ดวงตาคมกริบของกวินท์เหลือบมองไปรอบทิศ เสียงกิ่งไม้หักเมื่อครู่ไม่ได้มาจากตัวเขาเพียงผู้เดียว แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากทุกมุม อากาศในป่าทึบที่เคยอบอวลไปด้วยความชื้นยามนี้กลับเย็นเยียบเยียบจนสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้น เสียงลมหวีดหวิวที่โหมกระหน่ำผ่านหมู่แมกไม้สูงเสียดฟ้า ไม่เพียงแต่บดบังเสียงฝีเท้าของศัตรูเท่านั้น แต่ยังเหมือนกำลังขับขานบทเพลงแห่งความตายที่กำลังจะมาเยือน
"ออกมา!" เสียงห้าวทุ้มของชายคนหนึ่งดังขึ้น ท่ามกลางเสียงลมและเสียงกิ่งไม้ที่ยังคงดังเป็นระยะๆ เงาดำทะมึนหลายเงาค่อยๆ ปรากฏตัวออกมาจากความมืดมิดของป่า ร่างกายกำยำ สวมชุดสีดำสนิท มือถืออาวุธที่สะท้อนแสงจันทร์วูบวาบ แววตาของแต่ละคนฉายประกายอำมหิต ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้าสู่มุมอับ
กวินท์กัดฟันแน่น ไม่ได้แสดงอาการตกใจ เพียงแต่ปรับท่าทีให้พร้อมรับมือ เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่การพบเจอโดยบังเอิญ แต่เป็นการถูกดักซุ่มรอ นี่คือกับดักของ "อสรพิษโลหิต" อย่างแน่นอน
"คิดว่าหนีพ้นแล้วหรือไง เจ้าหนอนแมลง" ชายที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มเอ่ยเย้ยหยัน เสียงของเขาดุดันและเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส "ในที่สุดเราก็เจอตัวแล้ว"
กวินท์ไม่ตอบ เขาปล่อยให้ความเงียบเป็นคำตอบ ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ พยายามประเมินสถานการณ์ จำนวนศัตรู สภาพแวดล้อม และทางหนีทีไล่
"ไม่ต้องเสียเวลามากหรอก" ชายผู้นำพูดต่อ "จับเป็น แล้วเราจะได้รู้ว่าใครส่งเจ้ามา"
สิ้นเสียง เสียงแตรสัญญาณดังขึ้นพร้อมกัน สัญญาณการโจมตี!
ร่างของศัตรูหลายสิบร่างพุ่งเข้าใส่กวินท์ราวกับพายุคลั่ง เสียงมีดเหล็กกระทบกันดังแว่วมาพร้อมกับเสียงคำราม กวินท์ไม่รอช้า เขาหมุนตัวหลบคมดาบที่ฟาดเข้าใส่จากด้านข้างอย่างเฉียดฉิว มือขวาชักมีดสั้นคู่ใจออกมาอย่างรวดเร็ว ใบมีดสะท้อนแสงจันทร์วูบวาบ ก่อนจะปักเข้าที่สีข้างของศัตรูที่พุ่งเข้ามา จนอีกฝ่ายทรุดฮวบลงกับพื้น
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด กวินท์เคลื่อนไหวราวกับเงา เขาหลบหลีกการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาอย่างมีชั้นเชิง หมุนตัว ทะยาน ย่อตัว และใช้ทุกสิ่งรอบกายให้เป็นประโยชน์ ต้นไม้ใหญ่กลายเป็นที่กำบัง ฝ่าเท้าเหยียบย่ำใบไม้แห้งส่งเสียงดังกรอบแกรบ สร้างความสับสนให้กับศัตรู
ศัตรูแต่ละคนมีทักษะสูง ไม่ใช่กระจอกไก่กะโหลก สังเกตได้จากความคล่องแคล่วและท่าทางการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาอย่างดี พวกเขาพยายามปิดล้อมกวินท์จากทุกทิศทาง ไม่ปล่อยให้มีช่องว่าง
"อย่าให้มันหนีไปได้!" เสียงตะโกนก้องดังขึ้น
กวินท์รู้ว่าเขาไม่สามารถยืนหยัดสู้กับศัตรูจำนวนมหาศาลนี้ได้นาน เขาต้องหาทางบุกทะลวงวงล้อมออกไปให้ได้
ทันใดนั้นเอง เขาสังเกตเห็นช่องว่างเล็กๆ ระหว่างศัตรูสองคนทางด้านซ้ายมือที่กำลังเปิดกว้างชั่วขณะ เขาใช้จังหวะนั้นเป็นเป้าหมาย พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับลูกศร
ศัตรูพยายามเข้าขัดขวาง แต่กวินท์ใช้ลำตัวปะทะเข้ากับศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุด จนอีกฝ่ายเสียหลัก ก่อนจะใช้ปลายมีดปัดป้องการโจมตีจากอีกคนหนึ่ง แล้วกระโดดข้ามศีรษะศัตรูที่ล้มลงไป
"มันจะไปทางนั้น!"
เสียงตะโกนไล่หลังมาติดๆ กวินท์รู้ว่าเขามาถูกทางแล้ว การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและคาดไม่ถึง คือสิ่งที่จะทำให้เขาเอาตัวรอดไปได้
แต่เส้นทางที่เขาวิ่งไปกลับไม่ใช่ทางโล่ง มันกลับนำพาเขาเข้าสู่ดงของต้นไม้ที่หนาทึบยิ่งกว่าเดิม แสงจันทร์ส่องผ่านใบไม้ลงมาเป็นริ้วๆ ทำให้มองเห็นภาพเงาดำทะมึนที่ยังคงไล่ตามเขามาอย่างไม่ลดละ
"แกหนีไม่พ้นหรอก!" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังมาจากด้านหลัง
กวินท์ไม่สนใจ เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต สัมผัสได้ถึงไอเย็นของลมที่ปะทะใบหน้า และเสียงฝีเท้าของศัตรูที่ดังไล่หลังมาใกล้เรื่อยๆ
ขณะที่กำลังวิ่ง กวินท์เห็นก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว พุ่งตัวเข้าหา
"บัง!"
เขาตะโกนก้อง พลางใช้ไหล่ดันเข้ากับก้อนหินอย่างสุดแรง ก้อนหินขนาดมหึมาค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า แต่นั่นก็เพียงพอที่จะสร้างอุปสรรคขัดขวางการไล่ล่า
"โง่! คิดว่าจะหยุดเราได้หรือไง!"
ศัตรูตะโกนอย่างไม่ยี่หระ พวกเขากระโดดข้ามก้อนหินไปได้อย่างง่ายดาย แต่ก็เสียจังหวะไปชั่วขณะ
กวินท์ใช้จังหวะนั้น หายเข้าไปในพงไม้ที่หนาทึบที่สุด เขาเคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบ พยายามกลบเสียงฝีเท้าของตัวเองให้มากที่สุด สภาพป่าที่รกทึบยามนี้กลับกลายเป็นเครื่องมือชั้นดีในการพรางตัว
แต่แล้ว ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงปืน!
กวินท์ชะงักกึก เขาไม่คาดคิดว่าจะมีคนพกปืนเข้ามาในป่าลักษณะนี้ เขาเคยคิดว่าการต่อสู้ส่วนใหญ่จะเป็นการต่อสู้ระยะประชิดเสียอีก
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง กระสุนเฉี่ยวใบไม้เหนือศีรษะเขาไปเพียงนิดเดียว
"แกคิดว่าจะวิ่งหนีไปไหน!" เสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากเบื้องหน้า
กวินท์เงยหน้ามอง ภาพที่เห็นทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ
เบื้องหน้าเขาคือกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่กลุ่มที่ไล่ตามเขามาในตอนแรก แต่เป็นกลุ่มที่สวมเครื่องแบบสีเข้ม มีตราสัญลักษณ์รูปงูไขว้กันบนโล่ พวกเขาถือปืนไรเฟิลเล็งมาที่เขาอย่างพร้อมเพรียง
"อสรพิษโลหิต!" กวินท์พึมพำเสียงแผ่วเบา เขาตกอยู่ในวงล้อมอย่างสมบูรณ์แบบ
"ยอมแพ้ซะเถอะ" ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นก้าวออกมา เขาคือชายร่างสูงใหญ่ สวมหน้ากากสีดำที่ปกปิดใบหน้าจนหมดสิ้น เหลือเพียงดวงตาสีดำสนิทที่มองมาอย่างเยือกเย็น "ไม่มีทางหนีไปได้แล้ว"
กวินท์มองซ้ายมองขวา ศัตรูอยู่รายล้อมเขาจากทุกทิศทาง ทั้งจากด้านหลังที่ตามมา และจากด้านหน้าซึ่งเป็นกลุ่มใหม่ที่สวมเครื่องแบบขององค์กร
"แกผิดแล้ว" กวินท์ตอบกลับ เสียงของเขาหนักแน่น ท่ามกลางความสิ้นหวังที่เริ่มคืบคลานเข้ามา "ฉันไม่เคยคิดจะหนี"
พูดจบ กวินท์ก็ฉีกเสื้อที่แขนออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นยาวเฟื้อยบนต้นแขน ก่อนจะใช้มีดสั้นคู่ใจที่เปื้อนเลือดของศัตรูหลายราย ถือไว้ในท่าเตรียมพร้อม
"ถ้าอยากได้อะไร ก็ต้องมาคว้าเอาเอง!"
สิ้นเสียง กวินท์ก็พุ่งเข้าใส่กลุ่มคนที่ถือปืนไรเฟิลด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง
เสียงปืนดังระงมไปทั่วป่า กระสุนพุ่งเข้าใส่กวินท์จากทุกทิศทาง แต่เขาก็ยังคงเคลื่อนไหวอย่างพลิกแพลง หลบหลีกไปมาอย่างไม่คิดชีวิต
การต่อสู้ครั้งใหม่ที่ดุเดือดกว่าเดิมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเสียงปืน เสียงมีด และเสียงคำราม ของชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมแพ้ แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบที่สุดก็ตาม
เขาจะสามารถทะลวงวงล้อมนี้ออกไปได้หรือไม่? และใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการดักซุ่มในครั้งนี้?
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เงาเลือด มังกรทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก