กลิ่นไหม้ของโลหะและกลิ่นดินชื้นยังคงตีรวนในโพรงจมูกของกวินท์ เขาซุกตัวอยู่ใต้ซากเหล็กที่บิดเบี้ยว ประกายไฟจากการยิงปะทะยังคงสว่างวาบเป็นระยะ สะท้อนกับใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเขา เสียงปืนกลยังคงดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าร้องที่ไม่มีวันจบสิ้น สภาพการณ์ในโรงงานร้างแห่งนี้กลายเป็นสมรภูมิเดือดที่ไร้ความปราณี
"แกจะหลบได้นานแค่ไหน ไอ้หนู!" เสียงตะโกนก้องกังวานมาจากที่ไหนสักแห่งในความมืดมิด เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือดและอำนาจ กวินท์ข่มลมหายใจ พยายามกลืนน้ำลายที่แห้งผากลงคอ การประเมินสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ ศัตรูมีจำนวนมากกว่าแน่ชัด สภาพแวดล้อมเป็นใจให้กับฝ่ายตั้งรับ แต่การถูกปิดล้อมก็หมายถึงทางหนีถูกตัดขาด
เขากระชับปืนพกในมือแน่น สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของเหล็กที่ปลอบประโลมใจอย่างประหลาด ความรู้สึกที่คุ้นเคยนี้ช่วยลดทอนความตึงเครียดที่เกาะกุมร่างกาย เขาค่อยๆ ขยับตัวอย่างช้าๆ เลียบไปตามกำแพงที่ผุพัง สังเกตการณ์ทุกความเคลื่อนไหวรอบตัว แสงสลัวจากไฟฉายที่ปะทุอยู่ไกลๆ เผยให้เห็นเงาดำทะมึนที่เคลื่อนไหวไปมา ราวกับฝูงหมาป่าที่กำลังล่าเหยื่อ
"พวกมันกำลังไล่ล่าเราจากทุกทิศทาง" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู กวินท์หันไปมอง พบกับดวงตาที่ฉายแววฉลาดเฉลียวของ "มายา" หญิงสาวนักแม่นปืนปริศนาที่เขาเพิ่งร่วมมือกันเมื่อไม่นานมานี้ เธอดูสงบเยือกเย็น แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้
"ฉันรู้" กวินท์ตอบเสียงเบา "แต่พวกมันก็ยังไม่เห็นเรา"
"เราต้องหาทางออกจากที่นี่ กวินท์" มายาสอดส่ายสายตาไปรอบๆ "โรงงานแห่งนี้มันเหมือนเขาวงกต เราอาจจะพลาดอะไรไปก็ได้"
"เราต้องใช้จังหวะ" กวินท์เอ่ย "รอให้พวกมันชะล่าใจ หรือไม่ก็มีใครสักคนทำพลาด"
ทันใดนั้นเอง เสียงปืนกลหยุดลง เกิดความเงียบที่น่าอึดอัด กวินท์และมายาชะงักกึก สัญชาตญาณบอกว่านี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดี เมื่อความเคลื่อนไหวหยุดลง มันมักจะตามมาด้วยการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิม
"มาแล้ว" มายาพึมพำ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย กวินท์เลิกคิ้ว นี่ไม่ใช่ภาษาไทยแน่นอน อาจเป็นภาษาขององค์กร "อสรพิษโลหิต" ที่เขาได้ยินมาบ้าง
"พวกเขาเข้ามาแล้ว" กวินท์กล่าว "เตรียมตัว"
เขาหยิบระเบิดควันลูกเล็กออกมาจากกระเป๋า หยิบอีกดอกส่งให้มายา "ถ้าเราถูกล้อมจนมุม ใช้มัน"
มายารับระเบิดควันมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเธอไม่แสดงความหวาดกลัวใดๆ มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด
เสียงฝีเท้าดังเข้ามาในระยะประชิด กวินท์มองผ่านช่องว่างของซากเหล็ก เขาเห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์หลายคน สวมชุดสีดำทะมึน สะพายปืนกลหนัก พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบ ราวกับนักฆ่ามืออาชีพ
"เจอตัวแล้ว!" เสียงตะโกนดังขึ้น
ทันใดนั้น แสงไฟฉายสว่างจ้าหลายดวงก็สาดส่องเข้ามา หมายจะจับกวินท์และมายาให้อยู่ในสายตา แต่กวินท์ไม่รอช้า เขาตัดสินใจทันที
"ไป!"
กวินท์พุ่งตัวออกจากที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเหนี่ยวไกปืนพกในมือ ลูกกระสุนพุ่งแหวกอากาศออกไปกระทบใส่กลุ่มคนที่กำลังจะเข้ามา เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการบุกของอีกฝ่ายได้
มายาก็ไม่น้อยหน้า เธอใช้จังหวะเดียวกันนี้ พุ่งตัวไปอีกทางหนึ่ง พร้อมกับยิงปืนพกของเธอ เสียงปืนดังระงมผสมปนเปกับเสียงตะโกนของศัตรู
กวินท์พุ่งตัวผ่านทางเดินที่เต็มไปด้วยเศษฝุ่นและเศษเหล็ก เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของศัตรูไล่ตามมาติดๆ แต่เขาก็ไม่ยอมให้ตามทัน เขาใช้สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางให้เป็นประโยชน์ พุ่งหลบหลีกไปตามมุมต่างๆ
"ทางนี้!" เสียงมายาดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง
กวินท์หันไปมอง เห็นมายากำลังยิงสกัดศัตรูที่พยายามเข้ามาทางด้านหน้าของเธอ เขาจึงเปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าไปทางเธอ
เมื่อมาถึงตัวมายา กวินท์พบว่าเธอถูกต้อนเข้ามุมอย่างจำใจ ศัตรูหลายคนกำลังจะประชิดตัวเธอ
"แย่แล้ว!" กวินท์พึมพำ
เขาไม่มีเวลาคิด เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มศัตรูอย่างไม่ลังเล ใช้ปืนพกเป็นเหมือนดาบ ชกต่อย และยิงสกัดอย่างรวดเร็ว
"หนีไป มายา!" กวินท์ตะโกน
มายาเห็นโอกาส เธอรีบวิ่งหนีไปตามทางที่กวินท์ชี้ให้
กวินท์ยืนปะทะกับศัตรูที่เหลือเพียงลำพัง เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แขนซ้ายจากการโดนกระสุนเฉี่ยว แต่เขาก็ยังคงต่อสู้ต่อไป แรงฮึดสุดท้ายกำลังผลักดันเขา
"แกมันบ้าไปแล้ว!" เสียงศัตรูคนหนึ่งตะโกน
"ชีวิตข้ามันก็เป็นแบบนี้แหละ!" กวินท์ตะคอกกลับ พร้อมกับยิงปืนใส่ศัตรูอีกคน
เขาสังหารศัตรูไปได้สองสามคน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการบาดเจ็บที่มากขึ้น เขาเริ่มรู้สึกอ่อนแรงลงเรื่อยๆ
"ไม่ยอมให้แกไปง่ายๆ หรอก!" เสียงหนึ่งดังขึ้น
กวินท์หันไปมอง เห็นชายร่างใหญ่คนหนึ่ง กำลังชักปืนพกขนาดใหญ่กว่าของเขาออกมา
"ถึงตาข้าแล้ว!" ชายคนนั้นตะโกน
กวินท์รู้ตัวว่าสู้ไม่ไหวแล้ว เขาจึงตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้าย
"ระเบิดควัน!"
เขาโยนระเบิดควันลูกสุดท้ายที่เก็บไว้ในกระเป๋าไปทางกลุ่มศัตรู
"ปัง!"
ควันสีเทาหนาทึบพวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว บดบังทัศนวิสัยของทุกคน
"อะไรกันวะ!" เสียงศัตรูโวยวาย
กวินท์ใช้โอกาสนี้ พุ่งตัวหายเข้าไปในม่านควัน เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของศัตรูไล่ตามเข้ามา แต่เขาก็ยังคงพยายามวิ่งต่อไป
เขาไม่รู้ว่ามายาหนีไปทางไหนแล้ว หวังเพียงว่าเธอจะปลอดภัย
กวินท์วิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งชนเข้ากับกำแพง เขาหอบหายใจอย่างแรง รู้สึกได้ถึงเลือดที่ไหลซึมออกจากบาดแผล
"ตายแน่แล้ว" เขาคิดในใจ
ทันใดนั้น มือที่แข็งแรงก็คว้าแขนของเขา แล้วดึงเขาให้เข้าไปหลบอยู่หลังกองวัสดุที่ซ่อนไว้
"เงียบ!" เสียงกระซิบแผ่วเบา
กวินท์เบิกตากว้างเมื่อพบว่าเป็นมายา เธอปลอดภัยดี และดูเหมือนเธอจะเตรียมการไว้แล้ว
"ฉันรู้ว่าพวกเขาจะตามมา" มายาอธิบาย "ฉันเลยหาทางหนีที่นี่ไว้แล้ว"
เธอชี้ไปยังช่องเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังกองวัสดุ "ทางนี้"
กวินท์มองตาม เธอเห็นเป็นอุโมงค์เล็กๆ ที่มืดมิด
"มันจะพาเราออกไปนอกโรงงานได้จริงๆ หรือ?" กวินท์ถาม
"เชื่อใจฉัน" มายาตอบ
กวินท์พยักหน้า เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
ทั้งสองคนคลานเข้าไปในอุโมงค์เล็กๆ นั้นอย่างช้าๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินยิ่งคละคลุ้งเข้ามาในโพรงจมูก
เสียงปืนยังคงดังมาจากด้านนอก แต่ก็ค่อยๆ จางหายไปตามระยะทาง
เมื่อคลานไปได้สักพัก พวกเขาก็ได้ยินเสียงน้ำไหล
"ใกล้แล้ว" มายาบอก
ในที่สุด ทั้งสองคนก็มาถึงปากอุโมงค์ พวกเขาพบว่ามันเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำใต้ดินขนาดใหญ่
"นี่มัน..." กวินท์อึ้ง
"เป็นทางออกที่ฉันเตรียมไว้" มายาพูด "ฉันรู้ว่าที่นี่มีระบบอุโมงค์ใต้ดินเยอะ"
กวินท์มองไปยังความมืดมิดของท่อระบายน้ำ เขาได้กลิ่นที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่กลิ่นดินชื้น แต่เป็นกลิ่นสาบของน้ำเน่าเสีย
"เราต้องลงไปในนั้นจริงๆ หรือ?" เขาถาม
"เราไม่มีทางเลือกอื่น" มายาตอบ "ถ้าเรายังอยู่ที่นี่ พวกมันตามหาเราจนเจอแน่"
กวินท์มองมายา เธอมีแววตามุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว เขาจึงพยักหน้า
"ก็ได้"
ทั้งสองคนค่อยๆ หย่อนตัวลงไปในท่อระบายน้ำที่ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง
กวินท์รู้สึกถึงความเย็นเยียบของน้ำที่ไหลผ่านรองเท้า เขาไม่แน่ใจว่าปลายทางของท่อระบายน้ำแห่งนี้จะพาพวกเขาไปที่ไหน
และเขาไม่รู้ว่าขณะนี้ "อสรพิษโลหิต" กำลังวางแผนอะไรต่อไป...
จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? กวินท์และมายาจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของ "อสรพิษโลหิต" ได้หรือไม่? และการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายในฐานลับที่กำลังจะมาถึง จะเป็นอย่างไร?

เงาเลือด มังกรทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก