พายุเงาพิฆาต

ตอนที่ 15 — แผนลวงในคืนเดือนดับ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,008 คำ

เสียง “แกร้ง!” อันทรงพลังยังคงก้องกังวานอยู่ในตรอกแคบ ๆ ราวกับจะประกาศชัยชนะของกลยุทธ์อันชาญฉลาดของ ชาญณรงค์ หรือ ชาญ ‌ร่างสูงผอมของเขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใบหน้าคมคายที่มักฉายแววเคร่งขรึม บัดนี้มีรอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างแผ่วเบา ก้อนโลหะที่เขาใช้ขว้างออกไปอย่างแม่นยำ กระแทกเข้ากับข้อต่อของแขนกลที่ควบคุมประตูเหล็กขนาดมหึมาจนเกิดเสียงดังสนั่น ปากประตูเหล็กที่กำลังจะปิดลงอย่างรวดเร็วพลันหยุดชะงัก ก่อนจะค่อย ๆ ​ขยับถอยกลับไปเล็กน้อย เปิดช่องว่างพอให้ร่างของเขาเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้

“สำเร็จ!” ชาญพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าของเขาดังลอดผ่านลมเย็นยามค่ำคืน เขากลั้นหายใจ มือที่กร้านจากการฝึกฝนคว้ากระเป๋าที่สะพายอยู่ขึ้นมาเปิดออก หยิบเอาอุปกรณ์ไฮเทคชิ้นเล็ก ๆ ‍ออกมา มันคือเครื่องสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดพกพา ที่เขาปรับแต่งขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อรบกวนระบบไฟฟ้าของประตูเหล็กแห่งนี้

เบื้องหลังของความสำเร็จครั้งนี้ คือการวางแผนอันซับซ้อนที่กินเวลาหลายสัปดาห์ ชาญรู้ดีว่าการบุกเข้าไปในคฤหาสน์ของ “บิดา” ผู้นำองค์กรอาชญากรรมระดับชาติผู้ทรงอิทธิพล ‌จะไม่ใช่เรื่องง่าย ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ซับซ้อนกว่าที่เขาเคยเจอมาทั้งหมด ประตูเหล็กบานนี้เป็นเพียงด่านแรก แต่ก็เป็นด่านที่สำคัญที่สุด

เขาเคยเห็นภาพวงจรปิดจากสายลับที่แฝงตัวอยู่ข้างใน มันเป็นประตูที่เปิดอัตโนมัติด้วยระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวและแรงดัน แต่ที่น่าหวั่นใจที่สุดคือระบบการปิดฉุกเฉินที่ทำงานด้วยเซ็นเซอร์อินฟราเรด หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ประตูจะปิดลงทันที ‍และจะเปิดอีกครั้งก็ต่อเมื่อระบบได้รับการยืนยันจากศูนย์ควบคุมหลัก

แต่ชาญไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่าย ๆ เขาได้ศึกษาผังอาคาร โครงสร้างระบบไฟฟ้า และจุดอ่อนของระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์แห่งนี้อย่างละเอียด จากข้อมูลที่เขาได้รับมา แขนกลที่ควบคุมประตูนี้มีข้อต่อที่อ่อนแออยู่เพียงจุดเดียว และเขาสามารถใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เหมาะสมเข้ามารบกวนการทำงานของเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวในช่วงเวลาสั้น ​ๆ ได้

“โชคเข้าข้างเราแล้ว” ชาญกล่าวขณะที่ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอันแข็งแกร่ง เลื้อยผ่านช่องว่างของประตูเหล็ก เขาใช้ประโยชน์จากความเงียบสงัดของค่ำคืน และการที่ยามรักษาการณ์กำลังผลัดเปลี่ยนเวรพอดี

ทันทีที่ผ่านพ้นประตูเหล็กเข้าไป ร่างของชาญก็หายลับไปในเงามืดของสวนอันกว้างขวาง ด้านในคฤหาสน์ยังคงมีแสงไฟสลัว ​ๆ ส่องออกมาจากหน้าต่างบางบาน บ่งบอกถึงความเคลื่อนไหวภายใน ชาญย่อตัวลงต่ำ สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ เขาต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังที่สุด ทุกย่างก้าวคือความเสี่ยง

การเข้ามาในคฤหาสน์ของบิดาไม่ใช่เป้าหมายหลัก ​แต่เป็นเพียงการเข้าถึง “ห้องสมบัติ” ที่ซ่อนอยู่ภายในอาคารหลังที่สาม ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปจากตัวคฤหาสน์หลัก ชาญรู้ว่าสมบัติชิ้นสำคัญที่เขาตามหา ไม่ใช่เงินทองหรือเพชรพลอย แต่เป็น “ข้อมูล” บางอย่างที่บิดาครอบครองอยู่ ข้อมูลที่จะสามารถเปิดโปงแผนการร้ายขององค์กรนี้ และช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์อีกนับพัน

เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ สวนที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มีน้ำพุเต้นระบำอยู่กลางสวน และรูปปั้นโบราณตั้งเรียงรายอยู่ตามทางเดิน แต่ภายใต้ความงดงามนั้น ซ่อนเร้นไว้ซึ่งกับดักและระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ละเอียดอ่อน ชาญใช้ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา ทั้งจากหน่วยรบพิเศษและการฝึกฝนด้วยตัวเอง เพื่อหลบหลีกเซ็นเซอร์เหล่านั้น

เขาเคลื่อนตัวไปตามแนวพุ่มไม้ที่หนาทึบ หลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำลงบนพื้นหญ้าที่อาจมีเซ็นเซอร์ฝังอยู่ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเปรียบเสมือนนักเต้นที่กำลังเต้นรำกับความตาย

“ถ้าแผนสำรองเกิดผิดพลาดขึ้นมา จะทำยังไงต่อไป” ความคิดแวบเข้ามาในหัวของชาญ เขามักจะวางแผนเผื่อไว้เสมอ แต่ครั้งนี้มันอันตรายเกินไป

เขานึกถึงใบหน้าของ “น้ำหวาน” หญิงสาวที่เขาแอบรัก ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของบิดา เพราะเธอคือผู้ที่กุมความลับบางอย่างที่บิดาต้องการ แต่น้ำหวานไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย ชาญต้องรีบไปช่วยเธอให้พ้นจากเงื้อมมือของบิดาให้เร็วที่สุด

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากด้านหลัง ชาญชะงักกึก ลมหายใจของเขาติดขัด เขาหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว

“ใครน่ะ!” เสียงห้าว ๆ ของยามรักษาการณ์ดังขึ้นมา

ชาญไม่รอช้า เขากระโจนเข้าไปในพุ่มไม้ที่หนาทึบที่สุด พยายามกลั้นหายใจให้ได้มากที่สุด

“เห็นอะไรบางอย่างแวบ ๆ ตรงนั้น” ยามอีกคนพูดขึ้น

“แน่ใจเหรอ? หรือตาฝาดไป”

“ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน... แถวนี้ช่วงนี้มีข่าวลือแปลก ๆ”

ชาญได้ยินเสียงฝีเท้าของยามทั้งสองคน เดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ หัวใจของเขาเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก เขากัดฟันแน่น พยายามควบคุมสติ

“เอาไงดี” เขากระซิบกับตัวเอง

ทันใดนั้นเอง แสงไฟฉายส่องเข้ามาในพุ่มไม้ ชาญเบิกตากว้าง

“อยู่นิ่ง ๆ นะ! ยกมือขึ้น!” เสียงของยามดังขึ้น

ชาญรู้ว่านี่คือจุดอันตรายที่สุด เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้กำลัง

ในชั่วพริบตา ร่างของชาญพุ่งทะยานออกจากพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว เขาใช้ท่วงท่าการต่อสู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ฟาดแขนเข้าใส่ยามคนแรกอย่างแรงจนเซถลาไป ยามคนที่สองพยายามจะใช้ปืนพก แต่ชาญก็เร็วกว่า เขาใช้เท้าเตะเข้าไปที่ข้อมือของยามคนนั้น ปืนหลุดมือกระเด็นไป

“บ้าเอ๊ย! มาได้ไงวะ!” ยามคนนั้นร้องเสียงหลง

ชาญไม่เสียเวลา เขาจัดการยามทั้งสองคนด้วยท่าที่รวดเร็วและเด็ดขาด โดยไม่ให้มีโอกาสได้ร้องขอความช่วยเหลือ จากนั้นเขาก็รีบปลดอาวุธและอุปกรณ์สื่อสารของทั้งคู่ทิ้ง

“ไม่ให้ใครรู้ตัว” ชาญพึมพำ เขาจัดการซ่อนร่างของยามทั้งสองไว้ในพุ่มไม้ ก่อนจะรีบมุ่งหน้าต่อไปยังอาคารเป้าหมาย

เขารู้ดีว่าการปะทะครั้งนี้ อาจทำให้ระบบเตือนภัยถูกเปิดใช้งาน แต่เขาคิดว่ามันน่าจะคุ้มค่ากับการที่เขาสามารถผ่านด่านสำคัญนี้ไปได้

ชาญเดินลึกเข้าไปในอาณาเขตของคฤหาสน์ ความมืดและเงาของต้นไม้ใหญ่ดูเหมือนจะกลืนกินเขาเข้าไป เขาเดินไปตามทางที่เขามีข้อมูลอยู่แล้ว เป็นเส้นทางลับที่ทอดไปยังอาคารหลังที่สาม

ขณะที่เขาเดินผ่านสวนน้ำพุ เขาเห็นเงาตะคุ่ม ๆ สองสามร่าง กำลังยืนคุยกันอยู่ ชาญชะลอฝีเท้าลงทันที เขาแอบซุ่มอยู่หลังรูปปั้นขนาดใหญ่

“แกแน่ใจนะ ว่าไม่มีใครเห็น?” เสียงหนึ่งดังขึ้น

“แน่ใจสิ! เรามาที่นี่กันประจำ”

“แต่ว่า... ช่วงนี้มันแปลก ๆ นะ เห็นว่ามีคนพยายามจะเข้ามาในเขตคฤหาสน์”

“อย่าไปกลัวมันหรอกน่า! ถ้ามีใครกล้าเข้ามาจริง ก็โดนจับได้อยู่ดี”

ชาญอดไม่ได้ที่จะฟังบทสนทนาเหล่านั้น เขาพยายามประเมินสถานการณ์ พวกเขาคือใคร? มาทำอะไรกันที่นี่?

“แต่ฉันได้ยินมาว่า... มีคนของ ‘บิดา’ ที่กำลังจะถูกกำจัด... เป็นคนใกล้ตัว”

“แกได้ยินมาจากไหน! อย่ามาพูดพล่อย ๆ นะ!”

“ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน... แต่ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า”

คำพูดเหล่านั้นทำให้ชาญใจหายวาบ เขาคิดถึงน้ำหวานทันที

“น้ำหวาน...” เขาพึมพำ

เขาต้องรีบไปให้ถึงอาคารหลังที่สามให้เร็วที่สุด

ชาญตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทาง เขาเลือกเส้นทางที่อ้อมกว่า แต่ดูเหมือนจะปลอดภัยกว่า เขาเดินลัดเลาะไปตามกำแพงอิฐที่โอบล้อมคฤหาสน์ไว้

ขณะที่เขาเดินมาถึงมุมหนึ่งของกำแพง ชาญก็ต้องหยุดชะงัก เขาเห็นร่างของชายสองคน กำลังยืนรออยู่ตรงนั้น

“ใครน่ะ!” ชายคนหนึ่งตะโกนถาม

ชาญรู้ว่าเขาจนมุมแล้ว

“ไม่มีทางหนีแล้ว” เขาคิด

แต่แล้ว เขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง ร่างของชายทั้งสองคนนั้น สวมชุดคล้ายกับชุดที่สายลับของเขาเคยใช้ปลอมตัว

“นี่มัน...” ชาญนึกขึ้นได้

“แผนลวง”

เขาจำได้ว่า สายลับของเขามีแผนที่จะสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจของยามในคฤหาสน์ เพื่อเปิดทางให้เขาเข้าไปได้

“ฉันเอง” ชาญตะโกนกลับไป “รหัสผ่าน?”

“พายุเงา” ชายคนหนึ่งตอบ

ชาญถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาเดินเข้าไปหาชายทั้งสองคน

“มาแล้วเหรอ ชาญ?” ชายคนหนึ่งถาม

“เกือบจะไม่ได้แล้ว” ชาญตอบ “เกิดอะไรขึ้น?”

“เราสร้างเรื่องให้ยามบางส่วนออกไปตรวจสอบทางทิศตะวันออก เพื่อให้แน่ใจว่าพวกนั้นจะไม่เข้ามาทางนี้”

“ดีมาก” ชาญกล่าว “ฉันต้องไปแล้ว”

“ระวังตัวด้วยนะ ชาญ”

“รู้แล้ว”

ชาญรีบเดินจากไป เขามาถึงทางเข้าอาคารหลังที่สาม ซึ่งเป็นโกดังร้างขนาดใหญ่ มันดูเก่าแก่และทรุดโทรม แต่ชาญรู้ว่าภายใต้ความทรุดโทรมนั้น ซ่อนเร้นไว้ซึ่งความลับอันดำมืด

ประตูเหล็กของโกดังปิดสนิท แต่ชาญก็มีวิธีของเขา เขากลับไปหยิบอุปกรณ์ชิ้นเดิมออกมาอีกครั้ง

“เอาล่ะ... ได้เวลาลงมือจริงๆ แล้ว”

เขายิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย

ขณะที่เขากำลังจะใช้อุปกรณ์ ร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นจากความมืด

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ชาญณรงค์!” เสียงเย็นเยียบดังขึ้น

ชาญหันกลับไปมองด้วยความตกใจ

“แก!”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พายุเงาพิฆาต

พายุเงาพิฆาต

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!