เสียง “แกร้ง!” อันทรงพลังที่สะท้อนก้องไปทั่วตรอกแคบๆ คล้ายเป็นสัญญาณบอกชัยชนะของแผนการอันแยบยลของชาญณรงค์ หรือชาญ ร่างสูงผอมของเขาก้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใบหน้าคมคายที่มักฉายแววเคร่งขรึม บัดนี้มีรอยยิ้มที่มุมปากปรากฏขึ้นอย่างบางเบา เขาเพิ่งปิดเกมด้วยการยิงปืนฉับพลันที่แม่นยำเพียงนัดเดียว ปลดอาวุธของลูกสมุนคนสุดท้ายของ “พยัคฆ์ดำ” ที่พยายามจะเข้าประชิดตัวเขาในขณะที่ความโกลาหลยังคุกรุ่น
ตรอกแห่งนี้ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงเอะอะโวยวาย เสียงปืน และเสียงร้องของผู้บาดเจ็บ ตอนนี้กลับเงียบสงัดลงอย่างน่าใจหาย มีเพียงเสียงลมหายใจหอบของชาญ และเสียงหยดน้ำที่ไหลซึมมาจากท่อระบายน้ำเก่าๆ เท่านั้นที่ดังแข่งกัน ฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจายจากการปะทะกันค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นภาพของความพินาศที่เกิดขึ้น ชิ้นส่วนของลังไม้ที่แตกกระจัดกระจาย โคมไฟที่ห้อยระโยงระยางบิดเบี้ยว และร่างไร้สติของผู้ที่พยายามเข้ามาขวางทางเขา
ชาญก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาข้ามร่างของลูกสมุนคนสุดท้าย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง แม้จะรู้ว่าศัตรูหลักของเขาได้ล่าถอยไปแล้ว แต่ในโลกขององค์กรใต้ดินแห่งนี้ ไม่มีคำว่าปลอดภัยอย่างแท้จริง
“เสร็จสิ้นแล้วสินะ” เสียงทุ้มต่ำของ “มังกร” ดังขึ้นจากเครื่องสื่อสารที่เขาคาดติดไว้ที่ข้อมือ
“เกือบสมบูรณ์” ชาญตอบเสียงเรียบ “แต่ ‘พยัคฆ์ดำ’ หนีไปได้”
“ไม่ต้องห่วง” มังกรกล่าว “เขากำลังจะกลายเป็นอดีต เขาไม่สามารถทำอะไรเราได้อีกต่อไป เป้าหมายของเราคือ ‘รังผึ้ง’ ตอนนี้ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องเข้าไปล้วงความลับ”
ชาญพยักหน้า แม้จะไม่มีใครมองเห็น “เข้าใจแล้ว”
เขาหันไปมองที่ปลายสุดของตรอก ที่ซึ่งความมืดมิดยังคงปกคลุมราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง ที่นั่นคือทางเข้าสู่โลกอีกใบ โลกที่ซ่อนเร้นด้วยความมั่งคั่งและความชั่วร้าย โลกของ “รังผึ้ง”
การเดินทางจากตรอกมืดสู่คฤหาสน์หรูของผู้นำองค์กรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ชาญต้องใช้เส้นทางลับที่เขาศึกษามาอย่างดี หลบหลีกสายตาของกลุ่มรักษาความปลอดภัยที่เริ่มเข้ามาตรวจสอบความวุ่นวาย และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่เปื้อนฝุ่นและคราบเลือดให้กลายเป็นชุดสูทสีดำสนิทที่ดูไร้ที่ติ
คฤหาสน์หลังงามตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองทั้งเมืองจากเบื้องบน สถาปัตยกรรมยุโรปผสมผสานกับความทันสมัย สะท้อนถึงอำนาจและบารมีของเจ้าของ ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืน ชาญก้าวลงจากรถสปอร์ตสีดำเงาที่จอดนิ่งอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดขนาดใหญ่
“ขอต้อนรับครับ ท่านชาญณรงค์” ชายชุดดำท่าทางองอาจเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงประจบสอพลอ เขาคือหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของ “เสี่ยใหญ่” เจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้
ชาญเพียงพยักหน้า รับกุญแจรถจากชายผู้นั้น และเดินเข้าไปภายในอาคารที่โอ่อ่าราวกับปราสาท
ภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยความหรูหราที่เกินจริง เพดานสูงประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลผนังตกแต่งด้วยภาพวาดโบราณล้ำค่า เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนเป็นของหายากที่คัดสรรมาอย่างดี เหล่าสาวใช้และบ่าวรับใช้เดินขวักไขว่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เสี่ยใหญ่รอท่านอยู่ในห้องทำงานครับ” ชายชุดดำนำทางชาญไปยังปีกหนึ่งของคฤหาสน์
ห้องทำงานของเสี่ยใหญ่มีขนาดใหญ่โตโอ่อ่ากว่าส่วนอื่นทั้งหมด โต๊ะทำงานทำจากไม้สักโบราณขัดเงาอย่างดี ตั้งอยู่กลางห้อง ผนังด้านหลังโต๊ะเป็นชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือเล่มหนาที่ดูเก่าแก่ราวกับจะบอกเล่าประวัติศาสตร์อันยาวนาน
“ชาญณรงค์ ยินดีต้อนรับ” เสียงแหบพร่าของเสี่ยใหญ่ดังขึ้นจากหลังโต๊ะทำงาน ร่างอ้วนท้วมของชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีทอง นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ใบหน้าอิ่มเอิบประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่าง
“ท่านเสี่ย” ชาญกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่แฝงไว้ด้วยความเฉยเมย
“นั่งก่อนสิ” เสี่ยใหญ่ผายมือไปยังเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงหน้า “ดื่มอะไรสักหน่อยไหม?”
“ไม่เป็นไรครับ” ชาญตอบ “ผมมาตามนัด”
“แน่นอนๆ” เสี่ยใหญ่หัวเราะเบาๆ “เรื่อง ‘รังผึ้ง’ สินะ”
ชาญพยักหน้า “ผมต้องการข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุด”
“ถ้าเจ้าทำตามข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ ข้อมูลทั้งหมดก็จะตกอยู่ในมือเจ้า” เสี่ยใหญ่หยิบกล่องไม้แกะสลักขึ้นมาวางบนโต๊ะ “ข้างในนี้มีสิ่งที่จะทำให้เจ้าเข้าถึง ‘รังผึ้ง’ ได้ แต่… เจ้าก็ต้องมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดของเจ้าให้ข้าเป็นการตอบแทน”
ชาญเลิกคิ้วเล็กน้อย “สิ่งที่ผมมีค่าที่สุด… ท่านหมายถึงอะไร?”
“ก็… พลังของเจ้าไงล่ะ” เสี่ยใหญ่กล่าวพร้อมกับยิ้มกว้าง “ข้าได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามานาน พลังที่สามารถปลิดชีพศัตรูได้ราวกับสายฟ้าฟาด แต่… พลังนั้นจะกลายเป็นของข้า”
หัวใจของชาญเต้นระรัว นี่คือสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง เสี่ยใหญ่ต้องการพลังของเขา!
“ท่านเสี่ย… ผมไม่เข้าใจ” ชาญพยายามประคองสติ “ผมเป็นเพียงนักสู้ธรรมดา”
“อย่ามาหลอกกันเลย ชาญณรงค์” เสี่ยใหญ่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ข้าได้ยินมามากพอ “รังผึ้ง” มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะเข้าไปได้ง่ายๆ ถ้าไม่มีพลังพิเศษจริงๆ เจ้าจะไปทำอะไรพวกเขาได้”
ชาญเงียบไป เขาต้องคิดอย่างรอบคอบ ข้อตกลงนี้อันตรายเกินไป ถ้าเขาเสียพลังไป เขาจะกลายเป็นอะไร?
“ผมขอคิดดูก่อนครับ” ชาญกล่าว “ขอตัวก่อน”
ชาญลุกขึ้นยืนทันที เขาไม่รอคำตอบจากเสี่ยใหญ่ และเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ชาญกำลังขับรถออกจากคฤหาสน์ เสี่ยใหญ่ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่าๆๆ! คิดว่าข้าจะยอมให้เจ้าหลอกง่ายๆ งั้นรึ? เจ้าคิดผิดแล้ว ชาญณรงค์… พลังของเจ้า… ต้องเป็นของข้า!”
รถสปอร์ตสีดำของชาญเคลื่อนตัวไปตามถนนที่คดเคี้ยวลงจากเนินเขา ท่ามกลางความมืดมิดของยามราตรี
“มังกร” ชาญกล่าวผ่านเครื่องสื่อสาร “สถานการณ์เปลี่ยนไป เสี่ยใหญ่ต้องการพลังของผม”
“อะไรนะ!” เสียงมังกรดังขึ้นอย่างตกใจ “เป็นไปไม่ได้! แผนของเราไม่ได้รวมเรื่องนี้ไว้”
“ผมก็ไม่รู้ว่าเขาไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน” ชาญตอบ “แต่ดูเหมือนว่า ‘รังผึ้ง’ จะมีมากกว่าที่พวกเราคิด”
“เจ้าต้องระวังตัว ชาญ” มังกรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ถ้าเขาได้พลังของเจ้าไป… โลกนี้จะตกอยู่ในอันตราย”
“ผมรู้” ชาญตอบ “แต่ผมมีอีกที่หนึ่งที่ต้องไป”
“ที่ไหน?”
“โกดังร้าง… ที่เป็นฐานปฏิบัติการลับของ ‘พยัคฆ์ดำ’” ชาญกล่าว “ผมสงสัยว่า ‘พยัคฆ์ดำ’ อาจจะทิ้งเบาะแสบางอย่างไว้ที่นั่น… เบาะแสที่จะทำให้ผมเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้”
“ระวังตัวด้วยนะ ชาญ” มังกรกำชับ “ถ้ามีอะไรผิดปกติ รีบถอนตัวทันที”
“เข้าใจแล้ว” ชาญตอบ
รถสปอร์ตของชาญเลี้ยวเข้าสู่ถนนที่มุ่งหน้าไปยังเขตอุตสาหกรรมเก่า ที่ซึ่งมีโกดังร้างหลายแห่งตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางความเงียบสงัด
เขาจอดรถห่างจากโกดังเป้าหมายประมาณหนึ่งร้อยเมตร และเดินเข้าไปในความมืดด้วยความระมัดระวัง
โกดังแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความอับชื้นและกลิ่นอับชื้นของฝุ่นละอองที่สะสมมานาน แสงสลัวจากภายนอกส่องลอดเข้ามาตามช่องหน้าต่างที่แตกหัก ทำให้เห็นเงาตะคุ่มต่างๆ ที่ขยับไหวไปมา
ชาญใช้ไฟฉายส่องสำรวจไปทั่ว เขาพบร่องรอยการต่อสู้ที่ผ่านมา อุปกรณ์บางชิ้นถูกทิ้งระเกะระกะ บางชิ้นถูกทำลาย
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังกองลังไม้ที่ล้มระเนระนาด
มันคือกล่องโลหะขนาดเล็กที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
ชาญเดินเข้าไปอย่างช้าๆ มือของเขากำแน่นอยู่ที่ด้ามปืนที่ซ่อนไว้ในเสื้อ
เขาเปิดกล่องออกอย่างระมัดระวัง
ข้างในมีเพียงสิ่งเดียว…
รูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง
รูปถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่ง… ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของชาญบีบรัด… คือรูปถ่ายใบนั้นถูกพับครึ่ง… และมีรอยน้ำตาเปื้อนอยู่
ใครคือหญิงสาวคนนี้? และทำไมเธอถึงร้องไห้?
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของชาญ ในขณะที่เขากำรูปถ่ายใบนั้นไว้แน่น
ความจริงอันดำมืดกำลังจะถูกเปิดเผย… แต่ยิ่งเขาเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งพบกับอันตรายที่คาดไม่ถึงมากขึ้นเท่านั้น
เรื่องราวของ "พายุเงาพิฆาต" จะดำเนินต่อไปในตอนหน้า…

พายุเงาพิฆาต
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก