อากาศในป่าทึบที่เคยอบอวลไปด้วยความชื้นยามนี้กลับแห้งผากราวกับถูกดูดกลืนไปสิ้น กวินท์สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่สภาพแวดล้อมภายนอก แต่เป็นความตึงเครียดที่แผ่ซ่านเข้ามาจากทุกทิศทาง เสียงกิ่งไม้แห้งหักที่เขาได้ยินเมื่อครู่ ไม่ได้มาจากฝีเท้าของเขาเพียงลำพัง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า "พวกมัน" อยู่ใกล้เข้ามาแล้ว
เขาหยุดนิ่งราวกับรากไม้ที่หยั่งลึก ผสมผสานตัวเองเข้ากับพงไพรจนแทบแยกไม่ออก ดวงตาคมกริบกวาดสแกนไปรอบกาย สอดส่ายมองหาความผิดปกติในม่านสีเขียวอันหนาทึบ แสงแดดรำไรที่ส่องลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นเพียงลำแสงบางเบา สร้างเงาตะคุ่มที่ดูน่าหวาดหวั่น กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้แห้ง และกลิ่นสาบของป่าที่ปกติจะให้ความรู้สึกคุ้นเคย บัดนี้กลับเจือปนไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ทำให้เส้นผมบนท้ายทอยของเขาลุกชัน
"มากันอีกแล้วสินะ" เสียงทุ้มต่ำของกวินท์ดังขึ้นในลำคอ ไม่ได้ตะโกน แต่แฝงไปด้วยประกายของความพร้อมที่จะปะทะ
เงาตะคุ่มที่ขยับไหวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง ชายฉกรรจ์ในชุดสีดำสนิท สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเงามืด พวกมันเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ รวดเร็ว และแม่นยำ ราวกับหมาป่าที่กำลังล้อมต้อนเหยื่อ
"พวกแกคิดว่าป่าแห่งนี้เป็นสนามเด็กเล่นของพวกแกหรือไง" กวินท์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแผ่วเบา แต่คมกริบราวกับใบมีด
เขากระชับด้ามปืนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมอีกครั้ง ประสาทสัมผัสทั้งหมดถูกปลุกให้ตื่นตัว ความรู้สึกอันตรายที่เคยสัมผัสจากการต่อสู้ครั้งก่อนๆ ย้อนกลับมา เหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่กำลังย่องเข้ามาก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เข้ามาจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ กวินท์หมุนตัวอย่างรวดเร็ว สาดสายตาไปยังทิศทางของเสียง
เบื้องหน้าเขา ชายชุดดำสองคนปรากฏตัวขึ้น พร้อมอาวุธในมือที่สะท้อนแสงแดดอันริบหรี่ พวกมันจู่โจมเข้ามาทันทีโดยไม่รอช้า
"ตายซะ!" หนึ่งในนั้นตะโกนเสียงแหบพร่า
กวินท์ไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด เขาเพียงเบี่ยงตัวหลบปืนที่พุ่งเข้ามาอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้สันมือที่แข็งแกร่งฟาดเข้าที่ขมับของชายชุดดำคนแรกอย่างแม่นยำ เสียงดัง "ผัวะ" ร่างนั้นเซถลาไป
แต่ก่อนที่เขาจะได้พักหายใจ ชายชุดดำอีกคนก็เข้ามาประชิด ฟันดาบสั้นที่สะท้อนแสงวาววับพุ่งเข้าใส่ลำคอ กวินท์ต้องยกแขนขึ้นปัดป้องอย่างรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบกันดัง "แค้ง!" สะเก็ดไฟแลบออกมา
"พวกแกมันก็แค่นักฆ่าไร้สมอง" กวินท์สวนกลับขณะเบี่ยงตัวหลบดาบที่ฟันซ้ำเข้ามาอีกครั้ง
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางป่าทึบ เสียงปืน เสียงดาบปะทะกัน และเสียงตะโกนดังแหวกความสงัดของพงไพร กวินท์เคลื่อนไหวราวกับพายุหมุน รวดเร็ว ดุดัน และเต็มไปด้วยความเด็ดขาด เขาใช้ทุกอย่างรอบตัวให้เป็นประโยชน์ ทั้งกิ่งไม้ โคนต้นไม้ แม้กระทั่งพื้นดินที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้ง
ชายชุดดำทั้งสองคนนั้นมีฝีมือไม่เลว พวกมันทำงานประสานกันอย่างดี พยายามรุมล้อมกวินท์จากสองทิศทาง แต่กวินท์ก็หาช่องว่างและสวนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เขาเตะขาเข้าใส่ชายชุดดำคนแรกจนเสียหลัก ก่อนจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่กลางท้องอย่างแรง "อั่ก!" ชายคนนั้นสำรอกลมหายใจออกมาจนตัวงอ
จังหวะเดียวกันนั้นเอง ชายชุดดำอีกคนก็พุ่งเข้ามาพร้อมดาบที่เงื้อสูง กวินท์หมุนตัวหลบไปด้านข้าง ก่อนจะคว้ากิ่งไม้ที่หักคาอยู่ใกล้ๆ มาเป็นอาวุธ ตวัดเข้าใส่แขนของชายชุดดำที่ถือดาบอย่างแรง
"เพล้ง!" ดาบหลุดมือกลิ้งไปบนพื้นดิน กวินท์ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาใช้ปลายกิ่งไม้นั่นแหละ แหงนหน้าชายชุดดำคนนั้นขึ้น ก่อนจะเตะเข้าที่หน้าท้องเต็มแรง
"ผัวะ!" ชายชุดดำกระเด็นถอยหลังไปชนกับต้นไม้ใหญ่ทรุดลงไปกองกับพื้น
กวินท์หอบหายใจเล็กน้อย เหงื่อกาฬไหลซึมทั่วใบหน้า แต่สายตายังคงจับจ้องไปรอบทิศทาง เขาไม่ได้ประมาทแม้แต่วินาทีเดียว
"หมดแค่นี้หรือไง?" เขาถามอย่างท้าทาย
แต่คำตอบที่ได้กลับไม่ใช่เสียงพูด กลับเป็นเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ที่ดังครืนๆ มาจากเบื้องบน เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเงาขนาดใหญ่ที่ทอดลงมาบนพื้นดิน
"มากันเยอะกว่าที่คิด" กวินท์ขมวดคิ้ว
เขาตัดสินใจไม่รอช้า การปะทะตรงๆ กับกำลังเสริมของพวกมันในที่โล่งแบบนี้คงไม่เป็นผลดีนัก เขาต้องหาที่กำบัง และวางแผนการต่อไป
"โชคดีนะ พวกแกที่เจอฉัน" เขากระซิบก่อนจะพุ่งตัวหายเข้าไปในพงทึบอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงร่างไร้สติของชายชุดดำสองคน และเสียงครืนๆ ของเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังโฉบลงมา
กวินท์เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปตามทิศทางที่คุ้นเคยในป่าแห่งนี้ เขาเคยใช้ป่าแห่งนี้เป็นที่ซ่อนตัว หลบหนี และวางแผนการมานับครั้งไม่ถ้วน ความรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศทุกตารางนิ้วของที่นี่คืออาวุธสำคัญของเขา
เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนของพวกมันดังไล่หลังมาไม่ขาดสาย กวินท์ยอบตัวหลบอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ มองดูร่างของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่กำลังกระจายกำลังกันออกค้นหาเขา
"พวกมันคงคิดว่าฉันจะหนีไปไหนได้" กวินท์ยิ้มเยาะในใจ
เขารู้ดีว่าพวกมันคงส่งกำลังเสริมมาจากฐานใหญ่ของ "อสรพิษโลหิต" องค์กรชั่วร้ายที่เขาหมายมั่นจะกำจัดให้สิ้นซาก การที่พวกมันตามมาถึงที่นี่ แสดงว่าพวกมันรู้แล้วว่าเขามาตามเบาะแสบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับองค์กรนี้
"เบาะแสอะไรกันนะ ที่ทำให้พวกมันต้องส่งคนมามากขนาดนี้" ความสงสัยผุดขึ้นในใจ
ขณะที่เขากำลังคิดทบทวน ก็มีเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากกลุ่มที่กำลังค้นหา แต่เป็นเสียงที่แผ่วเบา เกือบจะไม่ได้ยิน ราวกับผู้ที่มานั้นกำลังย่องเข้ามาอย่างระมัดระวัง
กวินท์แอบมองผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ ก็เห็นเงาร่างของชายชุดดำคนหนึ่งกำลังย่องเข้ามาจากอีกทิศทางหนึ่ง ชายคนนั้นไม่ได้ถือปืน แต่มีบางอย่างอยู่ในมือ
"นั่นมัน..." กวินท์เบิกตากว้าง
ในมือของชายชุดดำคนนั้น คือกระเป๋าเอกสารใบเล็กๆ ที่เขาคุ้นเคย มันคือกระเป๋าที่เขาเคยเห็นในรูปถ่ายของ "โปรเจกต์เงา" สิ่งที่เขาตามหามาตลอด
"เจอแล้วสินะ" กวินท์พึมพำ
ชายชุดดำคนนั้นกำลังจะเดินผ่านจุดที่กวินท์ซ่อนตัวอยู่ เขาต้องไม่ปล่อยให้ชายคนนั้นหนีไปพร้อมกับเบาะแสสำคัญนี้
กวินท์รวบรวมกำลังทั้งหมด กระโจนออกไปจากที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว
"หยุดเดี๋ยวนี้!" เขาตะโกน
ชายชุดดำคนนั้นสะดุ้งตกใจ หันมามองกวินท์อย่างตกตะลึง ใบหน้าภายใต้หน้ากากฉายแววไม่คาดฝัน
"แก!" ชายชุดดำอุทานเสียงหลง
"กระเป๋าใบนั้น มันเป็นของฉัน" กวินท์พูดเสียงเด็ดขาด
ชายชุดดำคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งหนีไปอีกทางหนึ่ง แต่กวินท์เร็วกว่า เขาพุ่งเข้าประชิดตัวชายชุดดำอย่างรวดเร็ว
การต่อสู้ครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้น คราวนี้เป็นการต่อสู้ที่เข้มข้นและเร่าร้อนกว่าเดิม เพราะกวินท์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้กระเป๋าใบนั้นหลุดมือไปได้อีก
ชายชุดดำคนนั้นไม่ได้มีฝีมือเท่าสองคนแรก แต่เขากลับมีความคล่องแคล่วว่องไวผิดปกติ เขาวิ่งหลบหลีกไปตามต้นไม้ต่างๆ พยายามรักษาระยะห่าง และใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์
กวินท์ไล่ตามไปอย่างไม่ลดละ ท่ามกลางเสียงตะโกนและเสียงปืนที่ดังมาจากกลุ่มใหญ่ที่กำลังค้นหาเขาอยู่
"พวกแกเข้ามาใกล้เกินไปแล้ว!" กวินท์ตะโกนขึ้น เป็นการตะโกนล่อลวง
เขารู้ว่าการเผชิญหน้ากับพวกมันทั้งหมดพร้อมกันคงเป็นไปไม่ได้ เขาต้องแยกพวกมันออกไปทีละกลุ่ม
ขณะที่กวินท์กำลังไล่ตามชายชุดดำที่ถือกระเป๋าอยู่นั้น เสียงปืนก็ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสายจากทิศทางที่เขาซ่อนตัวอยู่
"แย่แล้ว" กวินท์คิด
เขาชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองทางเดิม
กลุ่มของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่กำลังค้นหากำลังมุ่งหน้ามาทางทิศที่เขาซ่อนตัวอยู่ พวกมันคงได้ยินเสียงการต่อสู้ระหว่างเขากับชายชุดดำสองคนแรก และกำลังจะเข้ามาสมทบ
"ถ้าปล่อยให้พวกมันเข้ามา... ฉันจะติดกับ"
กวินท์ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาหันกลับไปมองชายชุดดำที่ถือกระเป๋า ซึ่งตอนนี้กำลังวิ่งหนีไปอีกทางหนึ่ง
"ฉันต้องเลือก"
เขารู้ว่ากระเป๋าใบนั้นสำคัญ แต่ชีวิตของเขาสำคัญกว่า
"เอาวะ!"
กวินท์ตัดสินใจวิ่งกลับไปทางกลุ่มใหญ่ที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามา เสียงปืนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"ทุกคน! มีคนอยู่ที่นี่!" เสียงตะโกนดังขึ้น
กวินท์วิ่งเข้าไปในกลุ่มของชายชุดดำราวกับพายุหมุน เขาไม่สนใจเสียงตะโกน หรือเสียงปืนที่ยิงมาอย่างสับสน
"พวกแกคิดว่าหาฉันเจอแล้วสินะ" เขาคำราม
การต่อสู้ครั้งใหญ่ที่สุดในป่าแห่งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว กวินท์ต้องใช้ทุกอย่างที่มี เพื่อเอาชีวิตรอด และเพื่อตามหาเบาะแสสำคัญที่อาจจะหลุดมือไป
แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ชายชุดดำที่ถือกระเป๋า ก็ได้แอบเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางลับที่ไม่มีใครคาดคิด เส้นทางที่จะนำพาเขาไปสู่เบื้องลึกของ "อสรพิษโลหิต" และความลับอันดำมืดที่ซ่อนอยู่...
กวินท์จะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต เขาจะสามารถเอาชนะศัตรูที่ดาหน้าเข้ามาได้หรือไม่? และเบาะแสสำคัญในกระเป๋าใบนั้น จะตกไปอยู่ในมือของ "อสรพิษโลหิต" หรือไม่? การต่อสู้ในพงไพรแห่งนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าอันยิ่งใหญ่เท่านั้น...

เงาเลือด มังกรทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก