พายุเงาพิฆาต

ตอนที่ 17 — พายุเงาพิฆาต: การเผชิญหน้าในเงามืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 998 คำ

เสียง “แกร้ง!” อันทรงพลังยังคงก้องกังวานอยู่ในตรอกแคบ ๆ ราวกับจะประกาศชัยชนะของกลยุทธ์อันชาญฉลาดของ ชาญณรงค์ หรือ ชาญ ‌ร่างสูงผอมของเขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใบหน้าคมคายที่มักฉายแววเคร่งขรึม บัดนี้มีรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดี แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจในแผนการที่สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

หลังจากที่เขาได้ล่อลวงเป้าหมายสำคัญขององค์กร “พยัคฆ์ดำ” ​ให้เข้ามาติดกับในตรอกมืดแห่งนี้ การต่อสู้ที่ตามมาก็เป็นไปอย่างดุเดือด แต่ด้วยความคล่องแคล่ว ว่องไว และไหวพริบที่เหนือกว่า ชาญสามารถเอาชนะนักฆ่าฝีมือดีของศัตรูไปได้ทีละคน ทีละคน

“จบเสียที…” ชาญพึมพำกับตัวเองขณะมองร่างไร้สติของนักฆ่าคนสุดท้ายนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ ‍แสงไฟนีออนสลัว ๆ จากป้ายร้านค้าที่ปิดเงียบสาดส่องลงมา ทำให้เห็นคราบเลือดจาง ๆ ที่เปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ

เขาก้าวข้ามร่างเหล่านั้นไปอย่างไม่แยแส ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบ ๆ ‌ตรอกเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีอันตรายอื่นแฝงตัวอยู่อีก การกำจัดกลุ่มนักฆ่าชุดนี้ได้สำเร็จ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดโปงแผนการร้ายของ “พยัคฆ์ดำ” องค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง

ชาญตรวจสอบอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ ก่อนจะกดเปิดมัน

“หน่วยเหนือ… ฉันเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว เป้าหมายถูกกำจัดหมดสิ้น” ‍เสียงของเขาราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น

เสียงตอบกลับดังขึ้นทันที “รับทราบ ชาญ พยายามรีบกลับมาที่ฐานก่อนใครจะทันรู้ตัว”

“เข้าใจ” ชาญตัดบทสนทนาอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าการทำงานในลักษณะนี้ ความเงียบและความเร็วคือสิ่งสำคัญที่สุด

ขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับเพื่อออกจากตรอก ​ก็มีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ใช่เสียงฝีเท้าปกติ แต่มันเบาจนเกือบจะไม่ได้ยิน ราวกับว่าคนที่กำลังเคลื่อนไหวพยายามจะซ่อนเร้นตัวตน

ชาญหยุดชะงักทันที ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับเกร็งตัวขึ้นมาในพริบตา เขาค่อย ๆ หันกลับไปช้า ​ๆ สายตาจับจ้องไปที่ต้นเสียง

เงาร่างหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากมุมมืดของตรอก มันไม่ใช่เงาของนักฆ่าธรรมดา แต่เป็นเงาที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและอันตรายที่มองไม่เห็น

“ใครกัน…?” ชาญเอ่ยถามเสียงเย็น

เงาร่างนั้นไม่ตอบ แต่ค่อย ​ๆ เดินออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นชายร่างกำยำ สวมชุดสีดำสนิท ดวงตาของเขาส่องประกายวาววับในความมืด ราวกับดวงตาของสัตว์นักล่า

“ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าที่จะต้องรู้” เสียงทุ้มต่ำของชายคนนั้นดังขึ้น มันเป็นเสียงที่เย็นชาและไร้ซึ่งความรู้สึก

“แต่เจ้ากลับเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติการของข้า” ชาญตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว “และดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้มาด้วยเจตนาดี”

ชายร่างกำยำหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นน่าขนลุก

“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว… ข้ามาเพื่อสะสางสิ่งที่เจ้าทิ้งไว้”

“สิ่งที่ข้าทิ้งไว้?” ชาญเลิกคิ้ว “ข้าไม่เห็นว่าจะมีอะไรเหลือให้สะสาง”

“เจ้าน่ะ… ยังอ่อนประสบการณ์เกินไป” ชายคนนั้นกล่าวพลางเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ “พวกนักฆ่าระดับล่างพวกนั้น… เป็นเพียงเหยื่อล่อเท่านั้น”

ชาญเบิกตากว้าง หัวใจของเขากระตุกวูบ เขามัวแต่ดีใจกับชัยชนะเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้มา จนมองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป

“หมายความว่ายังไง?”

“หมายความว่า… มีบางคนกำลังเฝ้ามองเจ้าอยู่” ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่ห่างจากชาญราวห้าก้าว “และพวกเขาก็รู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่”

ทันใดนั้นเอง ชาญก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากปากตรอกด้านหน้า เสียงเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ไม่ใช่เสียงของรถมอเตอร์ไซค์ธรรมดา แต่เป็นเสียงของรถหุ้มเกราะติดอาวุธ

“บ้าจริง!” ชาญสบถ

“ข้าบอกแล้วไง… ว่าเจ้าอ่อนประสบการณ์” ชายร่างกำยำพูดอย่างเย้ยหยัน “เจ้าคิดว่า “พยัคฆ์ดำ” จะปล่อยให้เจ้ามาทำลายแผนการของพวกเขาได้ง่าย ๆ โดยไม่มีใครเข้ามาจัดการหรือ?”

แสงไฟจากรถหุ้มเกราะสาดส่องเข้ามาในตรอก ทำให้เงาของชายร่างกำยำทอดยาวออกไปบนพื้น

“แล้วเจ้าล่ะ… เป็นใคร? ทำไมเจ้าถึงรู้เรื่องนี้?” ชาญถามอย่างร้อนรน

“ข้า… คือผู้ที่ต้องเก็บกวาดความผิดพลาด” ชายคนนั้นตอบ ดวงตาของเขาสบกับชาญ “และบางที… ก็อาจจะเป็นผู้ที่ต้องกำจัดคนที่สร้างปัญหาด้วย”

คำพูดนั้นทำให้ชาญเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด เขาไม่ได้ถูก “พยัคฆ์ดำ” เล่นงาน แต่เขากำลังตกอยู่ในอันตรายจากบุคคลปริศนาผู้นี้ ที่ดูเหมือนจะรู้จักวงในของ “พยัคฆ์ดำ” เป็นอย่างดี

“เจ้าจะมาขวางข้า…” ชาญกัดฟันพูด

“ข้าไม่ได้จะขวางเจ้า… แต่ข้าจะทำให้แน่ใจว่าเจ้าจะไม่เป็นอันตรายต่อ… เจ้านายของข้า” ชายคนนั้นกล่าว

ก่อนที่ชาญจะทันได้ตอบโต้ ชายคนนั้นก็พุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง

การต่อสู้ครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ไม่ใช่การต่อสู้กับนักฆ่าระดับล่างอีกต่อไป แต่เป็นการต่อสู้กับบุคคลที่มีฝีมือทัดเทียมหรืออาจจะเหนือกว่าเขาเสียอีก

ชาญเบี่ยงตัวหลบหมัดหนักที่พุ่งเข้าใส่ได้อย่างฉิวเฉียด หมัดของชายคนนั้นรุนแรงจนสามารถบดขยี้กระดูกได้

“เร็วมาก!” ชาญคิดในใจ เขารู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับคนคนนี้จะต้องใช้พลังและความสามารถทั้งหมดที่มี

“เจ้าก็ไม่เลวนี่… แต่ยังขาดประสบการณ์” ชายคนนั้นพูดพลางหมุนตัวกลับมาพร้อมกับฟาดด้วยศอกอย่างรวดเร็ว

ชาญยกแขนขึ้นปัดป้อง แรงปะทะทำให้แขนของเขาสั่นสะท้าน

“เจ้ามาจากหน่วยไหน?” ชาญถามขณะที่พยายามหาจังหวะสวนกลับ

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้” ชายคนนั้นตอบพร้อมกับเตะตัดขาชาญ

ชาญกระโดดหลบการเตะอย่างหวุดหวิด เขากระโดดถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อตั้งหลัก

“ข้าไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ใครมาเล่นงานได้ง่าย ๆ” ชาญกล่าวด้วยน้ำเสียงกร้าว

“ข้าก็ไม่ใช่คนที่ยอมให้ความผิดพลาดหลุดรอดไปได้” ชายคนนั้นตอบกลับ

เสียงล้อบดถนนดังขึ้นเรื่อย ๆ รถหุ้มเกราะกำลังเข้ามาใกล้ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือ แต่มาเพื่อล้อมกรอบ

ชาญรู้ว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับชายคนนี้และเผชิญหน้ากับรถหุ้มเกราะไปพร้อม ๆ กันได้ เขาต้องหาทางหนี

“ข้าจะจำหน้านายของเจ้าไว้… และวันหนึ่ง ข้าจะไปหานายของเจ้าเอง!” ชาญตะโกน

ชายคนนั้นหัวเราะเยาะ

“ฝันไปเถอะ… เจ้าไม่มีวันได้เห็นหน้าเจ้านายของข้า”

วินาทีนั้น ชาญตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาหันหลังให้กับชายร่างกำยำ และพุ่งตัวไปยังอีกด้านหนึ่งของตรอก ซึ่งมีทางออกที่แคบกว่า

“จะไปไหน?” ชายคนนั้นตะโกนถาม

ชาญไม่ตอบ เขาพุ่งตัวเข้าไปในทางออกนั้นอย่างรวดเร็ว

เสียงปืนดังขึ้นจากด้านหลัง ชาญสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกที่เฉี่ยวผ่านไหล่ของเขาไป

“โธ่เว้ย!” เขาบ่นพึมพำ

ชาญเร่งความเร็ว แสงไฟจากรถหุ้มเกราะที่จอดขวางปากตรอกสาดส่องเข้ามา เขาต้องผ่านมันไปให้ได้

“หยุดนะ!” เสียงตะโกนดังขึ้น

ชาญไม่สนใจ เขาใช้ความเร็วทั้งหมดที่มี พุ่งทะยานออกไปนอกตรอก

รถหุ้มเกราะคันนั้นพยายามจะขวางทาง แต่ชาญอาศัยความคล่องแคล่วของร่างกาย หลบหลีกการชนได้อย่างหวุดหวิด

เขาพุ่งเข้าสู่ถนนใหญ่ ท่ามกลางแสงไฟของเมือง เสียงแตรดังระงม

“ไปไหนวะ!” เสียงเจ้าหน้าที่ในรถหุ้มเกราะตะโกนไล่หลัง

ชาญหันกลับไปมองแวบหนึ่ง เห็นชายร่างกำยำยืนอยู่ตรงปากตรอก ดวงตาของเขายังคงจ้องมองมาที่ชาญอย่างไม่ลดละ

“ข้าจะกลับมา… แล้วข้าจะเปิดโปงพวกแกให้ได้!” ชาญตะโกนตอบ

จากนั้น เขาก็หายลับไปในฝูงชน

การเผชิญหน้าครั้งนี้สอนบทเรียนสำคัญให้กับชาญ เขาได้รู้ว่า “พยัคฆ์ดำ” ไม่ใช่ศัตรูที่เขาจะสามารถต่อกรได้เพียงลำพัง และยังมีบุคคลปริศนาอีกคนหนึ่งที่อาจจะเป็นอันตรายยิ่งกว่า

ภารกิจของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริง ๆ

ชาญวิ่งไปตามถนนที่พลุกพล่าน เขาพยายามรวมสติกลับมาอีกครั้ง เขาได้ข้อมูลสำคัญบางอย่างมา แต่มันก็แลกมาด้วยอันตรายที่เพิ่มขึ้น

เขาต้องรีบกลับไปที่ฐานปฏิบัติการลับที่โกดังร้างแห่งนั้น เพื่อรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้น และวางแผนขั้นต่อไป

“ใครคือชายคนนั้น? และใครคือเจ้านายของเขา?” คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของชาญ

เขาเหลือบมองไปที่ไหล่ของตัวเอง เห็นรอยฉีกขาดเล็กน้อยบนเสื้อผ้า แสดงให้เห็นว่าเขาเกือบจะพลาดท่า

“พายุเงาพิฆาต… จะยังคงพัดต่อไป” ชาญพึมพำกับตัวเอง

แสงไฟของเมืองใหญ่สาดส่องมายังใบหน้าของเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อ

เขาจะหาทางเปิดโปง “พยัคฆ์ดำ” ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

ทว่า… การเผชิญหน้าครั้งนี้ ได้เปิดประตูสู่มิติใหม่ของความขัดแย้งที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

ใครคือชายปริศนาคนนั้น? เขาเป็นพวกเดียวกับ “พยัคฆ์ดำ” หรือเป็นศัตรูของ “พยัคฆ์ดำ” อีกที? และแผนการที่แท้จริงของ “พยัคฆ์ดำ” คืออะไร?

คำถามเหล่านี้รอคอยคำตอบ และชาญก็พร้อมที่จะค้นหามัน.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พายุเงาพิฆาต

พายุเงาพิฆาต

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!