พายุเงาพิฆาต

ตอนที่ 16 — ย่างก้าวสู่รังมาร

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,176 คำ

เสียง “แกร้ง!” อันทรงพลังยังคงก้องกังวานอยู่ในตรอกแคบ ๆ ราวกับจะประกาศชัยชนะของกลยุทธ์อันชาญฉลาดของ ชาญณรงค์ หรือ ชาญ ‌ร่างสูงผอมของเขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใบหน้าคมคายที่มักฉายแววเคร่งขรึม บัดนี้มีร่องรอยของเหงื่อที่ไหลซึมตามขมับ ดวงตาสีเข้มทอประกายแวววาวราวกับนักล่าที่กำลังจับจ้องเหยื่อที่ดิ้นรนเฮือกสุดท้าย “เสี่ยประจักษ์” ชายร่างท้วมผู้เคยโอ้อวดและเชื่อมั่นในอำนาจเงินตรา บัดนี้หน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี มือไม้สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ​อาวุธคู่กายที่เคยประดับกายอย่างภาคภูมิ พวงกุญแจรถยนต์หรูที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งบารมี บัดนี้กลับถูกชาญใช้เป็นอาวุธสังหารได้อย่างเลือดเย็น มันถูกตอกย้ำเข้ากับข้อมือของเสี่ยประจักษ์อย่างแม่นยำจนเกิดเสียงที่น่าสะพรึงกลัว

“แก…แกมันปีศาจ!” เสี่ยประจักษ์ตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ราวกับพยายามปลุกเร้าสติที่กำลังเลือนราง ความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วข้อมือทำให้เขารู้สึกเหมือนเส้นเอ็นกำลังจะขาดออกจากกัน

ชาญยิ้มมุมปาก เย็นชาและเฉียบคม ‍“ปีศาจที่กำจัดแมลงวันสกปรกสินะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้เสี่ยประจักษ์รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง “แกคิดว่าเงินตราและอิทธิพลจะซื้อได้ทุกอย่างสินะ คิดผิดแล้วเสี่ย…แกกำลังเล่นกับไฟ”

ชาญไม่รอให้เสี่ยประจักษ์ได้ตอบโต้ เขาใช้ปลายมีดสั้นที่คล้องคอแกว่งไปมาอย่างช้า ๆ ราวกับของเล่นชิ้นโปรด ‌“ฉันให้โอกาสแกครั้งสุดท้าย คืนสิ่งที่แกพรากไปจากครอบครัวฉัน แล้วก็บอกฉันมาให้หมดว่าใครคือเบื้องหลังทั้งหมดนี้”

เสี่ยประจักษ์กัดฟันกรอด พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง “แก…แกจะไม่มีวันรู้! แกมันก็แค่ลูกหมาข้างถนนที่อยากดัง!”

“ลูกหมาข้างถนนที่กัดไม่ปล่อยต่างหาก” ชาญตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก “และตอนนี้…ลูกหมาตัวนี้กำลังจะไปเยี่ยมบ้านแก”

ภาพของตรอกแคบ ‍ๆ อันมืดมิดและสกปรกค่อย ๆ จางหายไปในม่านแห่งความคิดของชาญ เขายังคงจำภาพความโหดร้ายที่เสี่ยประจักษ์กระทำกับครอบครัวของเขาได้ ภาพใบหน้าอันไร้เดียงสาของน้องสาวที่ถูกทรมาน ภาพแม่ที่ร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง ภาพเหล่านั้นยังคงหลอกหลอนเขามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ​และเป็นแรงผลักดันให้เขากล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่ปกคลุมเมืองแห่งนี้

“ถึงเวลาแล้วสินะ…” ชาญพึมพำกับตัวเอง เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรีที่ไร้ดวงดาว มีเพียงแสงไฟนีออนสีฉูดฉาดจากป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่สาดส่องลงมา ทำให้เงาของตึกสูงเสียดฟ้าทอดทาบทับลงมาบนพื้นถนน สร้างบรรยากาศที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน

เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะบุกเข้าไปในรังของเสือร้าย จะไปเผชิญหน้ากับผู้นำขององค์กรชั่วร้ายที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเขา ​คฤหาสน์หรูตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เปรียบเสมือนป้อมปราการที่แข็งแกร่ง ปกป้องเหล่าคนชั่วที่กำลังกอบโกยผลประโยชน์จากความทุกข์ยากของผู้บริสุทธิ์

ชาญเดินออกจากตรอกแคบ ๆ สู่ถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน เขากลืนเลือดที่ไหลซึมออกมาจากริมฝีปาก กลบเกลื่อนร่องรอยการต่อสู้เมื่อครู่ เขาเปลี่ยนเสื้อคลุมตัวนอกที่เปื้อนเลือดออกไป ​เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำที่แนบกระชับกับร่างกายสูงผอม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ ไม่มีความลังเล ไม่มีความกลัว มีเพียงความตั้งใจที่จะทวงความยุติธรรมคืนให้กับครอบครัวของเขา

ระหว่างทาง เขามีเวลาคิดทบทวนแผนการทั้งหมดที่วางไว้ การเข้าถึงคฤหาสน์ของ “ท่านประธาน” ไม่ใช่เรื่องง่าย มันเต็มไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา มีทหารรับจ้างฝีมือดีหลายสิบนายคอยเฝ้าอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง แต่สำหรับชาญ การเผชิญหน้ากับอุปสรรคนั่นแหละคือความท้าทาย เขาไม่เคยกลัวความยากลำบาก ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกมีชีวิตชีวาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้น

“ถ้าเข้าไปตรง ๆ คงเหมือนเอาหัวไปชนกำแพง…” ชาญพึมพำขณะมองไปยังคฤหาสน์ที่ทอประกายอยู่เบื้องหน้า “ต้องหาทางเข้าไปแบบเงียบ ๆ”

เขานึกถึงข้อมูลที่ได้มาจาก “นก” สายลับที่ปลอมตัวเข้ามาในองค์กรของท่านประธาน นกเคยพูดถึงโกดังร้างริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการลับขององค์กรแห่งนี้ ที่นั่นเป็นที่เก็บอาวุธและเป็นสถานที่ฝึกฝนของทหารรับจ้าง นอกจากนี้ ยังเป็นเส้นทางลับที่สามารถเชื่อมต่อไปยังคฤหาสน์ได้โดยตรง

“โกดังร้าง…” ดวงตาของชาญเป็นประกายขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าเข้าไปจากทางนั้น…อาจจะง่ายกว่า”

เขาเปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง ทิ้งความวุ่นวายของใจกลางเมืองไว้เบื้องหลัง และมุ่งหน้าสู่เขตอุตสาหกรรมที่เริ่มจะเสื่อมโทรมลงตามกาลเวลา

เมื่อมาถึงบริเวณโกดังร้าง สภาพแวดล้อมก็เต็มไปด้วยความรกร้างและอับทึบ กลิ่นอายของสนิมและฝุ่นคลุ้งกระจายอยู่ในอากาศ มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องว่างของสังกะสีเก่า ๆ ส่องลงมาเป็นลำ สร้างบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัว ชาญย่องเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่ล่องลอยอยู่ในความมืด

เขาใช้มีดสั้นค่อย ๆ แงะช่องระบายอากาศที่อยู่ไม่สูงจากพื้นนัก เสียงโลหะเสียดสีกันแผ่วเบาเป็นสัญญาณเตือนเพียงอย่างเดียว แต่ชาญก็ระมัดระวังอย่างที่สุด เขาไม่ต้องการเปิดเผยตัวก่อนเวลาอันควร

เมื่อช่องระบายอากาศถูกเปิดออกพอที่เขาจะมุดตัวเข้าไปได้ ชาญก็ไม่รอช้า เขาจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วค่อย ๆ มุดตัวเข้าไปในความมืดมิดของโกดัง

ภายในโกดังนั้นกว้างใหญ่และมืดสนิท มีเพียงแสงสลัว ๆ จากภายนอกที่สาดเข้ามาตามช่องว่างต่าง ๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นน้ำมันเครื่องเก่า ๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ทั่วบริเวณ ชาญค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ เสียงฝีเท้าของเขาแทบจะไม่ได้ยิน เขาใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดที่มี เพื่อสำรวจสภาพแวดล้อม

“ที่นี่…คือฐานปฏิบัติการลับสินะ” เขาพึมพำกับตัวเอง

เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกของพื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ ราวกับมันดูดซับความอบอุ่นจากร่างกายของเขาไป เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ในความมืด จนกระทั่งสายตาเริ่มปรับตัวเข้ากับแสงสลัว ๆ ได้ เขาเริ่มเห็นโครงสร้างภายในของโกดัง…มันเต็มไปด้วยชั้นวางของที่ว่างเปล่า และสิ่งของที่ถูกปกคลุมไปด้วยผ้าใบหนา

ขณะที่เขากำลังจะสำรวจต่อไป เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่งในโกดัง

“ใครน่ะ!” เสียงทุ้มห้าวตะโกนก้อง

ชาญชะงักทันที เขาหลบเข้าไปหลังกองกล่องกระดาษขนาดใหญ่ที่ตั้งเรียงรายอยู่ข้างผนัง หัวใจเต้นระรัว แต่สติยังคงอยู่ครบถ้วน เขาค่อย ๆ แอบมองออกไป

แสงไฟฉายสาดส่องมา เขาเห็นทหารรับจ้างสองนาย รูปร่างกำยำ สวมชุดสีดำสนิท พร้อมอาวุธครบมือ พวกเขากำลังเดินตรวจตราไปตามทางเดินภายในโกดัง

“ไม่เห็นมีอะไรนี่หว่า” หนึ่งในทหารรับจ้างเอ่ยเสียงหงุดหงิด

“ระวังไว้หน่อยก็ดี พวกผู้ใหญ่เขาคงไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด” อีกคนตอบ

ชาญรู้ว่านี่คือช่วงเวลาอันตราย เขาต้องใช้ความเงียบให้เป็นประโยชน์

เขาตัดสินใจที่จะใช้ทางเดินที่อยู่ด้านบนของโกดัง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นทางเดินสำหรับเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุง เขาปีนป่ายขึ้นไปบนชั้นเหล็กที่แข็งแรงอย่างเงียบเชียบ ราวกับแมงมุมที่กำลังเคลื่อนไหวไปตามใย

เมื่อขึ้นมาถึงด้านบน เขาเห็นภาพที่น่าตกใจ…

โกดังแห่งนี้ไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เขาคิด ตรงกันข้าม มันคือคลังแสงขนาดมหึมา!

อาวุธปืนทุกประเภทตั้งเรียงรายอยู่บนชั้นวาง ตั้งแต่ปืนพก ปืนไรเฟิล ปืนกล ไปจนถึงจรวด RPG นอกจากนี้ยังมีชุดเกราะ กระสุน และอุปกรณ์ทางทหารอีกมากมายที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ

“นี่มัน…ป่าเถื่อนชัด ๆ” ชาญพึมพำด้วยความตกตะลึง

เขามองลงไปยังทหารรับจ้างด้านล่างด้วยสายตาที่เยือกเย็นลงไปอีก อาวุธเหล่านี้ กำลังถูกนำไปใช้ทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ และสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนอีกมากมาย

“ถึงเวลาที่ต้องตัดรากถอนโคนแล้วสินะ” ชาญกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว

เขาเคลื่อนที่ไปตามทางเดินด้านบนอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ เขาต้องหาทางเข้าไปยังคฤหาสน์ให้ได้ โดยไม่ถูกตรวจพบ

ขณะที่เขากำลังจะเลี้ยวเข้ามุม เขาได้ยินเสียงหัวเราะดังมาแต่ไกล เป็นเสียงหัวเราะที่เย้ยหยันและชั่วร้าย…เสียงหัวเราะที่เขาจำได้ดี

“แก…คิดว่าแกจะหนีพ้นข้าไปได้งั้นเหรอ ชาญณรงค์”

ชาญหยุดชะงักทันที หัวใจหล่นวูบ เขาหันกลับไปมองด้วยความตกใจ…

ที่ปลายทางเดินด้านหนึ่ง…ปรากฏร่างของ “เสธ.ชาญชัย” นายทหารยศสูงผู้ฉ้อฉล ที่เป็นมือขวาของท่านประธาน ยืนยิ้มกริ่ม มือข้างหนึ่งถือปืนพกที่ดูหรูหราและอันตราย

“แก…รู้ได้ยังไง?” ชาญถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจ

เสธ.ชาญชัยหัวเราะเบา ๆ “ข้าเป็นคนวางแผนทุกอย่าง ชาญณรงค์ การเคลื่อนไหวของแก ข้าเห็นมันมาตลอด! แกคิดว่าแกฉลาดแล้วอย่างนั้นเหรอ? โง่สิ้นดี!”

เขาเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับทหารรับจ้างอีกสองสามคนที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับพวกเขาโผล่มาจากอากาศธาตุ

“แกคงไม่รู้สินะว่า…ทางเชื่อมจากโกดังนี้ ไปยังคฤหาสน์…มันถูกข้าควบคุมทั้งหมด” เสธ.ชาญชัยกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “ทุกย่างก้าวของแก…ข้าคาดเดาได้หมด!”

ชาญยืนนิ่ง เขาเห็นแล้วว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน เขาถูกล้อมกรอบ ทั้งในโกดังร้างอันเป็นฐานปฏิบัติการลับ และทางเข้าสู่คฤหาสน์อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของเขา

“เอาล่ะ…ชาญณรงค์” เสธ.ชาญชัยเดินเข้ามาประชิด “ได้เวลาที่เจ้าจะต้องชดใช้ความผิดทั้งหมดแล้ว”

มือของชาญค่อย ๆ เลื่อนไปจับที่ด้ามมีดสั้นที่คล้องคอ ภาพของครอบครัวที่ถูกทำร้ายผุดขึ้นมาอีกครั้งในห้วงความคิด เขากัดฟันแน่น ความโกรธและความแค้นปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง

“ก่อนที่จะชดใช้…ข้าขอถามอะไรหน่อย…” ชาญเอ่ยเสียงเย็น

“ว่ามาสิ…ข้าจะให้โอกาสแกได้พูดเป็นครั้งสุดท้าย” เสธ.ชาญชัยกล่าวอย่างสบายอารมณ์

“ใคร…คือเบื้องหลังทั้งหมดนี้จริงๆ?” ชาญถามด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว

เสธ.ชาญชัยยิ้มเยาะ “เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกเหรอ? คนที่แกกำลังจะไปหา…นั่นแหละ คือตัวการใหญ่!”

“ท่านประธาน…” ชาญพึมพำด้วยความไม่เชื่อ

“ใช่แล้ว…เจ้ากำลังเดินเข้าไปในรังของพญามาร…ชาญณรงค์” เสธ.ชาญชัยกล่าวพร้อมยกปืนขึ้นเล็งมาที่ชาญ “และข้า…จะเป็นคนส่งเจ้าลงไปพบมันเอง!”

ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังสนั่นขึ้น!

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พายุเงาพิฆาต

พายุเงาพิฆาต

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!