เสียง “แกร้ง!” อันทรงพลังยังคงก้องกังวานอยู่ในตรอกแคบ ๆ ราวกับจะประกาศชัยชนะของกลยุทธ์อันชาญฉลาดของชาญณรงค์ หรือชาญ ร่างสูงผอมของเขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใบหน้าคมคายที่มักฉายแววเคร่งขรึม บัดนี้มีรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น มันเป็นรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มาจากการปะทะประจันหน้าโดยตรง หากแต่เป็นการใช้จิตวิทยาและสภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ การใช้เสียงก้องสะท้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของอาวุธคู่ใจของเขา “วายุพิฆาต” ที่ดัดแปลงเป็นพิเศษ ให้ดูเหมือนเสียงปืนที่ยิงมาจากทิศทางอื่น สร้างความสับสนให้กับกลุ่มนักฆ่าที่กำลังไล่ล่าเขาอยู่
“โง่สิ้นดี” ชาญพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับเก็บ “วายุพิฆาต” ซึ่งเป็นชุดกระบองเหล็กที่สามารถยืดหดได้และมีกลไกซับซ้อน เก็บเข้าที่อย่างรวดเร็ว เขาตรวจสอบรอบ ๆ อย่างละเอียด แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนที่เกือบขาดดวงหนึ่ง ส่องให้เห็นผนังอิฐมอญที่ชื้นแฉะ คราบน้ำมันและสิ่งปฏิกูลที่กองพะเนินอยู่ตามมุมต่าง ๆ ชี้ให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของย่านนี้
แต่สำหรับชาญ ตรอกแห่งนี้คือสนามเด็กเล่น เป็นสังเวียนที่เขาคุ้นเคยดี เขารู้ทุกซอกทุกมุม รู้ว่าพื้นผิวตรงไหนลื่น รู้ว่าเงาตรงไหนหนาทึบพอจะอำพรางตัวได้ เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาไปตามตรอก ลมหายใจของเขาถูกควบคุมอย่างดี ไม่ให้เกิดเสียงใด ๆ
เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลัง ยิ่งเข้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ชาญชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย เขารู้ดีว่านักฆ่าจาก “องค์กรเงา” ไม่มีวันยอมแพ้ง่าย ๆ พวกเขาได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี มีความอดทน และมีเป้าหมายที่ชัดเจน คือการกำจัดเขาให้สิ้นซาก
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ชาญณรงค์!” เสียงห้าว ๆ ตะโกนขึ้นมาจากด้านหลัง ชาญยิ้มมุมปาก เขาหันกลับไปมองเพียงแวบเดียว เห็นเงาร่างสูงใหญ่สามร่างกำลังวิ่งไล่ตามเขามา ใบหน้าของพวกเขาถูกปิดบังด้วยหน้ากากสีดำ มีเพียงดวงตาที่ฉายแววอำมหิต
“ยังอีกไกลนัก” ชาญตอบกลับไปเสียงเบา ๆ แต่ก็ดังพอที่จะให้พวกมันได้ยิน ก่อนจะเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย เขาไม่คิดจะเผชิญหน้ากับพวกมันโดยตรงในที่เปิดโล่งเช่นนี้ มันอันตรายเกินไป
เขาเลี้ยวเข้าสู่ตรอกที่แคบลงไปอีก ผนังทั้งสองข้างยิ่งเข้ามาใกล้จนเกือบจะชนกัน แสงสว่างยิ่งริบหรี่ลงจนแทบจะกลายเป็นความมืด ชาญใช้สัญชาตญาณและความจำนำทาง ดวงตาของเขาปรับตัวเข้ากับความมืดได้อย่างรวดเร็ว เขาสามารถมองเห็นโครงร่างของสิ่งกีดขวางต่าง ๆ แม้ในความมืดมิด
เสียงฝีเท้าของพวกนักฆ่าดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง พวกมันไม่ยอมให้โอกาสเขาหนีไปได้ง่าย ๆ ชาญเหลือบมองไปทางด้านซ้าย เห็นช่องว่างเล็ก ๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น เป็นช่องทางเข้าสู่พื้นที่ที่เขาคาดเดาว่าจะเป็นโกดังร้าง
“ถึงเวลาเปลี่ยนเกมแล้ว” ชาญพึมพำกับตัวเอง เขาหยุดฝีเท้ากะทันหัน ก่อนจะพุ่งตัวเข้าสู่ช่องว่างนั้นอย่างรวดเร็ว
“พวกมันไปทางซ้าย! อย่าปล่อยให้มันหนีไป!” เสียงตะโกนไล่หลังมา ชาญได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกมันที่วิ่งตามเขาเข้ามาในช่องว่างนั้น
เมื่อเข้ามาภายใน ชาญพบว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่โล่งกว้างกว่าตรอกด้านนอกเล็กน้อย มีกลิ่นอับชื้นของฝุ่นและสนิมคละคลุ้ง อากาศเย็นเยียบเสียดแทงไปทั่วร่างกาย
“ที่นี่คือ...โกดังร้าง” ชาญสำรวจรอบ ๆ สายตาของเขาผ่านไปบนชั้นวางของที่ว่างเปล่า อุปกรณ์ที่ถูกทิ้งร้าง และความมืดที่ปกคลุมไปทั่ว
ทันใดนั้นเอง เสียง “เปรี๊ยะ!” ดังขึ้นพร้อมกับลำแสงสีเขียวพุ่งออกมาจากความมืด มันเป็นปืนเลเซอร์ที่พวกนักฆ่าขององค์กรเงาใช้เป็นอาวุธประจำกาย ชาญเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด ลำแสงเลเซอร์เฉียดแก้มของเขาไปเพียงนิดเดียว
“อืม...ยังไม่ตายง่าย ๆ หรอก” ชาญยิ้มอย่างท้าทาย เขาคว้า “วายุพิฆาต” ออกมาจากเสื้อคลุมอีกครั้ง เขารู้ว่าเขาไม่สามารถใช้เสียง “แกร้ง!” ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาได้ในที่นี้ เพราะมันจะเปิดเผยตำแหน่งของเขาให้พวกมันรู้ได้ง่ายเกินไป
ชาญเคลื่อนไหวไปตามความมืด เขาใช้เสาเหล็กที่ตั้งเป็นระยะ ๆ เป็นที่กำบัง สายตาของเขากวาดมองไปรอบ ๆ พยายามหาตำแหน่งของพวกนักฆ่า
“เห็นมันแล้ว! ตรงนั้น!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้น
แสงเลเซอร์อีกชุดหนึ่งพุ่งเข้ามา ชาญกลิ้งตัวหลบไปด้านหลังเสาอย่างรวดเร็ว เขาได้ยินเสียง “เปรี๊ยะ!” ดังเป็นระยะ ๆ จากหลายทิศทาง
“เข้ามาให้หมดสิ” ชาญคิดในใจ เขากำลังวางแผนที่จะใช้สภาพแวดล้อมของโกดังแห่งนี้ให้เป็นประโยชน์
ทันใดนั้น ประตูเหล็กบานใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง แสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามา ทำให้เห็นโครงร่างของชายชุดดำอีกหลายคนกำลังก้าวเข้ามา พวกเขาดูเหมือนจะเป็นหน่วยเสริม
“พวกมันมาเป็นฝูงเลยแฮะ” ชาญถอนหายใจ แต่ไม่ได้แสดงความกังวลออกมา เขากลับรู้สึกสนุกขึ้นด้วยซ้ำ
ชาญรู้ดีว่าเขาไม่สามารถยืนหยัดสู้กับกำลังเสริมจำนวนมากเช่นนี้ได้นาน เขาต้องหาทางหนี หรือไม่ก็ต้องกำจัดพวกมันให้ได้ก่อนที่พวกมันจะรวมกำลังกัน
“แผนสำรอง” ชาญพึมพำกับตัวเอง เขามองไปที่เพดานของโกดัง ซึ่งมีเครนและรอกเหล็กเก่า ๆ ห้อยระโยงระยางอยู่
“ได้เวลาจุดประกายแล้ว” ชาญตัดสินใจ เขาปล่อย “วายุพิฆาต” ที่กำลังยืดออกไปกระทบกับเสาเหล็กเบา ๆ สร้างเสียง “กึง” เล็กน้อย เป็นสัญญาณให้พวกนักฆ่ารู้ว่าเขาอยู่ที่นั่น
“อยู่ตรงนั้นเอง!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้น
พวกนักฆ่าหันมาทางเสียง ชาญไม่รอช้า เขากระโดดขึ้นไปบนชั้นวางของที่อยู่ใกล้ที่สุด ด้วยความว่องไวที่น่าทึ่ง เขากระโดดจากชั้นหนึ่งไปยังอีกชั้นหนึ่ง ปีนป่ายไปตามโครงสร้างเหล็กของโกดัง
“มันปีนขึ้นไป!”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นตามมา ชาญปีนขึ้นไปจนถึงโครงสร้างเหล็กด้านบนสุดของโกดัง เขาปีนป่ายไปบนคานเหล็กขนาดใหญ่ มุ่งหน้าไปยังบริเวณที่เขาเห็นว่ามีถังน้ำมันเก่า ๆ ที่ถูกวางซ้อนกันอยู่หลายใบ
“เจอแล้ว” ชาญยิ้ม เขาใช้ “วายุพิฆาต” ที่หดสั้นลง กระแทกเข้าที่ถังน้ำมันใบหนึ่งอย่างแรง
“ตูม!” เสียงถังน้ำมันแตกออก น้ำมันสีดำข้นไหลทะลักลงมาด้านล่าง
พวกนักฆ่าที่อยู่ด้านล่างต่างตกใจ พวกมันพยายามหลบหลีก แต่ก็มีบางส่วนที่โดนน้ำมันกระเด็นใส่
“ไม่! ฉันจะเปื้อน!” หนึ่งในนั้นสบถ
ชาญไม่สนใจ เขากระโดดลงมาจากคานเหล็กอีกครั้ง และรีบวิ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งของโกดัง
“พวกมันต้องการกำจัดฉันด้วยไฟสินะ” ชาญคิด ขณะที่เขากำลังวิ่ง
ทันใดนั้นเอง ชาญก็เห็นประกายไฟเล็ก ๆ ที่ปลายกระบอกปืนเลเซอร์ของหนึ่งในนักฆ่าที่ตามเขามา
“เปรี๊ยะ!”
ประกายไฟนั้นพุ่งเข้าใส่กองน้ำมันที่ไหลนองอยู่ด้านล่าง
“บึ้ม!”
เปลวไฟลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว มันลามไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว ความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่ว ชาญรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผดเผา
“หายนะ” ชาญพึมพำ เขาต้องรีบออกจากที่นี่ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปมากกว่านี้
เขาหันกลับไปมอง เห็นพวกนักฆ่ากำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดจากเปลวไฟ พวกมันดูเหมือนจะเสียกระบวนท่าไปแล้ว
ชาญอาศัยจังหวะนี้ วิ่งไปยังประตูทางออกอีกด้านหนึ่ง เขาเห็นกลุ่มนักฆ่าที่เพิ่งเข้ามา กำลังงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“อะไรกันเนี่ย!” หนึ่งในกลุ่มนั้นตะโกน
ชาญพุ่งตัวเข้าใส่กลุ่มนั้นอย่างรวดเร็ว เขาใช้ “วายุพิฆาต” ฟาดฟันไปอย่างไม่ยั้ง แม้จะไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมด แต่ความเร็วและท่วงท่าที่เหนือชั้นของเขาก็ทำให้พวกนักฆ่าตั้งตัวไม่ติด
“อ๊าก!”
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ชาญอาศัยช่วงเวลาแห่งความสับสน ผลักพวกมันกระเด็นออกไป เปิดทางให้ตัวเองได้หลบหนี
เขาไม่รอช้า พุ่งตัวออกจากโกดังร้างแห่งนั้นไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเสียงเอะอะโวยวายและเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอยู่เบื้องหลัง
ชาญวิ่งเข้าไปในตรอกมืดอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้วิ่งอย่างสิ้นหวัง เขาวิ่งด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความโล่งใจ ความโกรธ และความมุ่งมั่น
“ครั้งนี้แค่การวอร์มอัพ” ชาญคิดในใจ “การแก้แค้นที่แท้จริง...กำลังจะเริ่มขึ้น”
เขารู้ดีว่า “องค์กรเงา” จะไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ และการที่เขาทำให้โกดังแห่งนี้กลายเป็นกองเพลิง อาจจะยิ่งทำให้พวกมันโกรธแค้นมากขึ้น
เมื่อเดินมาถึงปากตรอก ชาญมองเห็นภาพเบื้องหน้า เป็นแสงไฟสว่างไสวของเมืองใหญ่ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
“คฤหาสน์ของท่านประธาน...ถึงเวลาที่จะได้ไปเยือนแล้ว” ชาญพึมพำ พร้อมกับรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของเขา
แต่ทันใดนั้นเอง ชาญก็หยุดชะงัก เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านหลังของเขา เป็นเสียงที่แผ่วเบาแต่ก็ชัดเจน ราวกับเสียงกระซิบของสายลม
“ชาญณรงค์...”
ชาญหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ มีเพียงความมืดมิดของตรอกที่เขาเพิ่งจากมา
“ฉันคิดไปเองหรือเปล่า?” เขาครุ่นคิด
แต่แล้ว สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้น ใกล้กับที่เขาเคยยืนเมื่อครู่ มันเป็นวัตถุสีดำเงาขนาดเล็ก
ชาญก้มลงหยิบขึ้นมาดู เมื่อพิจารณาใกล้ ๆ เขาพบว่ามันเป็น...กระสุนปืน.
แต่ไม่ใช่กระสุนปืนธรรมดา มันเป็นกระสุนที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ มีสัญลักษณ์แปลก ๆ สลักอยู่บนปลอกกระสุน
ชาญรู้สึกถึงความผิดปกติ เขาเคยเห็นกระสุนแบบนี้มาก่อน...ในความฝันของเขา
“นี่มันหมายความว่ายังไง?” เขาครุ่นคิดอย่างหนัก
ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มคืบคลานเข้ามาในใจของเขา เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครสามารถยิงกระสุนประเภทนี้มาถึงเขาได้
“ใครกันแน่?”
ชาญมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง แต่ก็ไม่พบอะไร เขาเก็บกระสุนปริศนาชิ้นนั้นไว้ในกระเป๋า ก่อนจะหันหลังและเดินต่อไป แต่คราวนี้ ฝีเท้าของเขากลับรู้สึกหนักอึ้งขึ้น
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่าง...กำลังรอคอยเขาอยู่
(จบตอนที่ 11)

พายุเงาพิฆาต
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก