เสียง “แกร้ง!” อันทรงพลังสะท้อนก้องไปทั่วตรอกแคบ ๆ แห่งนั้น ความแม่นยำที่ชาญณรงค์ หรือชาญ ใช้ในการปาหินครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่เบี่ยงเบนความสนใจของศัตรู แต่ได้สร้างความเสียหายเล็กน้อยให้กับสิ่งที่มันใช้ป้องกันตัวเองอยู่ เสียงนั้นบอกให้ชาญรู้ได้ทันทีว่า หินที่เขาปาไปไม่ได้กระทบเพียงแค่ผนังอิฐเก่า ๆ แต่มันได้กระแทกเข้ากับ “บางสิ่ง” ที่มีลักษณะแข็งราวเหล็ก
เงาตะคุ่มที่ยืนนิ่งอยู่กลางตรอกนั้นกระตุกอย่างเห็นได้ชัด จังหวะที่ชาญรอคอยมาถึงแล้ว มือเรียวสวยแต่แฝงด้วยพละกำลังของนักสู้ ชาญค่อย ๆ เลื่อนปลายนิ้วไปสัมผัสกับด้ามปืนพกลูกโม่รุ่นเก่าที่ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำ มันเย็นเฉียบเมื่อสัมผัส แต่ความเย็นนั้นกลับไม่สามารถดับความร้อนระอุในกายของเขาได้เลย
“เข้ามาสิ!” เสียงห้าวทุ้มของชาญดังขึ้นอย่างเยือกเย็น เขาแสร้งทำเป็นกล้าหาญ เดินออกจากที่ซ่อนหลังถังขยะใบใหญ่ที่ผุพัง แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนที่กระพริบติด ๆ ดับ ๆ พอจะเผยให้เห็นโครงร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วเข้มสำรวจไปทั่วบริเวณอย่างระแวดระวัง
เงาตะคุ่มที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ในความมืด ชาญสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวที่แผ่วเบา แต่ก็หนักแน่นบ่งบอกถึงความพร้อมในการต่อสู้ เขาเดาได้ทันทีว่าไม่ใช่คนธรรมดาที่ยืนอยู่ตรงหน้า ศัตรูของเขากำลังรอคอยบางสิ่ง หรืออาจจะกำลังรอให้เขาเดินเข้าไปในกับดัก
“ใครอยู่ตรงนั้น? ออกมาเดี๋ยวนี้!” ชาญแสร้งตะโกนเสียงดัง พยายามสร้างภาพลักษณ์ของคนที่หลงเข้ามาในตรอกแห่งนี้อย่างไม่ตั้งใจ เขาจงใจเดินช้า ๆ ยืดเวลาออกไป เพื่อสังเกตการณ์และประเมินสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด
ทันใดนั้นเอง ร่างเงาที่เคยยืนนิ่งอยู่กลางตรอกก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงจนแทบจะมองไม่ทัน ชาญเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าศัตรูจะโจมตีเร็วขนาดนี้ เขาเกือบจะตั้งตัวไม่ทัน แต่สัญชาตญาณนักสู้ที่ฝึกฝนมาอย่างโชกโชนกลับทำงานได้เร็วกว่าความคิด
“ปัง!”
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในตรอกแคบ ๆ อากาศเย็นยะเยือกพลันร้อนระอุขึ้นมาทันที ลำแสงสีแดงฉานจากปากกระบอกปืนสว่างวาบ ชาญเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด กระสุนพุ่งเฉียดไหล่เขาไปอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด รู้สึกได้ถึงแรงลมปะทะที่ชายเสื้อแจ็กเก็ต
“เร็วมาก!” ชาญคิดในใจ เขาไม่รอช้า ดึงปืนพกลูกโม่ที่เตรียมไว้ในมือออกมาอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของเขาไม่ใช่การยิงเพื่อปลิดชีพในทันที แต่เป็นการยิงเพื่อสร้างความได้เปรียบและเปิดทางหนี
“แคร้ง!”
ชาญยิงสวนออกไปทันที แม้จะไม่เห็นเป้าหมายที่ชัดเจน แต่เขากะระยะจากการเคลื่อนไหวของเงาเมื่อครู่ กระสุนของเขาไม่ได้มุ่งตรงไปที่ร่างของศัตรู แต่เป็นการยิงเพื่อสร้างเสียงดังและประกายไฟที่ปลายกระบอกปืน เพื่อให้เห็นทิศทางของศัตรูได้ชัดเจนขึ้น
เสียงโลหะกระทบกันดัง “เพล้ง!” ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม คราวนี้ชาญรู้แล้วว่าสิ่งที่เขาปาไปตอนแรกนั้นโดนเข้ากับอะไรบางอย่างที่แข็งแรงมาก และเสียงปืนของศัตรูก็ถูกเบี่ยงเบนออกไปเล็กน้อยจากการกระทบนั้น
“อาวุธของมันไม่ใช่ปืนธรรมดา!” ชาญวิเคราะห์ เขาเห็นเงาของร่างที่สูงกว่าเขาเล็กน้อย กำลังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับแมวป่า ร่างนั้นสวมชุดสีดำสนิท กลมกลืนไปกับความมืดในตรอก
“แกเป็นใคร?” ชาญตะโกนถาม แต่ก็รู้ดีว่าคำถามนี้คงไม่ได้คำตอบ เขาต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดก่อน
เงาตะคุ่มนั้นพุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่รีบร้อนเหมือนครั้งแรก มันใช้การเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนจะกะจังหวะการโจมตีของชาญอย่างแม่นยำ ชาญรู้ดีว่าเขาไม่สามารถยิงปะทะตรง ๆ กับศัตรูที่มีอาวุธที่น่าสงสัยเช่นนี้ได้ เขาต้องใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์
ชาญถอยหลังไปช้า ๆ เท้าสัมผัสกับพื้นกรวดที่ขรุขระ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว หาจุดที่จะใช้เป็นที่กำบัง หรือจุดที่จะใช้สร้างความได้เปรียบ
“ถังขยะใบนั้น…” ดวงตาของชาญเหลือบไปเห็นถังขยะใบใหญ่ที่เขาเพิ่งหลบออกมา มันดูจะแข็งแรงกว่าที่คิด และยังมีน้ำโคลนสกปรกอยู่เต็มถัง
“อีกครั้ง!” ชาญตัดสินใจ เขาตั้งปืนพกลูกโม่ในมือ เตรียมพร้อม
เมื่อเงาตะคุ่มนั้นเข้ามาใกล้ ชาญก็ปล่อยหมัดชุดหนึ่งเข้าใส่ลมว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว เป็นการล่อให้ศัตรูเข้าใจผิดว่าเขากำลังจะโจมตีด้วยมือเปล่า จากนั้นเขาก็หมุนตัวอย่างรวดเร็ว และถีบเข้าใส่ถังขยะใบนั้นอย่างสุดแรง
“โครม!”
ถังขยะใบนั้นล้มคว่ำลง น้ำโคลนสกปรกกระฉอกกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ชาญใช้จังหวะที่ศัตรูกำลังตกใจและเสียการทรงตัว รีบยิงปืนของเขาออกไปอีกครั้ง
“ปัง!”
คราวนี้กระสุนของชาญพุ่งตรงไปที่ร่างของศัตรู แต่ก็ยังคงถูกเบี่ยงเบนออกไปอย่างฉิวเฉียดเช่นเคย ชาญรู้ดีว่าเขาต้องเข้าประชิดตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากปืนพกลูกโม่ของเขาให้ได้มากที่สุด
“แกหนีไม่พ้นหรอก!” เสียงแหบพร่าดังมาจากในความมืด น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
ชาญไม่ตอบ เขาพุ่งตัวเข้าไปหาศัตรูอย่างรวดเร็ว ใช้ท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่เขาฝึกฝนมาอย่างดี เพื่อให้เป็นไปตาม “แผนเงา” ที่วางไว้ในใจ
ในขณะที่ชาญกำลังพุ่งเข้าไป เขาแอบใช้นิ้วอีกข้างหนึ่งกดปุ่มบนข้อมือของเขาอย่างแผ่วเบา อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อแจ็กเก็ตของเขาเริ่มทำงาน
“ซ่า!”
เสียงคล้ายละอองน้ำพุ่งออกมาจากอุปกรณ์นั้นอย่างแผ่วเบา แต่ชาญรู้ดีว่ามันกำลังปลดปล่อย “บางสิ่ง” ออกมา
เงาตะคุ่มนั้นพยายามจะตั้งหลัก แต่การที่น้ำโคลนกระเด็นเข้าตาและกลิ่นเหม็นที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว ก็ทำให้มันเสียสมาธิไปชั่วขณะ
“นี่มันอะไรกัน!” เสียงของศัตรูดังขึ้นอย่างหงุดหงิด
ชาญใช้จังหวะนี้พุ่งตัวเข้าไปประชิด ชาญไม่สนใจอาวุธของศัตรู เขาพุ่งเข้าใส่ด้วยการปะทะโดยตรง ใช้แขนข้างหนึ่งปัดป้อง และอีกข้างหนึ่งเตรียมพร้อมจะใช้ปืนพกลูกโม่เป็นอาวุธระยะประชิด
“โครม!”
ทั้งสองร่างปะทะกันอย่างแรง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ชาญรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้
“แกคิดว่าจะหยุดฉันได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ!” ชาญกัดฟัน พูดเสียงลอดไรฟัน
เงาตะคุ่มนั้นพยายามจะปลดอาวุธของชาญ แต่ชาญพลิกตัวหลบอย่างรวดเร็ว เขาใช้เข่ากระแทกเข้าที่สีข้างของศัตรูอย่างจัง
“อั่ก!”
ศัตรูผงะไปเล็กน้อย ชาญไม่รอช้า ชักปืนพกลูกโม่ของเขาออกมา และจ่อไปที่หน้าอกของศัตรู
“ยอมแพ้ซะ!” ชาญตะโกน
แต่เงาตะคุ่มนั้นกลับหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและน่าขนลุก
“แกยังไม่รู้เลยว่ากำลังเผชิญหน้ากับใคร!”
ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น อุปกรณ์ที่ชาญกดไปก่อนหน้านี้บนข้อมือของเขา เริ่มปล่อยควันสีขาวออกมาจำนวนมาก ควันนั้นไม่ได้มีกลิ่นฉุน แต่มันมีความเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกมาอย่างรวดเร็ว
“อะไรน่ะ!” ชาญอุทานด้วยความตกใจ
ควันสีขาวหนาทึบปกคลุมทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว จนชาญเองก็มองเห็นอะไรไม่ชัดเจน เขาได้กลิ่นแปลก ๆ เจือจางอยู่ในอากาศ เป็นกลิ่นที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“แผนของแกมันไม่ได้ผลกับฉันหรอก!” เสียงของศัตรูดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่ชาญสัมผัสได้ว่ามันอยู่ใกล้มาก
เงาตะคุ่มนั้นใช้จังหวะที่ชาญกำลังสับสนกับควันปริศนา พุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้ใช้การโจมตีที่รุนแรง แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและแม่นยำ
“ฉึก!”
ชาญรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่สีข้าง เขาพยายามจะเงื้อปืนขึ้นมาตอบโต้ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“แกมันก็แค่นักฆ่าระดับล่าง…” เสียงของศัตรูดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ชาญมองไม่เห็น
ชาญเซถอยหลัง เขาพยายามจะประคองตัวเอง แต่ความเย็นที่แผ่กระจายออกมาจากควันปริศนานั้นกลับทำให้ร่างกายของเขาชาไปหมด
“นี่มัน…อะไรกันแน่…” ชาญพยายามรวบรวมสติ
เขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้เลยแม้แต่น้อย ศัตรูที่เขาเจอไม่ใช่คนธรรมดา แต่มันคือ “สิ่งมีชีวิต” ที่เหนือกว่าความเข้าใจของเขา
ในขณะที่ชาญกำลังจะเสียการทรงตัว เขาเห็นเงาของศัตรูเคลื่อนไหวหายลับไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงแต่ควันสีขาวที่ยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
ชาญพยายามจะตามไป แต่ร่างกายของเขาไม่ยอมขยับ เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่สีข้าง และความชาที่เริ่มลามไปทั่วทั้งตัว
“แก…จะหนีไปไหน…” ชาญพยายามพูด แต่เสียงของเขากลับแหบพร่า
เขาพยายามมองไปรอบ ๆ เพื่อหาทาง แต่ทุกอย่างกลับดูพร่ามัวไปหมด
“ไม่…ยังไม่จบแค่นี้…” ชาญพยายามปลุกตัวเองให้ตื่น
เขาต้องเอาชีวิตรอดไปให้ได้ เรื่องราวของ “พายุเงาพิฆาต” ยังไม่จบเพียงเท่านี้
ในคฤหาสน์หรูหราอันโอ่อ่าใจกลางเมือง ผู้นำองค์กร “อัญมณีดำ” ชายที่สวมชุดสูทสีดำสนิทใบหน้าคมคายแต่เย็นชา กำลังจิบไวน์แดงชั้นเลิศอยู่บนระเบียง มองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวง
“รายงานมา” ชายผู้นั้นกล่าวเสียงเรียบ
ชายอีกคนหนึ่งซึ่งสวมชุดสีดำเช่นเดียวกัน ก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ท่านครับ…ภารกิจของเราล้มเหลว…ลูกน้องของเราถูกเบี่ยงเบนความสนใจ และได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของศัตรู…เขาไม่สามารถตามเป้าหมายได้…”
ผู้นำองค์กร “อัญมณีดำ” ชะงักการจิบไวน์ ใบหน้าของเขาฉายแววเรียบนิ่ง แต่แววตากลับฉายประกายเย็นยะเยือก
“ล้มเหลวอย่างนั้นเหรอ…” เสียงของเขากระซิบแผ่วเบา “แล้วเป้าหมายล่ะ…อยู่ที่ไหน”
“เขา…หลบหนีไปได้ครับ…แต่…เราได้เก็บตัวอย่าง ‘สารพิเศษ’ ที่เขาใช้…ไว้ได้ครับ…”
ผู้นำองค์กร “อัญมณีดำ” ยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นดูอันตรายยิ่งกว่าการขู่คำราม
“ดี…อย่างน้อยเราก็ได้ ‘สิ่ง’ ที่เราต้องการ…เตรียมการ…เราจะตามล่ามัน…จนกว่าจะถึงที่สุด…”
ในขณะเดียวกัน ภายในโกดังร้างอันเป็นฐานปฏิบัติการลับของชาญ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้หนึ่งกำลังนอนหมดสติอยู่บนเตียง โลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมาจากแผลที่สีข้างของเขา
“ชาญ…ชาญ…” เสียงใครบางคนเรียกอย่างอ่อนโยน
ชาญค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปหมด เขาเห็นใบหน้าของ “อรุณ” หญิงสาวผู้เป็นสหายสนิท และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเขา
“อรุณ…ฉัน…เกิดอะไรขึ้น…” ชาญพยายามถาม
อรุณมองสีหน้าของชาญด้วยความเป็นห่วง “คุณถูกโจมตี…แต่ไม่ต้องห่วง…ฉันจะรักษาคุณเอง…”
“แต่…ศัตรู…คือใคร…” ชาญถามอย่างอ่อนแรง
อรุณส่ายหน้า “ฉันไม่รู้…แต่…ฉันสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง…จาก ‘สาร’ ที่มันใช้…ฉันคิดว่า…มันอาจจะเกี่ยวข้องกับ…องค์กร ‘อัญมณีดำ’…”
ชาญได้ยินดังนั้น ก็เบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ “อัญมณีดำ…งั้นเหรอ…”
เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน ความรู้สึกอันตรายแผ่ซ่านเข้ามาในใจ
“แผนการของฉัน…มันผิดพลาดไปหมด…” ชาญคิดในใจ
“ไม่…ยังไม่จบแค่นี้…” ชาญกัดฟัน “ฉันจะต้องรู้ให้ได้…ว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง…และ…ทำไมพวกเขาถึงตามล่าฉัน…”
สายตาของชาญฉายแววแน่วแน่ แม้จะอ่อนแรง แต่ความมุ่งมั่นของเขากลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
“เรื่องราวของ ‘พายุเงาพิฆาต’…กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง…”

พายุเงาพิฆาต
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก