เสียงหวีดหวิวของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ค่อยๆ จางหายไปตามแรงลม กวินท์ยืนนิ่งอยู่กลางป่าทึบ ความเงียบเข้าปกคลุม บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความอับชื้นและกลิ่นดินที่คุ้นเคย ราวกับผืนป่าแห่งนี้กำลังซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างที่อันตรายเอาไว้ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามด้ามมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอว สัมผัสเย็นเยียบของเหล็กกล้าปลุกสัญชาตญาณนักรบในตัวเขาให้ตื่นตัว
ห้าวันแล้วนับตั้งแต่กวินท์ได้รับภารกิจที่แสนอันตราย นี้คือจุดเริ่มต้นของการตามล่า “อสรพิษโลหิต” องค์กรที่เปรียบเสมือนเงาร้ายที่คอยบงการเบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ ทั่วประเทศ ข้อมูลที่ได้มานั้นน้อยนิด แต่ก็เพียงพอที่จะนำพาเขามายังผืนป่าลึกแห่งนี้ ซึ่งถูกร่ำลือว่าเป็นหนึ่งในฐานลับที่สำคัญขององค์กร
“เงียบเกินไป… ผิดปกติ” กวินท์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาขาดหายไปในความเงียบของป่า สายลมพัดผ่านยอดไม้ ทำให้เกิดเสียงใบไม้ไหวเสียดสีกันเป็นระยะๆ เงาที่ทอดทาบทับลงมาบนพื้นดินดูบิดเบี้ยวราวกับมีชีวิต
เขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราวกับวิญญาณ ลำตัวที่กำยำภายใต้ชุดสีเข้มกลมกลืนไปกับความมืด เขาอาศัยความชำนาญในการแกะรอยและหลบหลีก การฝึกฝนอย่างหนักหนาสาหัสตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์แบบ
ทันใดนั้น เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากด้านซ้ายมือ กวินท์ชะงักงัน ร่างกายของเขาเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี ฝีเท้าที่เคยย่องเบาเปลี่ยนเป็นความเร็วสูง เขากระโจนเข้าหาต้นเสียงอย่างรวดเร็ว
“ใครน่ะ!” เสียงตะโกนดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ย่ำไปบนพื้นดินหลายคู่
กวินท์ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์หกนาย แต่ละนายสวมชุดสีดำสนิท และมีสัญลักษณ์รูปงูเลื้อยไขว้กันที่แขนเสื้อ ดวงตาของพวกเขามีประกายความกระหายเลือด
“พวกแกเป็นใคร?” หนึ่งในชายฉกรรจ์ถามขึ้น เสียงของเขาแข็งกระด้าง
กวินท์ไม่ตอบ เขาเพียงยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งเข้าใส่กลุ่มชายเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด กวินท์เคลื่อนไหวราวกับสายลม เขาใช้ความคล่องแคล่วและปราดเปรียวหลบหลีกหมัดและอาวุธของศัตรูได้อย่างง่ายดาย มีดสั้นในมือของเขากลายเป็นเงาแห่งมรณะ ฟาดฟันเข้าใส่เป้าหมายอย่างแม่นยำและรวดเร็ว
เสียงปะทะของโลหะ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด และเสียงหอบหายใจดังผสมปนเปกันไปในความมืด กวินท์ไม่เคยปล่อยให้ศัตรูมีโอกาสตั้งตัว เขาอาศัยความได้เปรียบจากสภาพแวดล้อม ใช้ต้นไม้เป็นที่กำบัง โหนตัว หลบหลีก และโจมตีจากมุมที่ศัตรูคาดไม่ถึง
ชายฉกรรจ์เหล่านั้นแม้จะมีจำนวนมากกว่า แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความสามารถของกวินท์ได้ เพียงไม่กี่นาที ร่างของพวกเขาก็ล้มลงไปกองกับพื้น บางรายมีบาดแผลฉกรรจ์ บางรายก็หมดสติไป
“พวกแก… คงเป็นลูกกระจ๊อกของ… อสรพิษโลหิต สินะ” กวินท์พูดขึ้นอย่างหอบเล็กน้อย เขาก้มลงมองชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่นอนสิ้นใจอยู่ตรงหน้า
“บอกมา… ว่าฐานลับอยู่ที่ไหน?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ
แต่คำตอบที่ได้คือความเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจรวยรินของชายที่ใกล้ตาย
กวินท์ถอนหายใจอย่างผิดหวัง เขาไม่ต้องการให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ เขาได้ข้อมูลสำคัญจากเครื่องมือสื่อสารที่ได้มาจากศัตรูที่เขาจัดการก่อนหน้านี้ เครื่องมือเหล่านั้นชี้ให้เห็นว่าฐานลับของ “อสรพิษโลหิต” อยู่ลึกเข้าไปในป่าแห่งนี้ และคาดว่าจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา
เขาเดินลึกเข้าไปในป่าตามทิศทางที่ได้รับคำแนะนำ ท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมหนาทึบมากขึ้นเรื่อยๆ ดวงจันทร์คืนนี้ให้แสงสว่างเพียงน้อยนิด ทำให้การมองเห็นเป็นไปอย่างจำกัด แต่กวินท์กลับคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้เป็นอย่างดี
หลังจากเดินลุยป่ามาได้ระยะหนึ่ง เขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง มีร่องรอยการตัดต้นไม้ที่ดูใหม่ และมีกลิ่นน้ำมันเครื่องยนต์ลอยมาตามลม
“มีคนอยู่แถวนี้” กวินท์กระซิบกับตัวเอง เขาเร่งฝีเท้าขึ้น แต่ก็ยังคงความเงียบเชียบไว้
เขามาถึงบริเวณที่ต้นไม้ถูกถางออกเป็นวงกว้าง ตรงกลางมีรถบรรทุกทหารขนาดใหญ่จอดอยู่หลายคัน และมีชายฉกรรจ์อีกกลุ่มหนึ่งกำลังขนย้ายลังไม้บางอย่างเข้าไปในรถ
“นั่นมัน…” กวินท์จำได้ทันที ลังไม้เหล่านั้นคล้ายกับลังที่ใช้ขนส่งอาวุธหรือสิ่งของผิดกฎหมาย เขาได้เห็นภาพถ่ายของสิ่งของที่ “อสรพิษโลหิต” ลักลอบขนส่งมาแล้ว
“ต้องรีบจัดการ” กวินท์คิดในใจ เขาต้องหาทางเข้าไปในฐานลับให้ได้ก่อนที่พวกมันจะขนย้ายสิ่งของเหล่านั้นออกไป
เขาแอบย่องเข้าไปใกล้กลุ่มทหารเหล่านั้นมากขึ้น เขาใช้ความมืดเป็นเกราะกำบัง และอาศัยเสียงเครื่องยนต์ของรถบรรทุกกลบเสียงฝีเท้าของเขา
เมื่อเข้าใกล้พอสมควร กวินท์ก็เห็นทางเข้าลับที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ขนาดใหญ่ ดูเหมือนจะเป็นทางเข้าสู่ฐานลับใต้ดิน
“เจอแล้ว” เขาพึมพำ
ทันใดนั้นเอง เสียงปืนดังขึ้น!
กวินท์เบิกตากว้าง เขาหันไปมองตามเสียง พบว่าหนึ่งในกลุ่มทหารที่กำลังขนของ ได้สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เขาชักปืนออกมาและยิงขึ้นฟ้า
“มีผู้บุกรุก! ทุกคนระวัง!” เสียงตะโกนก้องไปทั่วบริเวณ
ไม่รอช้า กวินท์พุ่งตัวออกจากการซ่อนตัว เขาวิ่งตรงไปยังทางเข้าลับที่เขาเพิ่งพบ
“อย่าให้มันหนีไป!” กลุ่มทหารเหล่านั้นตะโกนไล่หลังมา พวกเขาสะบัดปืนเข้าใส่กวินท์
กวินท์หลบหลีกกระสุนที่พุ่งเข้ามาอย่างเฉียดฉิว เขาใช้ความเร็วของเขาให้เป็นประโยชน์ เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มทหารที่ขวางทาง แล้วใช้ทักษะการต่อสู้มือเปล่าจัดการพวกมันอย่างรวดเร็ว
เสียงปืนยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กวินท์สามารถจัดการกับศัตรูที่ขวางทางได้ทันเวลา เขากระโดดเข้าไปในทางเข้าลับนั้น ก่อนที่พวกมันจะทันได้ยิงปิดทาง
เมื่อก้าวเข้าไปในทางเข้าลับ กวินท์ก็พบว่ามันเป็นอุโมงค์ที่ค่อนข้างแคบและมืด เขาเปิดไฟฉายที่ติดอยู่บนข้อมือ แสงสว่างส่องนำทางเขาเข้าไปลึกยิ่งขึ้น
“นี่มัน… ฐานลับใต้ดินจริงๆ” เขาพูดพลางสำรวจสภาพแวดล้อม
ผนังอุโมงค์ทำจากคอนกรีตที่แข็งแกร่ง มีสายไฟและท่อต่างๆ เดินเรียงรายอยู่ตามผนัง ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการที่สำคัญ
กวินท์เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เขาพบว่าอุโมงค์แยกออกเป็นหลายทาง เขาต้องใช้สัญชาตญาณและความรู้ที่ได้มาเพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง
“ต้องรีบหน่อย” เขารู้ดีว่าเวลาไม่คอยท่า ศัตรูคงกำลังตามเข้ามา
เมื่อเขาเดินมาถึงทางแยก เขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง
“พวกเขาตามมาแล้ว!” กวินท์คิด เขาตัดสินใจเลือกอุโมงค์ที่แคบที่สุดและมืดที่สุด เขาเชื่อว่าที่นี่น่าจะเป็นจุดที่ศัตรูคาดไม่ถึง
เขาเดินลุยเข้าไปในอุโมงค์นั้น บรรยากาศยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ความอับชื้นและกลิ่นอับชื้นของอากาศที่ถูกกักเก็บมานานทำให้อึดอัด
ทันใดนั้นเอง แสงไฟก็สว่างวาบขึ้น!
กวินท์หันขวับไปพบว่าอุโมงค์ที่เขาเดินเข้ามานั้นสิ้นสุดลงตรงหน้า และเบื้องหน้าของเขาคือห้องโถงขนาดใหญ่ที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟหลายดวง
และที่นั่น… คือจุดที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับ “อสรพิษโลหิต” อย่างแท้จริง
ในห้องโถงนั้น มีชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ เขาแต่งกายด้วยชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าของเขาถูกปกคลุมด้วยเงา ทำให้ยากที่จะมองเห็นชัดเจน แต่สิ่งที่เด่นชัดคือรอยยิ้มที่มุมปากของเขา ซึ่งเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“ในที่สุด… เจ้าก็มาถึง” ชายคนนั้นพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเย็นชาและเยือกเย็น
กวินท์ยืนนิ่ง เขาจับด้ามมีดสั้นแน่น รู้สึกถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
“บอกมา… ว่าใครคือหัวหน้าของพวกแก” กวินท์ถามด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ “หัวหน้า? ฮ่าๆๆ… เจ้าคิดว่าเจ้าจะเจออะไร? เรามีหลายหัว… และเราทำงานกันเป็นทีม”
“ฉันไม่สน… ฉันจะกำจัดพวกแกให้สิ้นซาก!” กวินท์ตะโกน
“กล้าหาญดีนี่… เจ้าหนู” ชายคนนั้นกล่าว “แต่ก่อนที่เจ้าจะตาย… ข้ามีบางอย่างที่จะมอบให้เจ้า”
เมื่อพูดจบ ชายคนนั้นก็โบกมือให้ทหารที่ยืนรายล้อมอยู่รอบห้องโถง
ทันใดนั้นเอง ประตูเหล็กขนาดมหึมาทางด้านหลังของชายคนนั้นก็ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็น…
ภาพที่ทำให้กวินท์ถึงกับผงะ!
เบื้องหลังประตูเหล็กเหล่านั้น คือห้องทดลองขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือทางการแพทย์และสารเคมีแปลกประหลาด และกลางห้องนั้น…
มีร่างมนุษย์จำนวนมากนอนอยู่บนเตียง ในสภาพที่ดูราวกับกำลังถูกทดลองอะไรบางอย่าง!
“นี่มัน… อะไรกัน?” กวินท์อุทานด้วยความตกตะลึง
“นี่คือ… ผลงานชิ้นโบว์แดงของเรา” ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ “การสร้าง… มนุษย์ที่เหนือกว่า”
ดวงตาของกวินท์เบิกกว้าง เขาไม่เคยเห็นอะไรที่โหดร้ายและน่าขยะแขยงเท่านี้มาก่อน
“แกมัน… ปีศาจ!” กวินท์ตะคอก
“จะเรียกอะไรก็ได้… แต่เจ้าจะไม่มีวันเข้าใจ… จนกว่าเจ้าจะกลายเป็นหนึ่งในพวกเขา” ชายคนนั้นกล่าว
ก่อนที่กวินท์จะได้ตอบโต้ ร่างของเขาพลันถูกกระชับด้วยอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น!
“อะไรกัน?!” กวินท์พยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่สามารถขยับได้
“นี่คือ… พลังของ ‘อสรพิษโลหิต’ ที่แท้จริง” ชายคนนั้นยิ้มอย่างพอใจ
กวินท์รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา… ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เขาจะทำอย่างไรต่อไป? จะสามารถหลุดพ้นจากอันตรายนี้ได้หรือไม่? และเบื้องหลังของ “อสรพิษโลหิต” นั้น แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่? การต่อสู้ที่แท้จริง… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!

เงาเลือด มังกรทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก