กลิ่นไหม้ของโลหะผสมกับกลิ่นดินชื้นยังคงตีรวนในโพรงจมูกของกวินท์ ไม่ใช่กลิ่นหอมของธรรมชาติที่เขาเคยชื่นชม แต่เป็นกลิ่นแห่งความพินาศ กลิ่นแห่งสงครามที่คลุ้งอยู่ในซากปรักหักพังของโรงงานร้างแห่งนี้ เขาผนึกร่างแนบกับแท่งคอนกรีตที่แตกร้าว สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านพื้นดินทุกครั้งที่กระสุนปืนกลกระทบเป้าหมาย เสียงกระสุนยังคงคำรามไม่หยุด ราวกับฟันเหล็กที่กำลังฉีกกระชากอากาศให้แหลกละเอียด
“พวกมันตามมาถึงนี่จนได้” กวินท์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ แสงสลัวที่ลอดผ่านช่องหลังคาที่ผุพังเผยให้เห็นเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของเหล่านักฆ่าจากอสรพิษโลหิต พวกมันมีจำนวนมากกว่าที่คาดไว้มาก การหลบซ่อนและยิงโต้ตอบอย่างอุกอาจเมื่อครู่ที่ทำให้ลูกน้องของ ‘มาร์คัส’ หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนของอสรพิษโลหิตเสียท่าไปหลายคน ดูเหมือนจะยิ่งปลุกปั่นความโกรธแค้นของพวกมันให้ทวีคูณ
“ยังไงก็ต้องทำลายแหล่งกำเนิดเสียงนั้นให้ได้” กวินท์คิดในใจ ปืนพกคู่ใจถูกยกขึ้นเตรียมพร้อม เขาต้องหาจังหวะที่จะพุ่งทะลวงเข้าไปยังตำแหน่งของปืนกลหนักที่กำลังระดมยิงอย่างไม่ยั้ง ปืนกลนั้นเป็นหัวใจสำคัญที่ตรึงเขาไว้กับที่ หากมันเงียบไป โอกาสที่จะหลบหนีหรือโจมตีกลับจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาทำให้กวินท์ต้องหดตัวลงไปอีก ร่างสูงโปร่งของเขาแนบสนิทไปกับคอนกรีตเย็นเฉียบ ความคิดในหัวไหลลื่นราวกับสายน้ำ เขาเคยผ่านสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้มาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกครั้งก็ต้องอาศัยทั้งไหวพริบ ความกล้า และโชคช่วย
“มันอยู่ตรงนั้น!” เสียงตะโกนเป็นภาษาต่างดาวดังขึ้นมา กวินท์รู้ดีว่านี่คือสัญญาณของการถูกค้นพบ เขาไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น กวินท์ก็พุ่งตัวออกไปจากที่กำบังอย่างรวดเร็ว เขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ หลบหลีกคมกระสุนที่พุ่งเข้ามาเฉียดกายอย่างฉิวเฉียด ปืนพกในมือสาดกระสุนตอบโต้ไปอย่างแม่นยำ สร้างความโกลาหลในหมู่ศัตรู
“แกหนีไม่พ้นหรอก ไอ้หนู!” เสียงตะโกนของมาร์คัสตามมาติดๆ กวินท์ได้ยินน้ำเสียงแห่งความมุ่งร้ายที่เต็มไปด้วยความทะนงตน เขารู้ว่านี่คือจุดที่อันตรายที่สุด แต่ก็เป็นจุดที่ต้องผ่านไปให้ได้
กวินท์ใช้ซากเครื่องจักรที่พังทลายเป็นที่กำบัง สลับกับการพุ่งหลบหลีก เขามองเห็นเป้าหมายหลักแล้ว ปืนกลหนักที่ตั้งอยู่บนขาหยั่งตรงมุมหนึ่งของโรงงาน กำลังพ่นไฟอย่างบ้าคลั่ง มีนักฆ่าสองคนคุมเชิงอยู่
“เอาล่ะ ถึงเวลาแสดงของจริงแล้ว” กวินท์กัดฟันกรอด เขาทิ้งปืนพกแล้วหยิบมีดสั้นคู่ใจที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าออกมา มันเป็นอาวุธที่เขาคุ้นเคยมากกว่าสิ่งใด
เขาพุ่งทะยานออกไปอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายคือการเข้าประชิดตัวนักฆ่าที่คุมปืนกล เสียงปืนกลหยุดชะงักไปชั่วขณะ เมื่อนักฆ่าอีกกลุ่มหนึ่งพยายามล้อมกรอบกวินท์
“คิดว่าหลบได้ตลอดรึไง!” เสียงทุ้มเข้มของมาร์คัสดังขึ้นมา กวินท์เหลือบมองเห็นมาร์คัสยืนอยู่บนทางเดินชั้นสองของโรงงาน สายตาของเขาจับจ้องมาที่กวินท์อย่างไม่วางตา
กวินท์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่เคลื่อนไหวต่อไปด้วยความเร็วที่ทำให้คนทั่วไปมองตามไม่ทัน เขาใช้เศษเหล็กที่หล่นอยู่รอบตัวเป็นที่กำบัง กระโดดข้ามสิ่งกีดขวางอย่างคล่องแคล่ว
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวรอบทิศทาง กระสุนเฉียดฉิวไปมาจนแทบจะสัมผัสได้ถึงความร้อน แต่มันไม่อาจหยุดยั้งกวินท์ได้
“ต้องสั้น…แล้วก็เด็ดขาด” เขาคิด เขาเห็นช่องว่างระหว่างนักฆ่าสองคนที่คุมปืนกล เขาใช้จังหวะที่พวกมันกำลังหันไปมองทิศทางอื่น พุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว
มีดสั้นในมือเปล่งประกายคมกริบในแสงสลัว กวินท์เคลื่อนไหวราวกับเงา เขาพุ่งเข้าหานักฆ่าคนแรกที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนที่มันจะทันตั้งตัว มีดสั้นก็ถูกปาดเข้าที่ลำคออย่างรวดเร็ว เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว
นักฆ่าคนที่สองตกใจ หันมาจะยิงใส่กวินท์ แต่กวินท์เร็วกว่า เขาหมุนตัวหลบคมกระสุนที่พุ่งเข้ามา แล้วใช้ท่อนแขนกระแทกเข้าที่ขมับของนักฆ่าคนนั้นอย่างแรงจนมันเซถลาไป
แต่แล้ว…
“แกมันพวกชอบเล่นซ่อนแอบ!” เสียงของมาร์คัสดังขึ้นจากด้านหลัง กวินท์หันกลับไปอย่างรวดเร็ว ทันเห็นมาร์คัสกำลังยิงปืนพกขนาดใหญ่ใส่เขา
กวินท์กระโดดหลบ แต่กระสุนพลาดเป้าไปโดนเสาเหล็กใกล้ๆ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“ไปตายซะ!” มาร์คัสตะโกนอีกครั้ง
กวินท์ไม่เสียเวลาต่อปากต่อคำ เขาพุ่งเข้าหาปืนกลหนักทันที เขาปลดสลักระเบิดขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในเข็มขัด แล้วโยนมันเข้าไปในปากลำกล้องปืนกล
“หวังว่าแกคงจะชอบของขวัญชิ้นนี้นะ มาร์คัส!” กวินท์ตะโกนกลับไป
เพียงพริบตาต่อมา เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ปืนกลหนักที่เคยเป็นอันตรายที่สุด พังทลายลงเป็นชิ้นๆ เศษโลหะกระเด็นว่อนไปทั่วบริเวณ
“ทีนี้ก็ตาของแกแล้ว!” กวินท์ประกาศก้อง
การระเบิดทำให้เกิดความโกลาหลชั่วขณะ นักฆ่าที่เหลือเริ่มแตกตื่น กวินท์ใช้จังหวะนั้นหลบหนีเข้าไปในอุโมงค์ที่เคยเป็นทางเดินขนส่งสินค้าใต้ดิน ซึ่งเขาจำได้ว่าเคยเห็นแผนที่ระบุไว้
“แกจะหนีไปไหนไม่ได้!” เสียงมาร์คัสยังคงตามมา
กวินท์ไม่หันกลับไปมอง เขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบเพียงเท่านี้ การทำลายปืนกลหนักได้เป็นเพียงการตัดแขนข้างหนึ่งของอสรพิษโลหิต แต่หัวใจหลักของมันยังคงอยู่
เขาฝ่าความมืดมิดของอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นและสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกาย แต่จิตใจของเขายังคงแข็งแกร่ง เขาคิดถึงใบหน้าของคนที่เขาต้องปกป้อง คิดถึงภารกิจที่ยังต้องทำให้สำเร็จ
“ไม่ว่าแกจะแข็งแกร่งแค่ไหน อสรพิษโลหิต…ข้าจะขุดรากถอนโคนพวกแกให้สิ้นซาก!” กวินท์กัดฟันพูด
เขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ เร่งฝีเท้าขึ้นเรื่อยๆ จิตใจแน่วแน่กับเป้าหมายต่อไป คือการบุกเข้าไปยังฐานลับของอสรพิษโลหิต ที่เขาคาดว่าน่าจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก
เสียงฝีเท้าของศัตรูกำลังไล่ตามมาติดๆ แต่กวินท์ไม่หวั่นไหว เขาคือเงาเลือด คือมังกรทมิฬ ที่จะผงาดขึ้นมาท้าทายความมืดมิด
เขารู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในอุโมงค์ ราวกับมีบางสิ่งกำลังรอเขาอยู่เบื้องหน้า
“นี่คงจะเป็นทางเข้า…ฐานลับของพวกมัน” กวินท์คิด
เบื้องหน้าของเขา มีประตูเหล็กขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ มันถูกสร้างอย่างแข็งแรงทนทาน สลักเสลาด้วยสัญลักษณ์ของอสรพิษโลหิตที่น่าเกลียดน่ากลัว
“มาถึงแล้วสินะ” กวินท์พึมพำ
เขาหยิบอุปกรณ์บางอย่างออกมาจากกระเป๋าข้างเอว มันคือเครื่องมือที่ใช้ในการเจาะระบบ และปลดล็อคอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
“ข้าจะเข้าไป…และเผชิญหน้ากับหัวหน้าของพวกแก”
มือเรียวกรีดลงบนแผงควบคุมของประตูอย่างชำนาญ เสียงกลไกภายในเริ่มทำงาน เสียงเครื่องยนต์ดังครืนๆ ประตูเหล็กค่อยๆ เปิดออกอย่างเชื่องช้า
วินาทีที่ประตูเปิดออก กวินท์ก็ต้องตะลึงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ไม่ใช่ทางเดินธรรมดา แต่เป็นห้องโถงขนาดใหญ่โอ่อ่า ประดับประดาด้วยงานศิลปะโบราณอันล้ำค่า ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยบรรยากาศที่เย็นยะเยือกและน่าขนลุก
ตรงกลางห้องโถง มีบัลลังก์ทำจากหินสีดำสนิทตั้งอยู่ บนนั้น…
“ในที่สุดแกก็มาถึงจนได้ กวินท์”
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นดังขึ้นมา กวินท์เงยหน้ามองตามเสียง
บนบัลลังก์นั้น…ร่างสูงโปร่งของบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ ใบหน้าของเขาถูกปกคลุมด้วยหน้ากากสีทองอร่าม สลักเสลาเป็นรูปอสรพิษกำลังแผลงฤทธิ์ ดวงตาของหน้ากากนั้น…ทอประกายสีแดงฉานราวกับเลือด
“ผู้บัญชาการสูงสุด…แห่งอสรพิษโลหิต” กวินท์เอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
เขาคือคนที่เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมด คือคนที่เป็นเป้าหมายสูงสุดของภารกิจนี้
“ยินดีต้อนรับสู่บ้านของข้า” ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งอสรพิษโลหิตกล่าว
บรรยากาศรอบตัวของกวินท์ยิ่งหนาแน่นไปด้วยความอันตราย เขาเห็นเหล่าทหารองครักษ์ของอสรพิษโลหิต ยืนเรียงรายอยู่สองข้างทาง แต่ละคนมีอาวุธครบมือ และมีแววตาที่มุ่งร้าย
“แกคิดว่าการทำลายปืนกลนั่นมันจะช่วยอะไรได้งั้นเหรอ?” ผู้บัญชาการสูงสุดถาม
“มันก็แค่การตัดหนวดของงูพิษ…แต่วันนี้ข้าจะตัดหัวของแก!” กวินท์ประกาศกร้าว
“กล้ามาก…แต่ความกล้าของแกจะนำมาซึ่งความตาย”
เสียงหัวเราะแหละแห้งของผู้บัญชาการสูงสุดดังก้องไปทั่วห้องโถง
“เอาล่ะ…มาเริ่มการแสดงสุดท้ายกันเถอะ”
กวินท์เตรียมพร้อมที่จะเข้าปะทะ การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายในฐานลับของอสรพิษโลหิตกำลังจะเริ่มต้นขึ้น การต่อสู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของเขา และของใครอีกหลายคน
แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือ…
“กวินท์!” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านหลัง
กวินท์หันกลับไปอย่างรวดเร็ว เขาเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงทางเข้า ร่างนั้น…คุ้นเคยจนแทบลืมหายใจ
“เป็นไปไม่ได้…”
เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
นี่จะเป็นกับดักสุดท้าย หรือนี่คือแสงสว่างที่รอเขาอยู่…

เงาเลือด มังกรทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก