ตอนที่ 10 — หมากสุดท้ายของผีเสื้อเหล็ก
อากาศในป่าทึบที่เคยอบอวลไปด้วยความชื้นยามนี้กลับแห้งผากราวกับถูกดูดกลืนไปสิ้น กวินท์สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่สภาพแวดล้อมภายนอก แต่เป็นความตึงเครียดที่แผ่ซ่านเข้ามาจากทุกทิศ ความรู้สึกราวกับถูกจับจ้องจากสายตาที่มองไม่เห็นทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเครียด เขาชักมีดสั้นเล่มโปรดออกจากปลอกข้างเอวอย่างเงียบเชียบ ความรู้สึกคุ้นเคยยามเผชิญหน้ากับอันตรายกลับมาเยือน กวินท์กวาดสายตาสำรวจรอบตัวอีกครั้ง ใบหน้าคมคายที่มักจะฉายแววเด็ดเดี่ยว บัดนี้กลับเคร่งขรึมกว่าเดิม
"พวกมันรู้แล้วสินะ" เสียงแหบพร่าของเขาดังขึ้นในลำคอ ความเงียบในป่าหนาทึบนี้ดูเหมือนจะถูกบีบรัดให้แน่นขึ้นทุกขณะ เสียงใบไม้เสียดสีกันของใครบางคนดังแว่วมาจากทางด้านซ้ายของเขา แม้จะเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่หูของกวินท์นั้นไวพอที่จะจับสัญญาณได้
เขาเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า หลบเข้าหลังต้นไม้ใหญ่ที่โอบล้อมไปด้วยมอสส์เขียวขจี ลมหายใจถูกกลั้นไว้จนแทบจะหยุดนิ่ง ดวงตาเหลือบมองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงนั้น สองร่างเงาปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้หนามาเป็นลำ แสงที่สาดส่องลงมาเผยให้เห็นเงาของพวกมันที่ทอดทาบทับอยู่บนพื้นดิน
"อย่าบอกนะว่าพวกแกหลงทาง" เสียงห้าวๆ ดังขึ้น กวินท์ขมวดคิ้วแน่น เขาจำน้ำเสียงนั้นได้ มันเป็นของ "ผีเสื้อเหล็ก" หรือ "อิคารัส" ชายผู้มีรอยแผลเป็นรูปผีเสื้อที่แขนซ้าย ซึ่งเป็นหนึ่งในนักฆ่าระดับพระกาฬขององค์กร "อสรพิษโลหิต"
"แน่นอนว่าไม่" อีกเสียงตอบกลับมา เย็นเยียบและไร้อารมณ์ "แค่กำลังตรวจสอบให้แน่ใจว่าเจ้าหนูที่หลงเข้ามานี่ไม่หนีไปไหน"
กวินท์ยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เขาไม่คิดว่าพวกมันจะส่งนักฆ่าระดับสูงมาตามล่าเขาถึงที่นี่ ความประมาทของเขาเองที่ทำให้พวกมันรู้ที่อยู่ แต่ก็ช่างเถอะ เขาเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอยู่เสมอ
"ผีเสื้อเหล็ก" ชายร่างท้วม ผิวคล้ำ ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยว สวมชุดหนังสีดำสนิท เคลื่อนไหวอย่างว่องไวผิดกับรูปร่างที่ดูอุ้ยอ้าย ส่วนอีกคนหนึ่งคือ "เงาอสรพิษ" นักฆ่าหญิงร่างเพรียว เส้นผมสีดำยาวสลวย ดวงตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง สวมชุดสีดำเช่นกัน แต่มีลวดลายคล้ายเกล็ดงูประดับอยู่ทั่วตัว
"แกคิดว่าซ่อนตัวได้นานแค่ไหนกัน?" เสียงของผีเสื้อเหล็กดังขึ้นอีกครั้ง เขาเหมือนจะรู้ว่ากวินท์กำลังซ่อนตัวอยู่ "ออกมาเถอะน่า เราจะได้จบเรื่องนี้กันเสียที"
กวินท์ไม่ตอบ เขาค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากที่ซ่อนอย่างเงียบเชียบ เขาไม่คิดจะเปิดเผยตำแหน่งของตัวเองง่ายๆ การต่อสู้ในป่าทึบเช่นนี้เป็นข้อได้เปรียบสำหรับเขา หากสามารถใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ได้
"เจ้าหนูนี่ดื้อจริงๆ" ผีเสื้อเหล็กหัวเราะ "งั้นเราก็ต้องบังคับให้มันออกมา"
ทันใดนั้นเอง เสียงหวีดหวิวก็ดังขึ้นจากด้านบนของต้นไม้ที่กวินท์หลบอยู่ ดาบเล่มยาวสีดำวาววับพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว กวินท์รีบกระโดดหลบออกไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด ดาบปักลงไปในเนื้อไม้จนเกือบครึ่งเล่ม
"เร็วเหมือนกันนะ" เงาอสรพิษเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "แต่ยังช้าไปหน่อย"
กวินท์อาศัยจังหวะนั้น พุ่งเข้าใส่ผีเสื้อเหล็กอย่างรวดเร็ว เขาฟันมีดสั้นเข้าใส่ลำคอของผีเสื้อเหล็ก แต่ผีเสื้อเหล็กกลับไวกว่า เขาปัดมีดของกวินท์ออกไปได้อย่างง่ายดายพร้อมกับปล่อยหมัดตรงเข้าใส่ท้องของกวินท์
"อึก!" กวินท์เซถอยหลังไปสองสามก้าว รู้สึกจุกเสียดที่ท้อง เขาไม่คิดว่าหมัดของผีเสื้อเหล็กจะหนักหน่วงขนาดนี้
"แกยังเด็กนัก" ผีเสื้อเหล็กเยาะเย้ย "อีกไม่นานก็ตาย"
เงาอสรพิษไม่รอช้า เธอเคลื่อนไหวราวกับสายลม ใช้กรงเล็บเหล็กที่ซ่อนอยู่ในถุงมือสวมเข้าใส่กวินท์ กวินท์ต้องตั้งรับด้วยมีดสั้นอย่างเต็มกำลัง เสียงโลหะกระทบกันดังเสียดแก้วหู
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด กวินท์ต้องใช้ความคล่องแคล่วและไหวพริบทั้งหมดที่มีเพื่อเอาชีวิตรอด เขาหลบหลีกการโจมตีของนักฆ่าทั้งสองได้อย่างหวุดหวิด แม้จะตกเป็นรองในด้านพละกำลังและประสบการณ์ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้
"พวกแกมันก็แค่นักฆ่ารับจ้าง" กวินท์ตะโกนสวนกลับไปขณะปัดป้องคมดาบของเงาอสรพิษ "ทำเพื่อเงิน ใครก็ตามที่จ่ายมากกว่า พวกแกก็พร้อมจะขายวิญญาณ"
"ปากดีนักนะ" ผีเสื้อเหล็กสวนกลับ "ถ้าแกมีเงินมากพอ ก็อาจจะซื้อชีวิตตัวเองไว้ได้"
กวินท์หัวเราะเสียงดัง "เงินของพวกแกก็สกปรกทั้งนั้นแหละ"
การยั่วยุของกวินท์ดูเหมือนจะได้ผล ผีเสื้อเหล็กและเงาอสรพิษเริ่มมีอาการฉุนเฉียว การโจมตีของพวกเขาก็เริ่มขาดความรัดกุมมากขึ้น
กวินท์มองเห็นช่องว่าง เขาใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าใส่ผีเสื้อเหล็กอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้โจมตีตรงๆ แต่ใช้การพุ่งตัวไปด้านข้าง และอาศัยน้ำหนักตัวของผีเสื้อเหล็กที่กำลังหมุนตัวเพื่อโจมตี ทำให้ผีเสื้อเหล็กล้มลงไปกองกับพื้น
"อั๊ก!"
เงาอสรพิษชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่กวินท์ไม่รอช้า เขารีบหันไปหาเงาอสรพิษทันที เขาเห็นว่าเงาอสรพิษกำลังจะปล่อยกรงเล็บเข้าใส่ เขาจึงยกมีดสั้นขึ้นป้องป้อง
"ฉัวะ!"
คมมีดของกวินท์เฉือนเข้าที่แขนของเงาอสรพิษ ทำให้เธอร้องด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากบาดแผล
"แก!" เงาอสรพิษตะโกนด้วยความโกรธแค้น
กวินท์ไม่สนใจ เขาอาศัยจังหวะที่เงาอสรพิษกำลังเสียสมาธิ พุ่งเข้าไปคว้ากิ่งไม้ใหญ่ที่หักโค่นอยู่ใกล้ๆ และเหวี่ยงเข้าใส่ใบหน้าของผีเสื้อเหล็ก
"เพล้ง!"
เสียงกิ่งไม้กระทบกับใบหน้าของผีเสื้อเหล็กดังสนั่น เขาหน้าหงายหลังไปทันที
"แกกล้าดียังไง!" ผีเสื้อเหล็กตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
กวินท์รู้ดีว่านี่เป็นโอกาสสุดท้าย เขาไม่คิดจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขาถอยหลังไปตั้งหลัก แล้วตะโกนเสียงดัง
"ถ้าพวกแกคิดว่าการฆ่าฉันมันง่ายนักละก็ คิดผิดแล้ว!"
เขากระโดดเข้าใส่ทั้งสองอย่างไม่กลัวเกรง มีดสั้นในมือของเขาสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย กวินท์ต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดที่มี เขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อเอาชนะ แต่เขาต่อสู้เพื่อยื้อเวลา
"พวกแกจะรู้ว่าใครคือตัวจริง" กวินท์พูดพลางหลบหลีกดาบของเงาอสรพิษ "มังกรทมิฬจะมาทวงแค้นพวกแกแน่!"
ผีเสื้อเหล็กและเงาอสรพิษมองหน้ากัน พวกเขาไม่เข้าใจว่ากวินท์หมายถึงใคร แต่สิ่งที่พวกเขาแน่ใจคือ เด็กหนุ่มตรงหน้าคนนี้ไม่ธรรมดา
"แกพูดเรื่องอะไรของแก!" ผีเสื้อเหล็กถามอย่างหัวเสีย
"พวกแกจะไม่มีวันเข้าใจ" กวินท์ตอบ เขาเห็นเงาของใครบางคนเคลื่อนไหวอยู่บริเวณขอบป่า
"ได้เวลาที่ฉันจะต้องไปแล้ว" กวินท์บอกกับตัวเอง เขาตัดสินใจใช้แผนสำรอง
ทันใดนั้นเอง กวินท์ก็หยิบวัตถุบางอย่างออกจากกระเป๋าข้างเอว มันคือระเบิดควันขนาดเล็ก เขาขว้างมันออกไปที่พื้น
"ฟ่อ!"
กลุ่มควันสีเทาลอยขึ้นไปปกคลุมบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว กวินท์ใช้จังหวะนั้นพุ่งตัวเข้าไปในกลุ่มควัน หายลับไปจากสายตาของนักฆ่าทั้งสอง
"แกไปไหน!" ผีเสื้อเหล็กตะโกนเสียงดัง
"อย่าปล่อยให้มันหนีไป!" เงาอสรพิษสั่ง
ทั้งสองพยายามมองหาตัวกวินท์ในกลุ่มควัน แต่ก็ไม่พบ เขาหายไปเหมือนกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนี้มาก่อน
"มันหนีไปแล้ว!" ผีเสื้อเหล็กพูดด้วยความหงุดหงิด
"ไม่เป็นไร" เงาอสรพิษเอ่ย "เรายังมีเวลาอีกมาก"
ขณะที่นักฆ่าทั้งสองกำลังหงุดหงิดอยู่ กวินท์ก็ได้เคลื่อนไหวไปอีกทิศทางหนึ่งแล้ว เขาไม่ได้หนีไปไหนไกลนัก เพียงแต่หลบเข้าไปซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินสูงชันแห่งหนึ่ง
เขาหอบหายใจอย่างหนัก บาดแผลจากการต่อสู้เริ่มปวดร้าว แต่เขาก็ยังคงมีสติ เขาเห็นนักฆ่าทั้งสองกำลังเดินตรวจตราไปมาอย่างหัวเสีย
"พวกมันคงไม่คิดว่าฉันจะหนีไปทางนี้" กวินท์คิดในใจ
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดข้อความที่เขาบันทึกไว้
"ภารกิจสำเร็จ… เกือบไปแล้ว"
เขากดส่งข้อความนั้นออกไป
"ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงทั้งหมดแล้ว" กวินท์พึมพำ เขาเงยหน้ามองไปยังทิศทางของฐานลับ "อสรพิษโลหิต" ที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก
"พวกแกเตรียมตัวไว้ให้ดี… เพราะมังกรทมิฬกำลังจะกลับมา"
แสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่กำลังจะคืบคลานเข้ามา กวินท์รู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเขาต้องเผชิญหน้ากับ "ผีเสื้อเหล็ก" และ "เงาอสรพิษ" อีกครั้งในไม่ช้า
เขาจะทำอย่างไรต่อไป? เขาจะสามารถเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือขององค์กร "อสรพิษโลหิต" ได้หรือไม่? และ "มังกรทมิฬ" ที่เขาพูดถึงคือใครกันแน่? การผจญภัยของกวินท์ยังคงดำเนินต่อไป...

เงาเลือด มังกรทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก