พายุเงาพิฆาต

ตอนที่ 27 — เงาซ้อนเงา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,215 คำ

เสียง "แกร้ง!" อันทรงพลังที่สะท้อนก้องไปทั่วตรอกแคบๆ คล้ายเป็นสัญญาณบอกชัยชนะของแผนการอันแยบยลของชาญณรงค์ หรือชาญ ร่างสูงผอมของเขาก้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใบหน้าคมคายที่มักฉายแววเคร่งขรึม บัดนี้มีรอยยิ้มบางๆ ‌ปรากฏขึ้น เขาได้ยินเสียงหัวเราะแหงๆ ดังมาจากด้านหลัง เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและดูถูก

“คิดว่าแค่นี้จะหยุดข้าได้หรือไง เจ้าหนู?” เสียงทุ้มห้าวของ “พยัคฆ์” หัวหน้าแก๊งมังกรทมิฬ ​ดังลอดออกมาจากเงามืดที่ทอดเงาของตึกระฟ้าลงมาทับ ชาญยืนนิ่งราวกับถูกตรึง ไม่หันกลับไปมอง เพราะเขารู้ดีว่าทุกการเคลื่อนไหวของเขากำลังถูกจับจ้อง

"ข้าไม่เคยคิดจะหยุดท่านเลยสักนิด" ชาญตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ "แค่ทำให้ท่านเสียเวลาไปนิดหน่อยก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว"

มือที่เปื้อนเลือดของชาญยังคงกำด้ามปืนพกคู่ใจไว้แน่น สองข้างกายของเขาเต็มไปด้วยศพของลูกสมุนพยัคฆ์ที่นอนแน่นิ่ง ‍ดวงตาของพวกเขากลวงโบ๋ จ้องมองเพดานตรอกมืดราวกับจะถามถึงความยุติธรรมที่พวกเขาไม่มีวันได้รับ

ชาญได้วางแผนการอันชาญฉลาด เขาไม่บุกเข้าคฤหาสน์ของพยัคฆ์โดยตรง แต่เลือกที่จะล่อให้พยัคฆ์กับลูกสมุนระดับหัวกะทิออกมาเผชิญหน้ากันในตรอกแคบๆ แห่งนี้ เขาใช้เทคนิคการวางระเบิดจี้จุดสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยรอบคฤหาสน์ เพื่อสร้างความปั่นป่วนและล่อให้พยัคฆ์กังวลว่าอาจมีภัยคุกคามอื่นๆ ซุ่มซ่อนอยู่ ‌และเมื่อพยัคฆ์เลือกที่จะออกมาตรวจสอบด้วยตัวเอง ชาญก็ใช้ความได้เปรียบจากสภาพแวดล้อม บวกกับทักษะการต่อสู้ที่เหนือชั้นของเขา จัดการกับลูกสมุนของพยัคฆ์ไปทีละคนอย่างเด็ดขาด

"เสียเวลา? ฮ่าๆๆ เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร! ข้ากำลังจะไปจัดการครอบครัวของเจ้าที่กำลังรอการสั่งเก็บอยู่!" พยัคฆ์ตะคอกเสียงดัง ‍ดวงตาของเขาลุกวาวด้วยความโกรธเกรี้ยว

ชาญยกมุมปากขึ้นอีกครั้ง "ท่านคงลืมไปแล้วกระมังว่าข้ามี 'เงา' ติดตัวอยู่ตลอดเวลา"

ทันทีที่ชาญพูดจบ เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดของตรอก เสียงนั้นไม่ดังมากนัก แต่ก็หนักแน่นพอที่จะทำให้พยัคฆ์ชะงัก เขาหันซ้ายหันขวาอย่างรวดเร็ว ​แต่กลับไม่พบสิ่งใด

"ใคร! ออกมาเดี๋ยวนี้!" พยัคฆ์ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

"ไม่ต้องรีบหรอกท่าน" เสียงหวานใสที่คุ้นหูของ "เมษา" ดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่งในความมืด "รออีกสักครู่ ศึกครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว"

เมษาคือ ​"เงา" ที่ชาญพูดถึง เธอคือมือสังหารหญิงที่ชาญได้วางแผนร่วมด้วยมาโดยตลอด เมษาเชี่ยวชาญในการลอบสังหารและการแทรกซึม เธอสามารถพรางตัวและเคลื่อนไหวได้อย่างไร้เสียง ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเงามืด

"เจ้า!" พยัคฆ์จำเสียงของเมษาได้ เขาเคยพยายามจะจับตัวเธอมาแล้วครั้งหนึ่ง ​แต่ก็ต้องถอยกลับไปเพราะเธอช่างว่องไวดั่งเงา "นางเงือก! เจ้าคิดจะมาขัดขวางข้าหรือไง!"

"ข้าไม่ได้มาขัดขวางท่าน" เมษาตอบกลับอย่างเยือกเย็น "แค่มาช่วยส่งท่านไปสู่อีกภพหนึ่งเท่านั้นเอง"

ในขณะที่พยัคฆ์กำลังประหลาดใจกับการปรากฏตัวของเมษา ชาญก็ใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว ชาญไม่ได้ใช้ปืน แต่ใช้มือเปล่าเข้าปะทะ การต่อสู้ระยะประชิดระหว่างชาญและพยัคฆ์นั้นดุเดือด รุนแรง และอันตราย

พยัคฆ์เป็นนักสู้ที่แข็งแกร่ง ร่างกายกำยำของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้าม และเขาใช้พละกำลังทั้งหมดเข้าแลก ชาญที่แม้จะผอมเพรียว แต่ก็มีความคล่องแคล่วว่องไว และใช้เทคนิคการต่อสู้ที่เน้นการหลบหลีกและสวนกลับ หมัด เท้า ศอก เข่าของทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างรุนแรง เกิดเสียงดัง "ปัง! ปัง!" ราวกับมีคนกำลังทุบเหล็ก

"เจ้าไม่คู่ควรกับอำนาจที่เจ้ามี!" ชาญตะโกนขณะที่เขาปัดป้องหมัดหนักของพยัคฆ์ออกไป "เจ้าทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเดือดร้อนมามากเกินไปแล้ว!"

"หุบปาก!" พยัคฆ์คำรามขณะที่เขาพยายามใช้ลำตัวกระแทกชาญให้กระเด็น "เจ้าไม่มีสิทธิ์มาตัดสินข้า!"

ทั้งสองคนต่อสู้กันไปตามตรอกแคบๆ เสียงกระทบกระทั่งของร่างกายดังสะท้อนไปมา ชาญอาศัยจังหวะที่พยัคฆ์เสียหลักจากการโจมตีของเมษาที่ยิงปืนใส่เขาจากระยะไกล ชาญใช้หมัดซ้ายชกเข้าที่ท้องของพยัคฆ์อย่างแรง จนพยัคฆ์สำลักลมหายใจ

"อั่ก!"

เมื่อพยัคฆ์กำลังจะทรุด ชาญก็ใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่กรามของเขาอย่างจัง พยัคฆ์เซถอยหลังไปสองสามก้าว ใบหน้าของเขาซีดเผือด แสดงถึงความเจ็บปวด

"อย่าดูถูกพลังของ 'เงา' เด็ดขาด!" เมษาตะโกนก้อง ขณะที่เธอกระโดดลงมาจากขอบหน้าต่างชั้นสองของอาคารใกล้เคียง ร่างของเธอลอยลงมาอย่างสง่างามราวกับนางแอเรียล

เมษาลงมายืนข้างชาญ เธอยกปืนพกคู่ใจขึ้นเล็งไปที่พยัคฆ์ "ถึงเวลาจบเรื่องทั้งหมดแล้ว!"

พยัคฆ์เห็นท่าไม่ดี เขาพยายามรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย หันหลังเตรียมจะวิ่งหนี แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเงาที่ทอดลงมาจากด้านบน

"ข้าบอกแล้วว่า 'เงา' ของเจ้ามันติดตามเจ้าไปทุกหนทุกแห่ง!" เสียงของ "อัศวิน" ดังขึ้นจากบนหลังคาของอาคาร ชาญได้เตรียมแผนสำรองไว้เสมอ เขาได้ส่งอัศวิน นักแม่นปืนมือฉมังของเขาให้ไปซุ่มรออยู่บนหลังคา เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีของพยัคฆ์

อัศวินยิงปืนสไนเปอร์ของเขาลงมาอย่างแม่นยำ กระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่ของพยัคฆ์ ทำให้เขาเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น

"อ๊ากกก!" พยัคฆ์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบปืนที่ตกอยู่ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ

"จบสิ้นแล้วท่านพยัคฆ์" ชาญกล่าวเสียงเย็นชา เขาเดินเข้าไปใกล้พยัคฆ์ที่นอนจมกองเลือด "อำนาจของแก๊งมังกรทมิฬกำลังจะสลายไป"

"เจ้า... เจ้าจะทำอะไรข้า!" พยัคฆ์ตะโกนอย่างสิ้นหวัง

"ข้าจะทำให้ท่านได้ชดใช้ในสิ่งที่ท่านทำ" ชาญตอบ เขาค่อยๆ วางปืนพกลง "แต่ก่อนอื่น... ข้าอยากให้ท่านบอกข้าเรื่องที่ซ่อนของ 'สิ่งนั้น' ที่แก๊งของท่านกำลังตามหาอยู่"

พยัคฆ์อ้าปากค้าง เขาไม่เข้าใจว่าชาญกำลังพูดถึงอะไร "สิ่งนั้น? ข้าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น!"

"อย่าโกหกข้า!" ชาญบีบคอของพยัคฆ์อย่างแรง "ข้ามีหลักฐานว่าแก๊งของท่านกำลังตามหาสิ่งประดิษฐ์โบราณที่มีพลังมหาศาล! และถ้าท่านไม่บอกข้า... ข้าจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมา!"

พยัคฆ์เริ่มไอสำลัก เขาพยายามจะพูด แต่เสียงของเขากลับแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว

"ข้า... ข้าจะบอก... แต่... แลกกับชีวิตข้า..." พยัคฆ์พยายามต่อรอง

"ชีวิตของท่านไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว" ชาญตอบเสียงเย็น "สิ่งที่สำคัญคือความปลอดภัยของทุกคนที่ข้าห่วงใย"

ทันใดนั้นเอง เสียงรถยนต์หลายคันก็ดังขึ้นมาแต่ไกล เสียงไซเรนดังระงมบ่งบอกถึงการมาถึงของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ชาญมองไปทางเมษาและอัศวิน

"ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญ" ชาญกล่าว

"แผนของเรายังคงดำเนินต่อไป" เมษากล่าวด้วยรอยยิ้ม "ส่วนเรื่องของพยัคฆ์... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกนั้นไป"

ชาญพยักหน้าเห็นด้วย เขาหันกลับไปมองพยัคฆ์ที่ยังคงนอนหมดแรงอยู่บนพื้น "เราจะกลับมาอีกครั้ง... เมื่อทุกอย่างสงบลง"

ก่อนที่หน่วยตำรวจจะมาถึง ชาญ เมษา และอัศวิน ก็ได้หายตัวไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงซากศพของลูกสมุนพยัคฆ์ และตัวพยัคฆ์เองที่กำลังถูกจับกุม แต่ก่อนที่พวกเขาจะจากไป ชาญก็ได้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ในใจของพยัคฆ์

"สิ่งนั้น... มันมีความสำคัญกับท่านมากขนาดไหน... ถึงได้ยอมแลกทุกอย่างเพื่อมัน..."

ขณะที่รถตำรวจเริ่มล้อมกรอบพื้นที่ ชาญ เมษา และอัศวิน ก็ได้มาถึงโกดังร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ชานเมือง โกดังแห่งนี้คือฐานปฏิบัติการลับของพวกเขา ภายในโกดังเต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทค อาวุธยุทโธปกรณ์ และแผนที่ต่างๆ

"ข่าวคราวเป็นอย่างไรบ้าง?" ชาญถามอัศวิน

"รายงานจากแหล่งข่าวของผม บอกว่าหน่วยสืบสวนกำลังพุ่งเป้ามาที่คฤหาสน์ของพยัคฆ์ และกำลังเร่งคลี่คลายคดี แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ถึงบทบาทของเรา" อัศวินตอบ

"แล้วเรื่อง 'สิ่งนั้น' ล่ะ?" เมษาถาม

"ผมได้ข้อมูลมาเพิ่มเติมว่า 'สิ่งนั้น' เป็นวัตถุโบราณที่ถูกเรียกว่า 'มณีรัตติกาล' มันเป็นอัญมณีที่มีพลังในการควบคุมพลังงานบางอย่าง และกลุ่มผู้มีอิทธิพลหลายกลุ่มกำลังต้องการมัน" อัศวินอธิบาย

"แสดงว่าเราต้องรีบหา 'มณีรัตติกาล' ให้เจอก่อนที่จะตกไปอยู่ในมือของคนผิด" ชาญกล่าวเสียงหนักแน่น "ถ้ามันไปอยู่ในมือของคนชั่วร้ายจริงๆ โลกของเราอาจจะตกอยู่ในอันตราย"

"แต่เราจะหา 'มณีรัตติกาล' ได้จากที่ไหน?" เมษาถาม

ชาญเดินไปที่แผนที่ขนาดใหญ่บนผนัง เขาชี้ไปที่จุดหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถานเก่าแก่แห่งหนึ่ง "ผมเชื่อว่า 'มณีรัตติกาล' ซ่อนอยู่ที่นี่"

"ท่านแน่ใจหรือ?" อัศวินถาม

"ผมเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มาบ้าง มันเป็นที่ที่เต็มไปด้วยปริศนาและอันตราย แต่ก็เป็นที่เดียวที่ผมคิดว่า 'มณีรัตติกาล' อาจจะถูกซ่อนไว้" ชาญตอบ

"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป?" เมษาถาม

"เราจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางครั้งนี้" ชาญกล่าว "นี่คือภารกิจที่สำคัญที่สุดของเรา... ถ้าเราทำสำเร็จ โลกอาจจะปลอดภัย... แต่ถ้าเราล้มเหลว..."

ชาญเว้นวรรคไป ชายหนุ่มในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและกังวลใจ "ทุกอย่างอาจจะสายเกินไป"

คืนนั้นเอง ชาญ เมษา และอัศวิน ก็ได้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางสู่โบราณสถานอันลึกลับ พวกเขาไม่รู้ว่าเบื้องหน้าจะเป็นอย่างไร แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง เพื่อปกป้องโลกจากอันตรายที่กำลังจะมาถึง

แต่แล้ว ในขณะที่พวกเขากำลังจะออกเดินทาง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชาญรับสายด้วยความสงสัย

"ฮัลโหล?"

"ชาญณรงค์... หรือชาญ... ข้ามีข่าวดีและข่าวร้ายจะบอกเจ้า" เสียงที่ดังออกมาจากปลายสายทำให้ชาญต้องขมวดคิ้ว "ข่าวดีคือ... ข้าได้ 'มณีรัตติกาล' มาครอบครองแล้ว... ส่วนข่าวร้ายก็คือ... ตอนนี้... มันอยู่กับข้า..."

เสียงนั้นคือ "ไพศาล" อดีตเพื่อนสนิทของชาญ ที่ทรยศหักหลังเขาไปเมื่อหลายปีก่อน ชาญกุมขมับด้วยความตกใจและโกรธ

"แก! แกได้ 'มณีรัตติกาล' มาแล้วจริงๆ หรือ!" ชาญตะโกน

"ใช่... และข้าจะใช้พลังของมัน... เพื่อกำจัดแก... และสร้างโลกใหม่... โลกที่ไม่มี 'คนอ่อนแอ' อย่างแก!" ไพศาลหัวเราะเสียงดัง "เตรียมตัวให้พร้อม... เพราะการต่อสู้ครั้งสุดท้าย... กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!"

ปลายสายถูกตัดไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันในโกดังร้าง ชาญมองไปที่เมษาและอัศวิน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

"ไพศาล... เขาได้ 'มณีรัตติกาล' ไปแล้ว..." ชาญกล่าวเสียงเบา

"แต่เรายังไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน!" เมษาเสริม

"เราต้องตามหาเขาให้เจอ... ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป" ชาญกล่าว

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะอุบัติขึ้น และครั้งนี้... มันจะอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พายุเงาพิฆาต

พายุเงาพิฆาต

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!