เสียง "แกร้ง!" อันทรงพลังที่สะท้อนก้องไปทั่วตรอกแคบๆ คล้ายเป็นสัญญาณบอกชัยชนะของแผนการอันแยบยลของชาญณรงค์ หรือชาญ ร่างสูงผอมของเขาก้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใบหน้าคมคายที่มักฉายแววเคร่งขรึม บัดนี้มีรอยยิ้มมุมปากบางๆ ปรากฏขึ้น เขาเงยหน้ามองไปยังแสงไฟนีออนที่สาดส่องลงมายังซากปรักหักพังตรงหน้า
"สำเร็จ…เสียที" เขาพึมพำเสียงเบา ลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านใบหน้า ทำให้เหงื่อที่ไหลซึมตามขมับแห้งผาก แม้จะยืนนิ่งอยู่กับที่ แต่ทุกอณูของร่างกายกลับเต้นระรัวด้วยความเหนื่อยล้าและความตึงเครียดที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ตรอกมืดแห่งนี้ได้กลายเป็นสมรภูมิอันดุเดือดในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เสียงปืน เสียงมีด เสียงตะโกนอันเกรี้ยวกราด ผสมปนเปกันไปหมดจนแทบแยกไม่ออก ชาญยืนอยู่ท่ามกลางกองศพของเหล่าลูกสมุนของ "พยัคฆ์ดำ" อดีตแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยคุกคามเมืองนี้จนแทบจะจมดิ่งลงสู่นรก
แผนการของชาญนั้นเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความโหดเหี้ยม เขาอาศัยช่วงเวลาที่พยัคฆ์ดำกำลังวุ่นวายกับการย้ายฐานที่มั่นแห่งใหม่ในโกดังร้างริมแม่น้ำ เขาได้ปล่อยข่าวลือที่บิดเบือนความจริงออกไป ว่ามีกลุ่มนักฆ่ารับจ้างลึกลับกำลังจะบุกเข้ามาเพื่อกวาดล้างพวกมัน ทำให้พยัคฆ์ดำเกิดความแตกตื่นและระแวงกันเอง
และเสียง "แกร้ง!" ที่ได้ยินเมื่อครู่ ก็คือเสียงที่ชาญใช้เป็นสัญญาณในการบุกเข้าโจมตี เขาไม่ได้บุกเข้าไปในฐานะผู้กำจัด แต่ในฐานะ "ผู้ถูกว่าจ้าง" โดยกลุ่มนักฆ่าลึกลับที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
"คุณชาญ! สภาพไม่ค่อยดีเลยนะครับ" เสียงทุ้มห้าวของ "ดิน" ลูกน้องคนสนิทดังขึ้นจากด้านหลัง ชาญหันไปมองเห็นดินเดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มนักฆ่าใต้บังคับบัญชาอีกสิบกว่านาย แต่ละคนล้วนเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำ
"ก็ไม่เท่าไหร่ แค่เหนื่อยเล็กน้อย" ชาญตอบ พลางก้าวเดินออกจากตรอกแคบๆ นั้น มุ่งหน้าไปยังรถยนต์สีดำสนิทที่จอดรออยู่ "พวกนายจัดการเก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อย แล้วนำของที่จำเป็นกลับมาให้หมด"
"ครับ! แล้วคุณชาญจะไปไหนครับ?" ดินถาม
"กลับบ้าน…พักผ่อน" ชาญตอบ พลางก้าวขึ้นรถยนต์ เขาไม่บอกดินว่าเขากำลังจะไปที่ไหน และดินก็ไม่กล้าถาม
รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากตรอกมืด สู่ถนนที่เริ่มมีผู้คนพลุกพล่านขึ้น ชาญเอนหลังพิงเบาะหนังอย่างอ่อนล้า ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงติดตา เขาได้เห็นความโหดร้ายของมนุษย์อย่างแท้จริง การฆ่าฟัน การทรมาน การแก่งแย่งชิงดี มันคือสัจธรรมของโลกที่เขาเลือกเดิน
"ถึงเวลาพักผ่อนแล้วจริงๆ สินะ" เขาพึมพำกับตัวเอง
ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์หรูริมเขาที่ประดับประดาไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ "มาดามอันนา" ผู้นำองค์กรที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งในมหานคร กำลังนั่งจิบไวน์แดงอย่างสบายอารมณ์ เธอสวมชุดราตรีสีดำสนิท เผยให้เห็นผิวขาวผ่องและเรือนผมสีดำขลับที่ม้วนเป็นเกลียวอย่างสง่างาม
"รายงานมาแล้วค่ะท่าน" เสียงเลขาฯ สาวรายงาน
"เป็นอย่างไรบ้าง?" มาดามอันนาถาม เสียงเรียบเฉย แต่ดวงตาคมกริบกลับฉายแววประเมิน
"กลุ่มพยัคฆ์ดำ…ถูกกวาดล้างเรียบร้อยแล้วค่ะ" เลขาฯ สาวตอบ "จากการสืบสวนเบื้องต้น คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มนักฆ่าลึกลับที่เข้ามาจากต่างเมือง"
มาดามอันนาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกอย่างแผ่วเบา "นักฆ่าลึกลับ…สินะ" เธอขยับนิ้วเรียวสวยไปสัมผัสกับสร้อยคอไข่มุกเม็ดใหญ่ที่ประดับอยู่บนลำคอ "ข่าวลือที่ส่งออกไป…ได้ผลดีทีเดียว"
"ท่านหมายความว่า…?" เลขาฯ สาวเลิกคิ้ว
"ไม่มีอะไรมากหรอก" มาดามอันนาตอบ พลางยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย "แต่ก็ต้องจับตาดูต่อไป…ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกวาดล้างครั้งนี้"
เธอยังไม่รู้ว่า ชาญณรงค์ ภักดี ชายหนุ่มที่เธอเคยมีปากเสียงด้วยเมื่อไม่นานมานี้ คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังแผนการอันแยบยลนี้ทั้งหมด
ย้อนกลับมาที่ชาญ ณ บ้านพักส่วนตัวอันเงียบสงบ เขาลงจากรถและเดินตรงเข้าไปในบ้านที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองที่สว่างไสวราวกับหมู่ดาว
"เหนื่อยไหม?" เสียงหวานใสของ "น้ำ" แฟนสาวดังขึ้นจากโถงทางเดิน น้ำเดินเข้ามาสวมกอดเขาจากด้านหลังอย่างอ่อนโยน
ชาญโอบกอดร่างบางของน้ำไว้แน่น "นิดหน่อย" เขาตอบ
"ฉันเป็นห่วงนะ" น้ำพูด พลางเงยหน้าขึ้นมองเขา "ช่วงนี้อันตรายเหลือเกิน"
"ไม่เป็นไรนะ…ผมจะดูแลคุณเอง" ชาญตอบ เขาจูบลงบนหน้าผากของน้ำอย่างอ่อนโยน "ไปพักผ่อนกันเถอะ"
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ชาญก็นั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ในห้องนั่งเล่น มองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพเมืองยามค่ำคืนยังคงตรึงตาตรึงใจเขา เขาได้กำจัดภัยร้ายที่คุกคามเมืองนี้ไปอีกหนึ่งกลุ่ม แต่เขาก็รู้ดีว่า มันยังไม่จบแค่นั้น
"พยัคฆ์ดำ" เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมที่ใหญ่กว่านี้ และเขาก็รู้ว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
"มาดามอันนา…" เขาเอ่ยชื่อนั้นออกมาเบาๆ
ในขณะที่เขากำลังขบคิดถึงแผนการต่อไป เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
"ครับ…ชาญณรงค์" เขาตอบรับ
"คุณชาญณรงค์? ผม "สิงห์" ครับ" เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้น "ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งให้คุณทราบ"
ชาญเลิกคิ้วขึ้น "เรื่องอะไร?"
"เกี่ยวกับ "เงาทมิฬ" ครับ" สิงห์ตอบ "พวกเขา…กำลังจะเคลื่อนไหว"
ชาญหน้าแข็งขึ้นทันที "เงาทมิฬ? พวกนั้น…ยังมีชีวิตอยู่?"
"ครับ…และดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้เรื่องที่คุณทำกับพยัคฆ์ดำแล้ว" สิงห์พูด เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
ชาญกำหมัดแน่น "พวกเขาจะมาที่นี่?"
"ไม่แน่ครับ…แต่คุณควรเตรียมตัวให้พร้อม" สิงห์กล่าว "ผมจะส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้คุณทางอีเมล"
สายโทรศัพท์ถูกตัดไป ชาญนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง เงาทมิฬ…องค์กรนักฆ่าที่ลึกลับที่สุดในโลก ที่มีข่าวลือว่าไม่มีใครเคยเห็นหน้าค่าตา แต่ฝีมือของพวกเขานั้นร้ายกาจจนเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลก
หากเงาทมิฬเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องราวทั้งหมดก็จะซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก
เขาเหลือบมองน้ำที่กำลังหลับใหลอยู่บนโซฟาข้างๆ เขา ไม่อยากให้น้ำต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องของเขา
"ดูเหมือนว่า…การพักผ่อนของผมคงจะอีกยาวไกล" เขาพึมพำกับตัวเอง
ชาญลุกขึ้นยืน เดินไปยังโต๊ะทำงานของเขา เปิดคอมพิวเตอร์ และเริ่มตรวจสอบอีเมลที่สิงห์ส่งมา
ภาพถ่ายหลายสิบภาพปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เป็นภาพของชายและหญิงกลุ่มหนึ่ง แต่ละคนล้วนมีแววตาที่คมกริบและดูอันตราย ใบหน้าของพวกเขาถูกปิดบังด้วยหน้ากากหลากหลายรูปแบบ
"เงาทมิฬ…พวกแกจะเข้ามาขวางทางฉันงั้นเหรอ?" ชาญพึมพำ
เขาเริ่มวางแผนการต่อไปอย่างรวดเร็ว เขาจะต้องจัดการกับเงาทมิฬให้ได้ ก่อนที่พวกเขาจะเข้ามาทำอันตรายต่อคนที่เขารัก
ลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านหน้าต่าง กระทบใบหน้าของชาญที่กำลังจดจ่ออยู่กับการทำงาน ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความมุ่งมั่นและความเด็ดเดี่ยว
ในมุมมืดของเมืองใหญ่ องค์กรที่ทรงอิทธิพลอย่างมาดามอันนา กำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนในโกดังร้างอันห่างไกล กลุ่มลูกสมุนของชาญกำลังเร่งเก็บกวาดซากปรักหักพัง
และที่สำคัญที่สุด องค์กรนักฆ่าลึกลับนามว่า "เงาทมิฬ" กำลังจะปรากฏตัวขึ้น
อนาคตของชาญณรงค์ ภักดี กำลังจะเข้าสู่บททดสอบที่อันตรายที่สุด…
ลมพัดแรงขึ้น ราวกับจะพัดพาความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่เมืองแห่งนี้
ชาญเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด เขารู้ดีว่า คืนนี้…จะไม่มีใครได้หลับใหล

พายุเงาพิฆาต
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก