กลิ่นไหม้ของโลหะและกลิ่นดินชื้นยังคงตีรวนในโพรงจมูกของกวินท์ เขาซุกตัวอยู่ใต้ซากเหล็กที่บิดเบี้ยว ประกายไฟจากการยิงปะทะยังคงสว่างวาบเป็นระยะ สะท้อนกับใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเขา เสียงปืนกลยังคงดังสนั่นราวฟ้าผ่า ฟาดฟันเข้าไปในความมืดมิดของอุโมงค์ร้างแห่งนี้
กวินท์กัดฟันแน่น พยายามควบคุมลมหายใจให้แผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เลือดสีแดงฉานหยดลงมาจากบาดแผลที่สีข้างของเขา ชุ่มโชกไปกับผ้าพันแผลที่พันไว้อย่างลวกๆ เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ตัวเลขสีเขียวเรืองแสงบ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยมานานกว่าที่คาดไว้ การบุกเข้าไปในฐานลับของ "อสรพิษโลหิต" ครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด
“แกยังคิดจะซ่อนตัวอยู่อีกนานแค่ไหนวะ เจ้าหนู!” เสียงตะโกนแหบพร่าดังมาจากด้านหน้าของอุโมงค์ เป็นเสียงของ "อสรพิษเพลิง" หนึ่งในสี่องครักษ์พิทักษ์ขององค์กรนี้ ชายร่างใหญ่ผู้ซึ่งมีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้าราวกับสายฟ้าฟาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความกระหายเลือด
กวินท์ไม่ตอบ เขาเกร็งกล้ามเนื้อทุกมัด เตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหว เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับหมีป่ากำลังไล่ล่าเหยื่อ กวินท์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถสู้ตรงๆ กับอสรพิษเพลิงได้ในสภาพที่อ่อนแรงเช่นนี้ เขาต้องหาจังหวะ
ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนไปทั่วทั้งอุโมงค์ เศษหินเศษปูนร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ขาดสาย กวินท์ตาเบิกกว้าง เขาใช้โอกาสนี้ พุ่งตัวออกจากที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว กระสุนปืนกลดังอื้ออึงรอบตัวราวกับฝูงผึ้งอาละวาด
“แกจะหนีไปไหน!” อสรพิษเพลิงตะโกนก้อง เขาเห็นร่างของกวินท์ที่กำลังวิ่งไปตามอุโมงค์ที่มืดมิด
กวินท์วิ่งสุดชีวิต หัวใจเต้นระรัวราวจะทะลุออกมานอกอก เขาหันมองกลับไปเพียงชั่วครู่ ก็เห็นเงาตะคุ่มของอสรพิษเพลิงที่กำลังวิ่งไล่ตามมาติดๆ ปืนกลในมือของมันยังคงกราดยิงไม่หยุด
“บ้าเอ้ย! เกือบไปแล้ว” กวินท์พึมพำกับตัวเอง เขาเหลือบมองแผนผังอุโมงค์ที่ได้มาอย่างรวดเร็ว “ต้องหาทางแยกออกไปให้ได้”
เขาเลี้ยวเข้าสู่อุโมงค์สาขาที่แคบกว่า เสียงฝีเท้าของอสรพิษเพลิงก็ดังตามเข้ามาอย่างรวดเร็วเช่นกัน กวินท์รู้ว่าเขาจะหนีไปได้ไม่นาน เขาต้องเผชิญหน้ากับมัน
เมื่อมาถึงจุดที่อุโมงค์สาขาขยายกว้างขึ้น กวินท์ก็หยุดชะงัก เขาเห็นอสรพิษเพลิงยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ปืนกลในมือยังคงเล็งมาที่เขา ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“แกหนีไม่พ้นหรอก เจ้าหนู! วันนี้เป็นวันสุดท้ายของแกแล้ว!” อสรพิษเพลิงกล่าวเย้ยหยัน
กวินท์ยกมือขึ้น หายใจเข้าลึกๆ “งั้นก็ลองดู”
ทันใดนั้น กวินท์ก็พุ่งเข้าใส่อสรพิษเพลิงอย่างบ้าคลั่ง กระสุนปืนกลดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสายฝน กวินท์ใช้ซากเหล็กที่บิดเบี้ยวเป็นที่กำบัง หลบหลีกกระสุนอย่างฉิวเฉียด
“คิดว่าจะหลบได้ตลอดไปหรือไง!” อสรพิษเพลิงคำราม มันเปลี่ยนไปใช้ปืนลูกซอง กระสุนลูกปรายพุ่งเข้าใส่กวินท์ราวกับห่าฝน
กวินท์กระโดดหลบอย่างว่องไว แต่กระสุนบางส่วนก็เฉี่ยวโดนเขาเข้าที่แขน สร้างความเจ็บปวดแสบไปทั่ว
“ไม่ธรรมดาจริงๆ” อสรพิษเพลิงกล่าวชื่นชมอย่างประชดประชัน “แต่ก็แค่นั้นแหละ!”
มันกำลังจะยิงซ้ำ แต่ทันใดนั้น เสียงปืนพกดังมาจากด้านหลังของมัน
“พอแค่นี้เถอะน่า อสรพิษเพลิง!” เสียงเย็นเยือกดังขึ้น
กวินท์หันไปมอง ก็เห็น "อสรพิษเงา" หนึ่งในสี่องครักษ์พิทักษ์อีกคน ยืนอยู่ตรงปากอุโมงค์สาขา ใบหน้าของเธอเรียบเฉย ดวงตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง
“อสรพิษเงา! แกมาทำอะไรที่นี่!” อสรพิษเพลิงตะโกนถามด้วยความตกใจ
“ข้ามาเพื่อหยุดยั้งแก” อสรพิษเงากล่าว น้ำเสียงยังคงเยือกเย็น “แกเล่นสกปรกเกินไป”
“เล่นสกปรกอะไร! ข้าแค่ทำหน้าที่ของข้า!” อสรพิษเพลิงโต้กลับ
“หน้าที่ของแกไม่ใช่การฆ่าแกนนำผู้บริสุทธิ์!” อสรพิษเงากล่าว “และแกก็กำลังจะฆ่าเด็กคนนี้!”
“เด็กคนนี้เป็นศัตรูขององค์กร! ต้องกำจัด!” อสรพิษเพลิงยืนกราน
“ข้าไม่คิดเช่นนั้น” อสรพิษเงากล่าว “ข้าเห็นความมุ่งมั่นในตัวเขา และข้าเชื่อว่าเขาจะนำพาองค์กรไปในทางที่ดีกว่านี้”
“เหลวไหล! แกโดนอะไรเข้าไป! แกจะทรยศองค์กรอย่างนั้นหรือ!” อสรพิษเพลิงตะโกนลั่น
“ข้าไม่ได้ทรยศ! ข้าแค่เลือกทางที่ถูกต้อง!” อสรพิษเงากล่าว “และตอนนี้ ข้าจะหยุดแก!”
พูดจบ อสรพิษเงาก็ปลดอาวุธปืนพกของเธอออกอย่างรวดเร็ว และพุ่งเข้าปะทะกับอสรพิษเพลิงอย่างดุเดือด
การต่อสู้ระหว่างองครักษ์พิทักษ์ทั้งสองเป็นไปอย่างดุเดือด กวินท์มองดูด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
อสรพิษเงาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและคล่องแคล่ว เธอใช้กรงเล็บของเธอฟาดฟันเข้าใส่อสรพิษเพลิงอย่างไม่หยุดยั้ง ขณะที่อสรพิษเพลิงก็ตอบโต้ด้วยพละกำลังมหาศาลของเขา
“แกมันไม่น่าไว้ใจตั้งแต่แรกแล้ว!” อสรพิษเพลิงตะโกนขณะปัดป้องการโจมตีของอสรพิษเงา
“แกนั่นแหละที่หลงผิด!” อสรพิษเงากล่าว น้ำเสียงยังคงไม่สั่นคลอน
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เศษหินเศษปูนปลิวกระจายไปทั่วทั้งอุโมงค์ กวินท์รู้ว่านี่คือโอกาสเดียวของเขา เขาต้องรีบใช้จังหวะนี้หลบหนีออกไป
เขาแอบย่องออกจากที่ซ่อนอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าไปยังทางออกของอุโมงค์ที่อยู่ไม่ไกล
“จะไปไหน!” เสียงของอสรพิษเพลิงดังขึ้น กวินท์หันไปมอง ก็เห็นอสรพิษเงากำลังผลักอสรพิษเพลิงกระเด็นออกไป
“หนีไป! กวินท์!” อสรพิษเงากล่าว “อย่าให้โอกาสพวกมัน!”
กวินท์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ตัดสินใจวิ่งหนีไป เขาไม่สามารถปล่อยให้อสรพิษเงาต้องมาสู้กับอสรพิษเพลิงเพียงลำพังได้
“ขอบคุณ!” กวินท์ตะโกนกลับไป
เขาพุ่งออกไปตามอุโมงค์ที่มืดมิด เสียงการต่อสู้ของทั้งสองดังไล่ตามหลังมา
กวินท์วิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านหน้า
“ใครอยู่ตรงนั้น!” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้น
กวินท์ชะงัก เขาเห็นเงาตะคุ่มของคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า
“อสรพิษเพลิง!” เสียงหนึ่งในกลุ่มนั้นตะโกนขึ้น
กวินท์ตระหนักได้ทันทีว่าเขาตกอยู่ในวงล้อม เขามองไปรอบๆ ก็เห็นว่ามีทางออกเพียงทางเดียวที่เขาจะไปได้
“แกจะหนีไปไหนไม่ได้แล้ว กวินท์!” เสียงที่ดังขึ้นมาจากกลุ่มคนนั้น กวินท์มองไปที่ใบหน้าของเขา ก็พบว่าเป็น "อสรพิษพิษ" หนึ่งในสี่องครักษ์พิทักษ์อีกคนหนึ่ง
“อสรพิษพิษ!” กวินท์อุทานด้วยความตกใจ
“ยินดีต้อนรับสู่กับดักของเรา” อสรพิษพิษกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่น่าขนลุก
กวินท์กัดฟันแน่น เขาเห็นอสรพิษพิษกำลังเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับลูกน้องอีกสองสามคน
“ข้าจะไม่ยอมแพ้!” กวินท์ประกาศกร้าว
“แกไม่มีทางเลือกอื่นหรอก” อสรพิษพิษกล่าว “ยอมจำนนเสีย แล้วข้าอาจจะให้แกตายอย่างมีเกียรติ”
“ฝันไปเถอะ!” กวินท์ตะโกน เขาหยิบมีดสั้นที่ซ่อนไว้ในรองเท้าออกมา
“ถ้าอย่างนั้น แกก็ตาย!” อสรพิษพิษกล่าว
ทันใดนั้น เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่จากอสรพิษเพลิงหรืออสรพิษพิษ
กวินท์หันไปมอง ก็เห็นอสรพิษเงากำลังยืนอยู่ตรงปากอุโมงค์อีกด้านหนึ่ง เธอกำลังยิงปืนเข้าใส่ลูกน้องของอสรพิษพิษ
“รีบไป กวินท์!” อสรพิษเงากล่าว “ข้าจะถ่วงเวลาให้!”
กวินท์รู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้าย เขาไม่ลังเลอีกต่อไป เขาพุ่งเข้าไปหาอสรพิษพิษอย่างรวดเร็ว
“แกมันบ้าไปแล้ว!” อสรพิษพิษตะโกน
กวินท์ไม่สนใจ เขามุ่งมั่นที่จะทะลวงผ่านวงล้อมนี้ไปให้ได้
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น กวินท์รู้ว่าเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด และเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ
แต่แล้ว เสียงระเบิดอีกครั้งดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนไปทั่วทั้งอุโมงค์ แสงสว่างวาบขึ้นอย่างจ้า และเสียงกรีดร้องของอสรพิษพิษก็ดังขึ้น
กวินท์มองเห็นเงาของอสรพิษเงากำลังล้มลงไปกองกับพื้น
“ไม่!” กวินท์ตะโกน
เขาเห็นอสรพิษพิษกำลังเดินไปหาอสรพิษเงา พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสะใจ
“ใครจะคิดว่าเธอจะกล้าทรยศองค์กร” อสรพิษพิษกล่าว “เสียดายจริงๆ ที่ต้องฆ่าคนที่มีความสามารถอย่างเธอ”
กวินท์หัวใจแทบจะหยุดเต้น เขาเห็นอสรพิษเพลิงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เช่นกัน
“เป็นแผนที่แยบยลจริงๆ” อสรพิษเพลิงกล่าว “แต่สุดท้าย เธอก็ต้องตายอยู่ดี”
กวินท์มองดูภาพตรงหน้าด้วยความสิ้นหวัง เขาไม่คิดว่าเรื่องราวจะพลิกผันไปได้ถึงขนาดนี้
“ถึงตาแกแล้ว กวินท์” อสรพิษพิษกล่าว “แกจะตายอย่างโดดเดี่ยว”
แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
แสงสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มาจากที่อื่น
“อสรพิษเพลิง! อสรพิษพิษ!” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้น
กวินท์หันไปมอง ก็เห็นเงาร่างของ "อสรพิษมังกร" หัวหน้าใหญ่ขององค์กร "อสรพิษโลหิต" ยืนอยู่ตรงปากอุโมงค์
“ท่านหัวหน้า!” อสรพิษเพลิงและอสรพิษพิษกล่าวพร้อมกันด้วยความตกใจ
“แกกำลังทำอะไรกันอยู่!” อสรพิษมังกรถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ข้า… ข้าแค่จับกุมคนทรยศ” อสรพิษพิษกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
“คนทรยศอย่างนั้นหรือ” อสรพิษมังกรกล่าว “ข้าเห็นแต่แกกำลังจะฆ่ากวินท์”
“แต่… เขาเป็นศัตรูขององค์กร!” อสรพิษเพลิงกล่าว
“ใครคือศัตรูขององค์กร ใครคือมิตร… ข้าจะเป็นคนตัดสินเอง” อสรพิษมังกรกล่าว “และตอนนี้… ข้าตัดสินว่า… แกทั้งสอง… คือศัตรูของข้า!”
สิ้นคำพูดของอสรพิษมังกร กวินท์ก็ได้เห็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดในชีวิตของเขา
อสรพิษมังกร ปลดปล่อยพลังมหาศาลออกมา พลังที่มองเห็นเป็นเส้นสายสีดำราวกับเงาที่กำลังโอบล้อมร่างของอสรพิษเพลิงและอสรพิษพิษ
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากทั้งสองร่าง
กวินท์มองดูด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นใครมีพลังมากขนาดนี้มาก่อน
“นี่แหละ… คือปีกแห่งมังกรทมิฬ” อสรพิษมังกรกล่าว “ที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่ไม่สมควรอยู่!”
ร่างของอสรพิษเพลิงและอสรพิษพิษค่อยๆ หายไปในเงามืด เหลือเพียงแต่เสียงสะท้อนอันน่าสะพรึงกลัว
กวินท์ยืนนิ่งงัน เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
อสรพิษมังกรหันมามองกวินท์ ดวงตาของเขาฉายแววบางอย่างที่กวินท์อ่านไม่ออก
“แก… ยังมีประโยชน์” อสรพิษมังกรกล่าว “แต่… ยังไม่มากพอ”
วินาทีนั้น กวินท์ก็รู้ว่าการต่อสู้ที่แท้จริง… กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
โปรดติดตามตอนต่อไป

เงาเลือด มังกรทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก