กลิ่นไหม้ของโลหะและกลิ่นดินชื้นยังคงตีรวนในโพรงจมูกของกวินท์ เขาซุกตัวอยู่ใต้ซากเหล็กที่บิดเบี้ยว ประกายไฟจากการยิงปะทะยังคงสว่างวาบเป็นระยะ สะท้อนกับใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเขา เสียงปืนกลยังคงดังสนั่นราวกับฟ้าร้องที่ไม่มีวันหยุด เสียงตะโกนด่าทอ เสียงร้องโหยหวน เสียงระเบิดที่ดังเป็นระยะ สร้างบรรยากาศแห่งความสยดสยองให้ทวีคูณ นี่ไม่ใช่สมรภูมิที่เขาคุ้นเคย ที่ซึ่งความกล้าหาญและยุทธวิธีคืออาวุธหลัก แต่ที่นี่คือขุมนรกกลางวันแสกๆ ที่องค์กร "อสรพิษโลหิต" ได้เนรมิตขึ้น
กวินท์กวาดตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ซากอาคารโรงงานที่เคยเป็นฐานที่มั่นของเขา บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษซากปรักหักพัง กองเหล็กที่บิดเบี้ยวเกะกะเต็มไปหมด เศษปูนที่ร่วงหล่นสร้างเงาตะคุ่มน่าสะพรึงกลัว เขาเลื่อนตัวไปตามช่องว่างระหว่างซากปรักหักพังอย่างเงียบเชียบ ทุกการเคลื่อนไหวต้องแนบเนียนและรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นเพียงแค่เสียงกระแอมเบาๆ ก็อาจนำพาความตายมาสู่เขาได้
"บ้าเอ้ย!" เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากลำคอของกวินท์ เมื่อกระสุนเจาะผ่านแผ่นเหล็กด้านบนที่เขาหลบอยู่ เศษสะเก็ดโลหะกระเด็นเข้าตาเขา เขาต้องรีบปัดป้องด้วยสันมืออย่างรวดเร็ว พร้อมกับกัดฟันแน่นเพื่อระงับความเจ็บปวด
"ยังไม่ตายสินะ ไอ้พวกเวรตะไล!" เสียงตะโกนดังมาจากอีกฟากของซากปรักหักพัง กวินท์ไม่ตอบ เขารู้ดีว่าการตอบโต้คือการเปิดเผยที่ตั้งของตนเอง ศัตรูของเขามีจำนวนมหาศาล และพวกมันก็กระหายเลือดไม่ต่างจากสัตว์ป่า
เขาเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือที่เปื้อนเลือดและฝุ่น มันบอกเวลา 17:45 น. อีกเพียงชั่วโมงกว่าๆ พระอาทิตย์ก็จะลับขอบฟ้า ยามค่ำคืนมักจะเป็นพันธมิตรที่ดีของเขา แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่ความมืดก็ไม่อาจมอบความปลอดภัยที่แท้จริงให้ได้
"กวินท์! แกอยู่ตรงไหน!" เสียงหนึ่งดังขึ้น แฝงมากับเสียงปืนที่ดังปะทะกัน กวินท์ชะงัก เขาจำน้ำเสียงนั้นได้ดี มันคือเสียงของ "นาวา" ผู้ช่วยของเขา
"อยู่ทางนี้!" กวินท์ตะโกนกลับไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่รอช้าที่จะคว้าปืนพกคู่ใจที่วางอยู่ข้างตัว เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ไม่นานนัก ร่างของนาวาก็ปรากฏขึ้น ใบหน้าของเธอเปื้อนไปด้วยเหงื่อและฝุ่น มีรอยแผลฉีกขาดที่แขนข้างซ้าย แต่ดวงตายังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว เธอถือปืนกลมือที่ดูหนักอึ้ง แต่ก็สามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว
"แย่แล้ว กวินท์! พวกมันเยอะมาก!" นาวารายงานพลางหอบหายใจ "ฉันเสียคนของฉันไปเกือบหมดแล้ว!"
"ฉันรู้" กวินท์ตอบเสียงเครียด "เราต้องถอนกำลังออกไปก่อน"
"ถอนกำลัง? ไปไหน? ที่นี่มันกับดักชัดๆ! ทางออกถูกปิดกั้นหมดแล้ว!" นาวาเอ่ยเสียงสูงด้วยความตกใจ
กวินท์หลับตาลงครู่หนึ่ง เขาพยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะกลับคืนมา เขาไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่ายๆ ถึงแม้สถานการณ์จะดูสิ้นหวังเพียงใดก็ตาม
"ไม่ ลองดูทางอื่น" กวินท์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขากระตุกข้อมือที่บวมเป่ง "ฉันสังเกตเห็นอุโมงค์ระบายน้ำเก่าอยู่ทางทิศตะวันตก มันอาจจะพาเราออกไปจากที่นี่ได้"
"อุโมงค์? มันน่าจะเป็นที่อยู่ของสัตว์ร้าย หรือไม่ก็เต็มไปด้วยสารพิษนะกวินท์!" นาวาคัดค้าน
"เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว" กวินท์กล่าวหนักแน่น "ถ้าเราอยู่ที่นี่นานกว่านี้ เราจะกลายเป็นศพให้พวกมันเสียบประดับ"
เขาคว้าแขนของนาวาไว้ "ไปกันเถอะ!"
ทั้งสองคนเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว หลบหลีกคมกระสุนที่พุ่งเข้ามาเป็นระยะ กวินท์ยิงตอบโต้เป็นจังหวะ สกัดกั้นศัตรูไม่ให้เข้ามาใกล้ แต่เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงการยื้อเวลาเท่านั้น
เมื่อมาถึงบริเวณที่กวินท์บอก นาวาต้องเบิกตากว้าง สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือปากอุโมงค์ระบายน้ำที่ผุพัง มีสนิมเกาะกินอยู่เต็มไปหมด กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหม็นเน่าลอยออกมาจากภายใน
"แน่ใจนะกวินท์?" นาวาถามอีกครั้ง
"แน่ใจ" กวินท์พยักหน้า "เราไม่มีเวลาลังเลอีกแล้ว"
เขาจุดไฟฉายที่ติดอยู่กับหมวกเหล็ก ส่องนำทางเข้าไปในความมืดมิดของอุโมงค์
"ระวังตัวด้วย" กวินท์กล่าวกับนาวา "อย่าเพิ่งให้ใครรู้ว่าเรามาที่นี่"
ทั้งสองค่อยๆ ก้าวเข้าไปในอุโมงค์ เสียงปืนด้านนอกค่อยๆ จางหายไป แต่เสียงน้ำที่ไหลหยดกระทบพื้น เสียงสัตว์เลื้อยคลานที่อาจจะซ่อนตัวอยู่ ทำให้บรรยากาศภายในอุโมงค์ยิ่งน่าขนลุก
"มีอะไรติดอยู่ที่เท้าฉัน" นาวากล่าวเสียงสั่น
กวินท์ส่องไฟฉายลงไปใต้เท้าของนาวา เป็นตะไคร่น้ำเหนียวหนืดที่เกาะอยู่บนพื้นอุโมงค์
"ไม่ต้องห่วง แค่น้ำขัง" กวินท์ตอบ แต่ในใจเขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้
พวกเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ในอุโมงค์ที่แคบและมืด กลิ่นอับชื้นเริ่มคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคล้ายสารเคมีจางๆ
"นี่มัน...อะไรกัน?" นาวาเอ่ยถาม เมื่อเธอเห็นอะไรบางอย่างที่สะท้อนแสงไฟฉายอยู่ไกลๆ
กวินท์เลื่อนสายตาตามไป สิ่งที่เห็นทำเอาเขาใจหายวาบ นี่ไม่ใช่เพียงอุโมงค์ระบายน้ำธรรมดา แต่เป็นทางลับที่ถูกสร้างขึ้นอย่างซับซ้อน มีท่อประหลาดๆ หลายขนาดวางเรียงรายอยู่สองข้างทาง บางท่อมีของเหลวสีเข้มข้นไหลผ่านอยู่ภายใน
"มันเหมือน...โรงงานใต้ดิน" นาวากล่าวเสียงแผ่ว
"ใช่" กวินท์ตอบ "องค์กรอสรพิษโลหิต... พวกมันคงใช้ที่นี่เป็นฐานลับจริงๆ"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง กวินท์และนาวาหันขวับไปมองพร้อมกัน
"ใครอยู่ตรงนั้น!" กวินท์ตะโกนพร้อมชักปืนเล็งไปยังต้นเสียง
เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืด เงาร่างนั้นสูงโปร่ง สวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าถูกบดบังด้วยหน้ากาก รูปทรงคล้ายหัวกะโหลก
"ไง...พวกอยากรู้อยากเห็น" เสียงแหบพร่าดังออกมาจากภายในหน้ากาก
"แกเป็นใคร!" กวินท์ถามอย่างไม่ลดละ
"ข้าคือผู้เฝ้า... ผู้พิทักษ์ความลับของอสรพิษโลหิต" เงาร่างนั้นตอบ พลางยกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วของมันมีของเหลวสีดำข้นเกาะอยู่
"ความลับอะไร?" นาวาถามด้วยความสงสัย
"ความลับที่จะเปลี่ยนแปลงโลก... และจะกลืนกินพวกเจ้าเสีย!" เงาร่างนั้นกล่าว ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าใส่กวินท์อย่างรวดเร็ว
การต่อสู้ที่ดุเดือดได้อุบัติขึ้นอีกครั้ง ภายในอุโมงค์แคบๆ ที่เต็มไปด้วยอันตราย กวินท์ต้องใช้ทักษะการต่อสู้ทั้งหมดที่มีเพื่อรับมือกับศัตรูที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ซึ่งมีความแข็งแกร่งและว่องไวผิดมนุษย์
"แก...ไม่ใช่คนธรรมดา!" กวินท์กัดฟันพูด พลางปัดป้องหมัดที่หนักหน่วงของอีกฝ่าย
"แน่นอน..." เงาร่างนั้นหัวเราะในลำคอ "ข้าคือหนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงของอสรพิษโลหิต"
ขณะที่กวินท์กำลังต่อสู้อย่างดุเดือด นาวาก็เห็นอะไรบางอย่างที่น่าตกใจ เธอมองเห็นป้ายเล็กๆ ที่ติดอยู่กับท่อประหลาดๆ อันหนึ่ง มันเขียนด้วยภาษาที่เธอพอจะอ่านออก... "สารพิษทดลอง...ขั้นสุดท้าย"
"กวินท์! ระวัง!" นาวาร้องเตือน
แต่ก็สายเกินไป เมื่อกวินท์เสียจังหวะจากการถูกเตือน เงาร่างนั้นก็ใช้โอกาสนี้ ฉีดพ่นของเหลวสีดำข้นจากปลายนิ้วของมันใส่ใบหน้าของกวินท์
กวินท์ร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ดวงตาของเขามันแสบราวกับถูกไฟเผา เขาทรุดตัวลงไปกับพื้น สัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า
"แก...จะไม่ได้ไปไหน!" เงาร่างนั้นกล่าวอย่างผู้ชนะ ก่อนที่มันจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้กวินท์นอนจมกองเลือดและน้ำตาอยู่เพียงลำพัง
นาวาพุ่งเข้าไปหากวินท์อย่างรวดเร็ว
"กวินท์! กวินท์! เกิดอะไรขึ้น!" เธอพยายามประคองเขาขึ้นมา
กวินท์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยน้ำตา และมีอาการมองเห็นพร่ามัว
"ข้า...มองไม่เห็น..." กวินท์กล่าวเสียงอ่อนแรง "พวกมัน...วางยาพิษ..."
นาวาใจหายวาบ เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่คิดเอาไว้มากนัก
"เราต้องออกไปจากที่นี่!" นาวากล่าวตัดสินใจ "เราต้องหาทางรักษาแก!"
แต่เมื่อเธอมองออกไปนอกอุโมงค์ สิ่งที่เห็นทำเอาเธอแทบสิ้นสติ
ทางออกที่เคยเห็น บัดนี้ถูกปิดกั้นด้วยแผ่นเหล็กหนาทึบ และจากปลายอุโมงค์ด้านใน มีเสียงฝีเท้าของทหารติดอาวุธจำนวนมาก กำลังมุ่งหน้าเข้ามาหาเธอและกวินท์...
พวกเขาติดกับดัก...แล้ว...

เงาเลือด มังกรทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก