เสียง “เพล้ง!” อันคมชัดที่สะท้อนก้องไปทั่วตรอกแคบ ๆ นั้น ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของชาญณรงค์ หรือชาญ เพียงชั่วพริบตา เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากก้อนหินอีกต่อไป แต่เป็นเสียงของโลหะกระทบกับโลหะ ปืนพกลูกโม่ในมือของเขากำลังถูกง้างลำกล้องอย่างรวดเร็ว ปลายกระสุนที่แหลมคมราวกับคมมีด จ่อเข้ากับผนังอิฐที่เต็มไปด้วยมอสส์และคราบสกปรก
เงาตะคุ่มที่เคยยืนนิ่งอยู่กลางตรอกนั้นพลันเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด แสงสลัวจากหลอดไฟนีออนที่กะพริบเป็นจังหวะ ทำให้การเคลื่อนไหวนั้นยิ่งดูพร่าเลือน ชาญรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การเผชิญหน้าโดยตรง เขาต้องใช้จังหวะนี้ให้เป็นประโยชน์
“จะหนีไปไหน?” ชาญพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย สะท้อนความเครียดที่กำลังกัดกิน เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาแต่รวดเร็ว กำลังถอยร่นลึกเข้าไปในความมืดของตรอกอีกด้านหนึ่ง
ชาญกระโจนออกจากที่กำบังอย่างรวดเร็ว เขาไม่ลังเลที่จะวิ่งตามไป สัญชาตญาณนักสู้ที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาทำให้ร่างกายของเขากระฉับกระเฉงราวกับสัตว์ป่า เสียงฝีเท้าของเขาเหยียบย่ำบนเศษขยะและพื้นคอนกรีตที่ผุพัง สะท้อนเสียงดังเป็นจังหวะที่เร่งเร้า
“หยุดเดี๋ยวนี้!” ชาญตะโกนสุดเสียงอีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านซอกตึก และเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ จางหายไป
เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น หัวใจเต้นระส่ำราวกับกลองศึก ใบหน้าของเขาฉายแววแน่วแน่ ดวงตาคมกริบสอดส่ายไปมา พยายามจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้นในความมืด
แล้วเขาก็เห็น…
เพียงแวบเดียวเท่านั้น ชาญเห็นเงาร่างหนึ่งโผล่พ้นจากมุมตึกทางด้านซ้าย และหายวับเข้าไปในช่องทางแคบ ๆ ระหว่างอาคารสองหลัง ช่องทางนั้นแคบเสียจนแทบจะเดินสวนกันไม่ได้ ชาญไม่ลังเลที่จะพุ่งตรงไปยังช่องทางนั้น
“คิดว่าจะหนีพ้นรึไง?” เขาคำราม ก้าวเท้าอย่างมั่นคงเข้าไปในความมืดมิด
อากาศในช่องทางแคบ ๆ นั้นอบอ้าวและมีกลิ่นอับชื้นของเชื้อราผสมกับกลิ่นฉุนของสารเคมีบางอย่าง ชาญเดินช้าลงเล็กน้อย มือข้างหนึ่งยังคงกำปืนพกลูกโม่ไว้แน่น มืออีกข้างยกขึ้นปัดป่ายไปข้างหน้าเพื่อสัมผัสกับผนังที่เย็นเฉียบและเปียกชื้น
เงาตะคุ่มที่เขาไล่ตามมานั้นดูเหมือนจะหายไปเสียแล้ว เขาพยายามตั้งสมาธิ ฟังเสียงรอบข้าง ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวในอก
ทันใดนั้นเอง!
เสียง “ฟ่อ!” ดังมาจากด้านหน้า ชาญชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้าง เขาเห็นปลายดาบที่สะท้อนแสงสลัว กำลังฟาดฟันลงมาอย่างรวดเร็ว
ชาญเบี่ยงตัวหลบอย่างอัตโนมัติ ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวโดยสัญชาตญาณ ใบมีดคมกริบเฉียดผ่านใบหน้าของเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด กลิ่นโลหะเย็นเฉียบปะทะจมูก
“แกมันใครกันแน่!” เสียงห้าวทุ้ม ดังมาจากเงาตะคุ่มที่ตอนนี้กำลังปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา ใบหน้าภายใต้หน้ากากสีดำสนิท ดวงตาของเขาฉายแววกร้าว
ชาญไม่ตอบ เขาตั้งท่าเตรียมพร้อม ดาบในมือของอีกฝ่ายชี้มาที่เขาอย่างท้าทาย
“ข้าคือคนที่แกกำลังพยายามจะหนี” ชาญตอบเสียงเย็นชา ดวงตาของเขาสบประสานกับดวงตาภายใต้หน้ากาก
การปะทะกันของดาบและปืนเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับชาญ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น เขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่อันตรายนี้
“ข้าจะฆ่าแก!” ชาญประกาศ เขาได้ยินเสียงคำรามจากอีกฝ่ายเช่นกัน
เสียงดาบกระทบกันดังกึกก้องไปทั่วช่องทางแคบ ๆ แสงสลัวที่ลอดมาจากปากตรอก ทำให้เห็นเพียงเงาของดาบที่ฟาดฟันไปมาอย่างรวดเร็ว ชาญใช้ปืนพกลูกโม่ของเขาเป็นทั้งอาวุธและโล่ เขาปัดป้องคมดาบที่คมกริบ สลับกับการพยายามหาจังหวะยิง
“แกมันก็แค่หมาข้างถนน ที่คิดจะมาเทียบกับเสืออย่างข้า!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากอีกฝ่าย
“เสือที่แก่แล้ว หลงทางอยู่ในตรอกที่สกปรก!” ชาญสวนกลับขณะที่เขาเบี่ยงตัวหลบคมดาบที่ฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง
เขาเห็นร่องรอยของความโกรธฉายชัดในดวงตาของอีกฝ่าย การต่อสู้ดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ความเหนื่อยล้าเริ่มปรากฏขึ้น แต่ชาญรู้ว่าเขาจะยอมแพ้ไม่ได้
เขาต้องหาทางเอาชนะศัตรูคนนี้ให้ได้ เพื่อที่จะได้เข้าใกล้เป้าหมายที่แท้จริงของเขา
ทันใดนั้นเอง ชาญเห็นโอกาส เขาเห็นช่องว่างเพียงชั่วขณะที่อีกฝ่ายกำลังเปิดการป้องกันเพื่อสวนกลับ
“ได้เวลาจบเกมแล้ว!” ชาญตะโกน
เขาปล่อยปืนพกลูกโม่ที่มือข้างหนึ่งลง แล้วใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ ปัดป้องดาบของอีกฝ่ายออกไป ก่อนที่จะใช้แรงทั้งหมดที่มี พุ่งเข้าประชิดตัว
“อั๊ค!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
ชาญใช้ศอกกระแทกเข้าที่ท้องของคู่ต่อสู้เต็มแรง ทำให้ร่างนั้นเซถอยหลังไปเล็กน้อย
“แก…” อีกฝ่ายพยายามจะพูด แต่เสียงของเขาก็ขาดหายไป
ชาญไม่รอช้า เขาคว้าปืนพกลูกโม่ที่หล่นลงมาขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเล็งไปที่หน้าผากของคู่ต่อสู้
“เกมจบแล้ว” ชาญกล่าวเสียงเย็น
แต่แล้ว…
เสียงไซเรนตำรวจดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จากด้านนอกตรอกใหญ่ ชาญรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมกับการสู้รบ เขาต้องรีบจัดการเรื่องนี้ และหายตัวไปให้เร็วที่สุด
เขาเหลือบมองร่างของคู่ต่อสู้ที่กำลังทรุดตัวลงไปนอนกับพื้น เขาเห็นประกายบางอย่างที่ข้อมือของอีกฝ่าย
“นาฬิกา…?” ชาญขมวดคิ้ว เขารู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด
ก่อนที่เขาจะมีเวลาได้สำรวจอะไรไปมากกว่านี้ เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังใกล้เข้ามา
“แกจะไปไหน?” ชาญถามคู่ต่อสู้ที่กำลังบาดเจ็บ
“แก…ไม่มีวันตามข้าทันหรอก…” เสียงของอีกฝ่ายแหบพร่า
แล้วร่างนั้นก็ค่อย ๆ สลายไปในความมืด ราวกับเงาที่ถูกกลืนกิน
ชาญหันกลับมามองที่ปากตรอกใหญ่ เขาเห็นแสงไฟจากไฟฉายหลายดวงกำลังส่องเข้ามา
“ไม่เป็นไร… ยังมีโอกาสอีก” ชาญพึมพำกับตัวเอง เขารู้ว่าเขาต้องรีบหลบหนี
เขาหันกลับไปมองที่ร่างของคู่ต่อสู้ของเขาอีกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจบางอย่าง
ชาญวิ่งตรงไปที่ร่างนั้น เขาโน้มตัวลงไป คว้าข้อมือของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“ขอโทษด้วยนะ…” ชาญกล่าว เขาใช้นิ้วกดลงบนปุ่มเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่บนสายรัดข้อมือของนาฬิกา
แสงไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นมาทันที และภาพโฮโลแกรมเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
ภาพนั้นเป็นรูปธงสัญลักษณ์สีดำที่มีรูปกะโหลกไขว้สีแดงอยู่ตรงกลาง
“องค์กร…เงาอสูร…” ชาญพึมพำด้วยความตกใจ
เขาจำสัญลักษณ์นี้ได้ทันที มันคือสัญลักษณ์ขององค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองนี้
“ทั้งหมดนี่…เป็นแค่การเริ่มต้นสินะ” ชาญคิดในใจ
เสียงฝีเท้าของตำรวจดังเข้ามาใกล้กว่าเดิม ชาญต้องรีบตัดสินใจ
เขาได้ข้อมูลที่สำคัญ แต่เขาก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานกว่านี้
ชาญตัดสินใจฉวยโอกาส เขาก้มลงหยิบของบางอย่างที่พื้น ก่อนที่จะหันหลังวิ่งหนีเข้าไปในความมืดของช่องทางแคบ ๆ อีกครั้ง
ขณะที่เขากำลังวิ่ง เขาเหลือบมองไปที่ข้อมือของคู่ต่อสู้ของเขาอีกครั้ง
“นาฬิกาเรือนนั้น… มันมีกลไกพิเศษอะไรบางอย่างแน่ๆ” ชาญคิด
เขาต้องรู้ให้ได้ว่านาฬิกาเรือนนั้นคืออะไร และสัญลักษณ์ ‘เงาอสูร’ นั้นมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ชาญหายเข้าไปในความมืดของช่องทางแคบ ๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังเข้ามาค้นหา
แต่ในใจของชาญนั้น เต็มไปด้วยคำถามมากมาย และความรู้สึกที่ว่า
เกมที่แท้จริง…เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น…

พายุเงาพิฆาต
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก