กลิ่นไหม้ของโลหะผสมกับกลิ่นอับชื้นของดินปะปนกันอย่างบาดจมูก กวินท์ย่อตัวหลบหลังแท่งคอนกรีตที่กำลังผุกร่อน เสียงปืนกลดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าไม่หยุดหย่อน ลูกกระสุนพุ่งเฉียดศีรษะของเขาไปอย่างหวุดหวิด ทิ้งรอยเฉือนไว้บนพื้นผิวที่แตกเป็นเสี่ยงๆ "ไอ้พวกเวรตะไล!" เขาสบถ พลางเล็งปืนพกคู่ใจไปยังทิศทางที่เสียงปืนกลดังมาจาก
สถานที่แห่งนี้คือฐานลับขององค์กร "อสรพิษโลหิต" ที่เขาไล่ล่ามานานหลายเดือน มันตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ดิน ณ ที่ใดที่หนึ่งในเขตภูเขาทางภาคเหนือของประเทศไทย สภาพแวดล้อมภายนอกที่เคยเป็นป่าทึบเขียวชอุ่ม ยามนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิเดือด ผู้คนขององค์กรอสรพิษโลหิตออกมาตั้งรับอย่างเต็มกำลัง พวกเขาไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาถึงแกนกลางของรังอสรพิษแห่งนี้ได้ง่ายๆ
กวินท์กระแทกปืนกลมือที่เพิ่งยึดมาจากศพที่นอนกองอยู่ข้างทางเข้าใส่แนวป้องกันของศัตรู เขายิงตอบโต้ด้วยความแม่นยำที่ฝึกฝนมานับไม่ถ้วน การเคลื่อนไหวของเขาพลิ้วไหวราวกับเงา แต่ละครั้งที่เขากราดยิง จะต้องมีร่างของศัตรูล้มลงไปไม่น้อยกว่าหนึ่ง เขาไม่ใช่ทหารอาชีพ แต่เขาคือ "เงาเลือด" นักล่าที่ไร้ความปรานี ดุจพายุหมุนที่กวาดล้างทุกสิ่งขวางหน้า
"ไอ้พวกมนุษย์แมลง! แกมาผิดที่แล้ว!" เสียงห้าวแหบพร่าดังมาจากที่ไหนสักแห่งในความมืด ท่ามกลางเสียงปืน กวินท์หันขวับไปตามเสียง ปรากฏร่างของชายร่างใหญ่ สวมชุดเกราะสีดำทะมึน ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้หมวกเหล็กที่สลักเป็นรูปหัวมังกร มีดวงตาเรืองรองสีแดงฉานราวกับอัญมณี เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ
"มังกรทมิฬ..." กวินท์พึมพำ ชื่อนี้เขาเคยได้ยินมา เขาคือหนึ่งในสี่ผู้บริหารระดับสูงของอสรพิษโลหิต ผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้มนุษยธรรม
"แกกล้าดียังไงที่เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของข้า!" มังกรทมิฬตะโกนก้อง เสียงของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วอุโมงค์อันมืดมิด
"ข้าจะกวาดล้างพวกแกให้สิ้นซาก!" กวินท์ตอบกลับด้วยเสียงกร้าว เขาไม่เคยกลัวใคร โดยเฉพาะพวกที่ซ่อนตัวอยู่หลังเงา
ทันใดนั้นเอง ร่างของมังกรทมิฬก็พุ่งเข้าใส่กวินท์ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ เขาไม่ได้ใช้อาวุธปืน แต่กลับชักดาบเล่มมหึมาออกมาจากฝักที่หลัง ด้ามดาบสลักลายคล้ายเกล็ดมังกร ใบดาบสะท้อนแสงสลัวๆ เป็นเงาวับราวกับคมเขี้ยว
"ตูม!" เสียงกระแทกดังสนั่นเมื่อดาบปะทะเข้ากับโล่ที่มังกรทมิฬใช้ป้องกัน กวินท์ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นบัง ขณะที่อีกข้างหนึ่งกำปืนพกแน่น เขาใช้ปืนพกคู่ใจยิงเข้าใส่ใบหน้าของมังกรทมิฬ แต่กระสุนกลับกระเด็นสะท้อนออกไปราวกับโดนเหล็กกล้า
"ไร้ประโยชน์! กระสุนพวกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้!" มังกรทมิฬหัวเราะเยาะ เสียงหัวเราะของเขาชวนขนลุก
กวินท์รู้ดีว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้ธรรมดา เขาต้องใช้ความเร็วและความคล่องแคล่วเข้าสู้ เขาหลบหลีกการฟันอันทรงพลังของมังกรทมิฬอย่างเฉียดฉิว แต่ละครั้งที่ดาบฟาดผ่านไป อากาศรอบข้างจะเกิดเสียงหวีดหวิวราวกับพายุ
"แกแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิด" กวินท์ยอมรับ เขาถอยหลังไปหลายก้าว พยายามหาจังหวะสวนกลับ
"แกจะตายอย่างอนาถในมือของข้า!" มังกรทมิฬกล่าว เขาพุ่งเข้าใส่กวินท์อีกครั้ง คราวนี้เขาใช้ท่วงท่าที่รวดเร็วกว่าเดิม กวินท์ต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่มีเพื่อปัดป้องการโจมตีอันดุเดือด
"เพล้ง!" เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น กวินท์ใช้ดาบสั้นที่เหน็บอยู่ที่เอวรับการฟาดของมังกรทมิฬ ใบดาบของเขาสั่นสะท้านจนเกือบจะหลุดมือ
"แกมีของดีเหมือนกันนี่!" มังกรทมิฬกล่าว เขาสังเกตเห็นดาบสั้นของกวินท์ที่สลักลวดลายโบราณ "แต่ก็เทียบไม่ได้กับพลังของมังกรทมิฬ!"
กวินท์รู้ว่าเขาไม่สามารถยื้อการต่อสู้แบบนี้ไปได้นาน ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนล้าจากการต่อสู้มาตลอดทั้งวัน เขาต้องหาทางโจมตีจุดอ่อนของมังกรทมิฬให้ได้
"อสรพิษโลหิต... พวกแกสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริสุทธิ์มามากเกินไปแล้ว" กวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยว
"ผู้บริสุทธิ์? ฮ่าๆๆ! คำพวกนั้นไม่มีความหมายอะไรกับพวกเรา! โลกนี้มีแต่ผู้แข็งแกร่งและผู้อ่อนแอเท่านั้น!" มังกรทมิฬตอบอย่างเย้ยหยัน
การต่อสู้ดำเนินต่อไป กวินท์พยายามใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ เขาหลบหลีกไปตามซอกมุมต่างๆ ของฐานลับ พยายามล่อให้มังกรทมิฬเข้ามาในจุดที่เขาเตรียมไว้
"พวกแกกำลังจะล่มสลาย!" กวินท์ตะโกน เขาจงใจเปิดช่องว่างให้มังกรทมิฬโจมตี
มังกรทมิฬเห็นโอกาส เขาพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง กวินท์แสร้งทำเป็นตกใจและถอยหนี แต่เมื่อมังกรทมิฬฟันดาบลงมา เขากลับพลิกตัวหลบอย่างฉิวเฉียด และในขณะที่มังกรทมิฬเสียหลัก กวินท์ก็ใช้ดาบสั้นของเขาแทงสวนเข้าไปที่ข้อพับของแขนเสื้อเกราะ
"อั้ก!" มังกรทมิฬร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาจากบาดแผล
"เป็นไปไม่ได้! แก... แกทำอะไรข้า!" มังกรทมิฬตกใจ เขาไม่เคยได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้เช่นนี้มาก่อน
"ข้าบอกแล้วไงว่าพวกแกกำลังจะล่มสลาย!" กวินท์กล่าว เขามีแผนสำรองเสมอ
ในขณะที่มังกรทมิฬกำลังเสียสมาธิ กวินท์ก็ปลดระเบิดขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าของเขาออก เขาโยนมันเข้าไปใกล้ๆ มังกรทมิฬ
"ตูม! ตูม! ตูม!" เสียงระเบิดดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน ควันและฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
เมื่อควันจางลง กวินท์เห็นว่ามังกรทมิฬยังคงยืนอยู่ แต่เกราะของเขาบุบสลายไปหลายแห่ง และดูเหมือนเขาจะบาดเจ็บสาหัส
"แก... แกจะชดใช้ด้วยชีวิต!" มังกรทมิฬพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายของเขาไม่ยอมขยับ
กวินท์เดินเข้าไปหามังกรทมิฬอย่างช้าๆ ปืนพกคู่ใจยังคงเล็งไปที่หัวใจของศัตรู
"ถึงเวลาจบสิ้นแล้ว" กวินท์กล่าว
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอย่างกึกก้องไปทั่วฐานลับ
"อะแฮ่ม... แกคิดว่าแค่นี้จะจัดการข้าได้หรือ?" เสียงแหบพร่าอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น มันมาจากอีกทิศทางหนึ่ง
กวินท์หันขวับไปตามเสียง เขาเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดสีดำ สวมหน้ากากรูปผีเสื้อ ใบหน้าของเธอซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากาก แต่ดวงตาของเธอก็ส่องประกายอำมหิต "ข้าคือผีเสื้อเหล็ก ผู้ปกป้องมังกรทมิฬ!"
"ผีเสื้อเหล็ก..." กวินท์จำชื่อนี้ได้ เธอคือหนึ่งในสี่ผู้บริหารระดับสูงของอสรพิษโลหิตเช่นกัน
"แกเข้ามาลึกเกินไปแล้วเงาเลือด" ผีเสื้อเหล็กกล่าว "ถึงเวลาที่แกจะต้องพบจุดจบ!"
ทันใดนั้นเอง ผนังอุโมงค์ด้านหลังของกวินท์ก็เปิดออก เผยให้เห็นกับดักที่ถูกเตรียมไว้ กวินท์รู้ตัวดีว่าเขาถูกล้อมไว้หมดแล้ว
"ไม่เป็นไร" กวินท์พึมพำ เขาพร้อมเสมอที่จะเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์
เขาหันกลับไปมองมังกรทมิฬที่บาดเจ็บสาหัส และผีเสื้อเหล็กที่กำลังเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ
"นี่คือจุดจบของแกแล้ว เงาเลือด!" ผีเสื้อเหล็กตะโกน
กวินท์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ยังไม่จบหรอก"
เขาตั้งใจจะต่อสู้จนถึงที่สุด แม้ว่าโอกาสจะน้อยนิดก็ตาม สัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้นบ่งบอกว่าศัตรูกำลังจะเข้ามาสมทบอีกจำนวนมาก
กวินท์รู้ว่าเขาต้องรีบตัดสินใจ เขาจะทำอย่างไรต่อไป? เขาจะสามารถเอาชนะผีเสื้อเหล็กและมังกรทมิฬได้หรือไม่? หรือว่านี่จะเป็นกับดักสุดท้ายที่รอคอยเขาอยู่?
(จบตอนที่ 11)

เงาเลือด มังกรทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก