถเก๋งสีดำสนิทคันหนึ่ง จอดรออยู่ห่างจากปากตรอกไม่มากนัก
ชาญหรี่ตาลง พลางพยายามเพ่งมองเข้าไปในรถ แต่แสงไฟจากถนนไม่สว่างพอที่จะทำให้เขาเห็นอะไรได้ชัดเจน
“ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้?” ชาญพึมพำกับตัวเอง
เขาตัดสินใจแล้วว่า ณ วินาทีนี้ การเผชิญหน้าโดยตรงอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เขาจะต้องหาทางอื่นเพื่อหลบเลี่ยงการจับตาดูของคนในรถคันนั้น
ชาญหันหลังกลับ พลางสอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว เขามองเห็นทางเข้าโกดังร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล เขาตัดสินใจที่จะเข้าไปหลบซ่อนตัวที่นั่นก่อน
เมื่อชาญวิ่งเข้าไปในโกดังร้าง เขาก็พบกับความมืดที่ยิ่งกว่าในตรอกเสียอีก กลิ่นอับชื้นและฝุ่นละอองลอยคลุ้งไปทั่ว
ชาญได้ยินเสียงรถเก๋งสีดำคันนั้นกำลังขับเข้ามาใกล้
“ต้องรีบแล้ว!” ชาญคิดในใจ
เขาพุ่งตัวเข้าไปยังส่วนลึกของโกดัง ค้นหาที่ซ่อนที่เหมาะสม
ในที่สุด ชาญก็พบกับมุมที่มืดมิดที่สุดของโกดัง เขาซ่อนตัวอยู่หลังกองลังไม้เก่า ๆ พร้อมกับกล่องเหล็กในอ้อมแขน
เสียงรถเก๋งคันนั้นจอดสนิทอยู่ด้านนอก
ชาญได้ยินเสียงประตูรถเปิดออก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังเข้ามาในโกดัง
“มาแล้ว… พวกมันมาแล้ว” ชาญพึมพำกับตัวเอง
เขาเตรียมปืนพกลูกโม่ในมือให้พร้อม เขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งต่อไป จะต้องดุเดือดและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
แต่ชาญก็ไม่เคยหวาดหวั่น เขาคือ “ชาญณรงค์ ภักดี” ชายผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
ชาญรอคอยอย่างใจเย็น…
เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
ชาญพร้อมแล้ว…ที่จะเผชิญหน้ากับ “พายุเงาพิฆาต” ที่กำลังจะโหมกระหน่ำเข้ามา…

พายุเงาพิฆาต
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก