เงาเลือด มังกรทมิฬ

ตอนที่ 5 — ล่าเงาในป่าทมิฬ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,219 คำ

เสียงหวีดหวิวของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ค่อยๆ จางหายไปตามแรงลม กวินท์ยืนนิ่งอยู่กลางป่าทึบ ความเงียบเข้าปกคลุม บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความอับชื้นและกลิ่นดินที่คุ้นเคย ราวกับผืนป่าแห่งนี้กำลังซ่อนเร้นบางสิ่ง คราบน้ำฝนยังคงเกาะเกี่ยวอยู่ตามใบไม้สีเขียวเข้มที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมผืนป่าจนมืดสลัว แสงอาทิตย์ที่ส่องลอดลงมาเป็นลำๆ ‌ยิ่งขับเน้นความลึกลับให้หนาแน่นขึ้น

เขาเพิ่งจะหลบหนีการตามล่าจากลูกสมุนของ "อสรพิษโลหิต" ในกรุงเทพฯ มาได้หมาดๆ การสืบข้อมูลบางอย่างที่นำไปสู่แหล่งกบดานขององค์กรนี้ ทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายโดยไม่คาดคิด การต่อสู้บนดาดฟ้าตึกสูง และการแทรกซึมเข้าไปในคลังแสงใต้ดิน ​เป็นเพียงจุดเริ่มต้น การหลบหนีครั้งนี้พาเขามาสู่ใจกลางป่าที่ห่างไกลความเจริญแห่งหนึ่งในภาคตะวันตก ซึ่งเป็นที่ร่ำลือกันว่ามีความลับดำมืดถูกซุกซ่อนอยู่

มือขวาของกวินท์เลื่อนไปสัมผัสกับด้ามปืนพกที่ซ่อนไว้ในเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัว สังเกตทุกสิ่งอย่างไม่วางตา ทุกเสียง ทุกการเคลื่อนไหว ทุกเงาที่อาจแปรเปลี่ยนเป็นอันตรายได้

"พวกมันตามมาถึงที่นี่แน่..." ‍เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในลำคอของกวินท์ เขาได้กลิ่นบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากกลิ่นอายของป่าตามธรรมชาติ กลิ่นคล้ายน้ำมันเครื่องปะปนกับกลิ่นโลหะเย็นๆ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเข้ามาของมนุษย์

ทันใดนั้น! เสียงกิ่งไม้หักดังมาจากทางด้านซ้ายมือ กวินท์ไม่รอช้า พุ่งตัวหลบเข้าหลังต้นไม้ใหญ่ทันที เขาชักปืนออกมาประทับเตรียมพร้อม

"ใครอยู่ตรงนั้น!" ‌เสียงตะโกนห้าวหาญดังมาจากทิศทางที่เขาได้ยินเสียง กวินท์รอจังหวะ

ร่างสองร่างปรากฏขึ้นจากเงามืดของต้นไม้ พวกเขาคือชายฉกรรจ์สองคน สวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากลายกะโหลก มือข้างหนึ่งถือมีดสั้นที่สะท้อนแสงตะเกียงเล็กน้อย ส่วนอีกข้างหนึ่งถือปืนพกสั้น

"เห็นอะไรไหม?" ชายคนแรกกระซิบถามอีกคน

"ไม่เห็นอะไรเลย... ‍อาจจะแค่สัตว์ป่า" ชายคนที่สองตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

กวินท์รอจนกระทั่งทั้งสองคนเคลื่อนตัวต่อไปข้างหน้า เขาปล่อยให้พวกมันห่างออกไปในระยะหนึ่ง ก่อนจะโผล่ออกมาจากที่ซ่อน

"พวกแกกำลังตามหาอะไรกันอยู่" เสียงทุ้มของกวินท์ดังขึ้นอย่างเยือกเย็น

ร่างทั้งสองผงะ หันขวับมาเผชิญหน้ากับเขาอย่างรวดเร็ว แววตาในช่องหน้ากากเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนระแวง

"แกเป็นใคร!" ชายคนแรกถามเสียงดัง ​พยายามตั้งปืนเล็งมาที่กวินท์

"คนที่กำลังจะขัดขวางพวกแก" กวินท์ตอบนิ่งๆ เขาไม่คิดจะเสียเวลาพูดคุยให้มากความ

เพียงพริบตาเดียว กวินท์ก็ปลดปล่อยกระสุนนัดแรกออกไป ปืนพกคู่ใจของเขากระชากอย่างรุนแรง แต่ทว่าแม่นยำ กระสุนพุ่งเข้าใส่กลางหน้าอกของชายคนหนึ่ง ทำให้เขาทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็ว

"แก!" ​ชายคนที่สองตวาดลั่น เขาพยายามจะยิงสวน แต่กวินท์ไวกว่า ร่างของเขากลิ้งหลบไปด้านข้างพร้อมกับยิงอีกนัด กระสุนเฉี่ยวแขนของชายคนที่สองไปเล็กน้อย ทำให้เขาเสียหลัก

"แกหนีไม่พ้นหรอก!" ชายคนที่สองตะโกน พยายามประคองตัว

"ฉันไม่เคยหนี" ​กวินท์ตอบพร้อมกับก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขาทิ้งปืนพกแล้วคว้ามีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา การต่อสู้ระยะประชิดคือสิ่งที่เขาถนัดที่สุด

ชายคนที่สองพยายามโจมตีด้วยมีดสั้น แต่กวินท์รับการโจมตีไว้ด้วยมีดของตนเอง เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าร้องในป่าทึบ

"แกมันอันตรายเกินไป!" ชายคนที่สองกัดฟันพูด เขาพยายามใช้แรงทั้งหมดดันมีดเข้าสู้

"อันตรายกว่าแกเยอะ" กวินท์ตอบพร้อมกับออกแรงบิดมีดอย่างรุนแรง ทำให้มีดในมือของอีกฝ่ายหลุดกระเด็นออกไป

เมื่อปราศจากอาวุธ ชายคนที่สองพยายามใช้หมัดต่อย แต่กวินท์หลบหลีกได้อย่างง่ายดาย เขาใช้ปลายมีดจี้ไปที่ลำคอของคู่ต่อสู้

"บอกมาว่าพวกแกมาทำอะไรที่นี่" กวินท์ถามเสียงเย็น

ชายคนที่สองอ้าปากค้าง มองดูใบมีดที่จ่อลำคอของตนเองอย่างหวาดกลัว "พวกเรา... พวกเรามาตามหาสิ่งของบางอย่าง..."

"สิ่งของอะไร"

"มันเป็น... เป็นวัตถุโบราณ..." ชายคนที่สองพยายามรวบรวมสติ

"วัตถุโบราณที่องค์กรอสรพิษโลหิตต้องการ?" กวินท์คาดเดา

ใบหน้าภายใต้หน้ากากกะโหลกของชายคนที่สองสั่นน้อยๆ "แก... รู้เรื่องอสรพิษโลหิตได้ไง"

"ฉันรู้มากกว่าที่แกคิด" กวินท์ตอบ เขาสังเกตเห็นว่าชายคนที่สองมีรอยสักรูปงูเห่าสีดำที่ข้อมือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขององค์กร "ฉันจะปล่อยแกไป ถ้าแกบอกข้อมูลทั้งหมดที่ฉันต้องการ"

ชายคนที่สองลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "ก็ได้... พวกเราได้รับคำสั่งให้มาตามหา "ไข่มังกร" ที่เชื่อกันว่าถูกซ่อนอยู่ในป่าแห่งนี้... ไข่มังกรมีความสำคัญต่อพิธีกรรมของพวกเรา..."

"ไข่มังกร?" กวินท์เลิกคิ้ว "แล้วพวกแกเจอหรือยัง?"

"ยัง... เรายังไม่เจอ... มีข่าวลือว่ามีอีกกลุ่มหนึ่งกำลังตามหาไข่มังกรเหมือนกัน... กลุ่มคนที่... ไม่เปิดเผยตัวตน..."

"กลุ่มคนเหล่านั้นกำลังเข้ามาในพื้นที่นี้ใช่ไหม" กวินท์ถามต่อ

"ใช่... พวกเขาเข้ามาเมื่อไม่กี่วันก่อน... เราถูกส่งมาเพื่อ... กำจัดพวกเขาทิ้ง..." ชายคนที่สองพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

กวินท์รู้ดีว่า "กลุ่มคนเหล่านั้น" ที่ชายคนนี้หมายถึง อาจเป็นคู่แข่งหรือพันธมิตรของเขาเอง เขามีข้อมูลมาเพียงน้อยนิดว่าไข่มังกรเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรอสรพิษโลหิตต้องการ แต่ไม่เคยทราบถึงรายละเอียด

"ถ้าพวกแกไม่เจอไข่มังกรอีกภายใน 24 ชั่วโมง... ผู้นำของพวกแกจะลงโทษอย่างหนัก..." ชายคนที่สองพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

"แล้วผู้นำของพวกแกคือใคร?" กวินท์ถาม

"ข้า... ข้าบอกไม่ได้..." ชายคนที่สองปฏิเสธ

กวินท์รู้ว่าเขาคงไม่สามารถบังคับให้ชายคนนี้พูดอะไรได้อีก เขาผ่อนแรงมีดลงเล็กน้อย

"เอาล่ะ... ขอบคุณสำหรับข้อมูล" กวินท์พูดพร้อมกับใช้สันมีดฟาดไปที่ท้ายทอยของชายคนที่สองอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาหมดสติไป

กวินท์ปล่อยชายคนที่สองลงนั่งพิงต้นไม้ เขาหยิบปืนพกของชายที่เสียชีวิตมาตรวจสอบ พบว่ามีกระสุนเต็มแม็กกาซีน และหยิบมีดสั้นอีกเล่มมาเก็บไว้

"ไข่มังกร..." กวินท์ทวนคำเบาๆ "มันจะเป็นอะไรกันแน่..."

เขามองไปรอบๆ ป่าอีกครั้ง บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยมีเพียงเสียงธรรมชาติ ตอนนี้กลับมีความรู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา การเข้ามาขององค์กรอสรพิษโลหิตในป่าแห่งนี้ ย่อมหมายถึงอะไรที่ใหญ่กว่าการซุ่มโจมตีธรรมดา

กวินท์ก้าวเดินต่อไปในป่าลึก ลึกเข้าไปในความมืดที่ปกคลุม ความรู้สึกว่ามีสายตาจับจ้องอยู่ตลอดเวลาทำให้เขาต้องเพิ่มความระมัดระวัง เขารู้ว่าไม่ใช่แค่ลูกสมุนของอสรพิษโลหิตเท่านั้นที่กำลังตามหาไข่มังกร อาจจะมีกลุ่มอื่นอีกมากมายที่ต้องการครอบครองวัตถุโบราณชิ้นนี้

เขามาถึงริมลำธารสายเล็กๆ ที่มีน้ำไหลเอื่อยๆ แสงตะเกียงที่ส่องลงมาสะท้อนกับผิวน้ำทำให้เกิดประกายระยิบระยับ เขาหยุดดื่มน้ำเพื่อดับกระหาย ก่อนจะก้มลงมองดูเงาสะท้อนของตัวเองในน้ำ

เงาของเขาในน้ำดูคล้ายจะเคลื่อนไหวผิดปกติ กวินท์เงยหน้าขึ้นมองรอบตัวอย่างรวดเร็ว

"ใคร!"

เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากด้านหลังเขา!

กวินท์หมุนตัวอย่างรวดเร็ว ปืนพกในมือพร้อมยิง แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เขาต้องชะงักไปชั่วขณะ

ตรงหน้าเขา คือร่างของชายอีกคนหนึ่ง สวมชุดคล้ายๆ กับสองคนที่เขาเพิ่งจัดการไป แต่ชายผู้นี้ดูจะอันตรายกว่ามาก ใบหน้าของเขาถูกปิดด้วยหน้ากากหนังสีดำที่มีลวดลายคล้ายเกล็ดงู ดวงตาภายใต้หน้ากากวาวโรจน์ราวกับจะเผาไหม้

"แก... ช่างกล้าเข้ามาในอาณาเขตของพวกเรา" ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"อาณาเขตของใคร?" กวินท์ถาม พยายามประเมินสถานการณ์

"อาณาเขตของมังกรทมิฬ!" ชายคนนั้นประกาศเสียงดัง

ทันใดนั้น! ร่างของชายปริศนาพุ่งเข้าใส่กวินท์อย่างรวดเร็วราวกับพายุ เขาเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วเหนือมนุษย์

กวินท์ยกปืนขึ้นยิง แต่ชายคนนั้นสามารถหลบหลีกกระสุนได้อย่างเหลือเชื่อ เขาใช้ดาบยาวที่สะท้อนแสงตะเกียง ฟันเข้าใส่กวินท์

เสียงดาบปะทะกันดังสนั่น กวินท์ต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่มีในการป้องกันการโจมตีอันดุดันของคู่ต่อสู้ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่แฝงมากับดาบเล่มนั้น เป็นพลังที่อันตรายและไม่ธรรมดา

"แกคือ... นักล่าจากอสรพิษโลหิตใช่ไหม!" ชายปริศนาตะโกนถาม

"ฉันไม่ใช่ใครทั้งนั้น" กวินท์ตอบ เขาพยายามหาจังหวะสวนกลับ

"แกกำลังจะตาย! ไม่มีใครหน้าไหนกล้ามายุ่งเกี่ยวกับไข่มังกรของข้า!"

ชายปริศนาออกแรงฟันอย่างบ้าคลั่ง กวินท์ถอยหลังไปเรื่อยๆ เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ที่ผ่านมา

"ข้าจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้า!" เสียงของชายปริศนาเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง

ทันใดนั้น! กวินท์เห็นแสงไฟวูบวาบออกมาจากปลายดาบของคู่ต่อสู้ เขาเหลือบตาไปเห็นรอยสักรูปงูขนาดใหญ่บนแผ่นหลังของชายปริศนา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ "อสรพิษโลหิต" อย่างไม่ต้องสงสัย

"แกคือ... หนึ่งในองครักษ์ของมัน!" กวินท์ร้องออกมา

"และแก... จะต้องตายที่นี่!" ชายปริศนาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะปล่อยพลังงานสีแดงเพลิงออกมาจากดาบ พุ่งเข้าใส่กวินท์

กวินท์ไม่รอช้า เขากระโดดหลบออกไปด้านข้าง พลังงานสีแดงเพลิงเฉี่ยวร่างของเขาไปเพียงนิดเดียว แต่ความร้อนที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนรู้สึกได้

เขาหันกลับมามอง ร่างของชายปริศนาเริ่มสั่นเทา พลังงานบางอย่างกำลังถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวเขาอย่างต่อเนื่อง

"นี่มันอะไรกัน..." กวินท์พึมพำ

เขาไม่เคยเจอใครที่สามารถปลดปล่อยพลังงานในลักษณะนี้ได้มาก่อน การต่อสู้ครั้งนี้อันตรายกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก

ในขณะที่กวินท์กำลังประมวลผลสถานการณ์ ร่างของชายปริศนาที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับค่อยๆ จมหายไปในเงามืดของป่า ราวกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน

"ไปแล้วเหรอ..." กวินท์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกปนความสงสัย เขาเก็บปืนและมีดคู่ใจเข้าที่เดิม

แต่แล้ว... เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นมาจากรอบทิศทาง

"เจ้า... กำลังเข้ามาใกล้... ความลับของไข่มังกร..."

เสียงนั้นดังมาจากทุกมุมของป่า ไม่สามารถระบุที่มาได้ กวินท์เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงเรื่อยๆ เขาตระหนักได้ว่า ป่าแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่เป็นอันตราย...

ยังมีสิ่งอื่น... ที่มองไม่เห็น... และกำลังรอคอยเขาอยู่...

เขาจะต้องทำอย่างไรต่อไป? จะตามหาไข่มังกรเจอหรือไม่? และอันตรายที่ซุ่มซ่อนอยู่ในป่าทมิฬแห่งนี้ คืออะไรกันแน่?

กวินท์ยืนนิ่งอยู่กลางป่าอันมืดมิด ความรู้สึกถึงภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ความเงียบของป่าดูเหมือนจะกำลังส่งเสียงเรียกหาเขา... และอาจจะเป็นคำเตือน...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาเลือด มังกรทมิฬ

เงาเลือด มังกรทมิฬ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!