เงาเลือด มังกรทมิฬ

ตอนที่ 24 — แสงสุดท้ายใต้เงาอสรพิษ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 797 คำ

กลิ่นไหม้ของโลหะและกลิ่นดินชื้นยังคงตีรวนในโพรงจมูกของกวินท์ เขายังคงซุกตัวอยู่ใต้ซากเหล็กที่บิดเบี้ยวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของยานพาหนะขนส่ง กระสุนปืนกลยังคงพรั่งพรูไม่หยุดราวกับห่าฝน ดังกึกก้องสะท้อนผนังอุโมงค์ใต้ดินที่เคยเป็นฐานลับชั่วคราวของเขา

เขาขยับตัวอย่างระมัดระวังที่สุด สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากโลหะที่เพิ่งผ่านการปะทะอย่างดุเดือด ใบหน้าของเขาเปื้อนเขม่าควันและหยาดเหงื่อที่ไหลซึมลงมาพร้อมกับคราบฝุ่น กวินท์สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ท่ามกลางเสียงที่ราวกับจะฉีกกระชากโสตประสาท

“พวกมันไม่หยุดง่ายๆ ‌แน่” เสียงในหัวของเขาดังขึ้น ประสบการณ์หลายปีในการเป็นนักล่ามือดีที่ต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ทำให้เขารู้ดีว่าศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า ไม่ใช่พวกกระจอกงอกง่อยที่จะถอยทัพไปง่ายๆ องค์กร "อสรพิษโลหิต" ทุ่มเททุกอย่างเพื่อปิดปากเขา ​และการที่เขาหลุดรอดมาได้ถึงขั้นนี้ ยิ่งทำให้พวกมันคลั่งแค้นมากขึ้น

กวินท์กวาดสายตามองรอบๆ ซากเหล็กที่กลายเป็นที่กำบังชั่วคราว แสงจากไฟฉายที่ติดอยู่บนหมวกกันน็อกส่องลอดผ่านช่องว่างเล็กๆ เผยให้เห็นสภาพภายในอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยความเสียหาย โครงเหล็กที่หักงอ เศษปูนที่ร่วงหล่น และร่องรอยการต่อสู้ที่ยังคงสดใหม่

“มีทางออกอื่นไหม?” ‍เขาพึมพำกับตัวเอง พยายามประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ การเผชิญหน้าตรงๆ เป็นสิ่งที่เขาอยากหลีกเลี่ยงที่สุดในตอนนี้ เขาไม่ใช่หุ่นยนต์ที่จะทนรับกระสุนได้ไม่จำกัด

ทันใดนั้นเอง เสียงปืนกลก็เงียบลง ชั่วขณะหนึ่ง ความเงียบเข้าปกคลุม ‌ราวกับเป็นสัญญาณเตือนถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง กวินท์ชะงัก เขาเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ความเงียบมักจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง

“เงียบไปแล้ว… หมายความว่าไง?” เขาถามตัวเอง เสียงที่เคยดังอื้ออึงเมื่อครู่ บัดนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่น่าขนลุก

เขารอคอยอีกครู่ใหญ่ ‍ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า หรือเสียงตะโกนใดๆ มีเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองที่ดังอยู่ในหู

“บางที… พวกมันอาจจะเปลี่ยนแผน” เขาคิด พลางค่อยๆ ชะโงกหน้ามองออกไปนอกซากเหล็กอย่างระมัดระวัง

แสงไฟฉายสาดไป พบกับความว่างเปล่า… ​ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

“เป็นไปไม่ได้…” เขาอุทานเบาๆ พลางมองไปรอบๆ อุโมงค์อย่างละเอียด

ทันใดนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ปลายอุโมงค์ แสงไฟสะท้อนกับวัตถุบางอย่างที่เงาวับ

“นั่นมัน…?”

กวินท์ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว แต่สัญชาตญาณนักล่าของเขากลับตื่นตัวเต็มที่ ​เขาก้าวเท้าออกไปอย่างเงียบเชียบ รักษาระยะห่างจากซากเหล็ก พร้อมกับยกปืนขึ้นประทับเล็ง

เมื่อเข้าใกล้ วัตถุนั้นก็ปรากฏชัดเจนขึ้น มันคือ… ตู้เซฟเหล็กขนาดใหญ่ที่ถูกปิดตายด้วยรหัสที่ซับซ้อน

“อะไรกัน… ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?” กวินท์ขมวดคิ้ว ​เขาไม่เคยเห็นตู้เซฟแบบนี้มาก่อนในฐานลับแห่งนี้

เขาสำรวจรอบๆ ตู้เซฟ พยายามหาเบาะแสเพิ่มเติม แต่ก็ไม่พบอะไรเลย

“พวกมันทิ้งอะไรไว้ให้ฉันเล่นสนุกหรือไง?” เขาครุ่นคิด

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านหลัง ทำให้กวินท์สะดุ้ง เขาหันขวับไปทันที

“ใครน่ะ!” เขาตะโกน พลางยกปืนเล็งไปทางต้นเสียง

แต่เมื่อแสงไฟฉายส่องไป เผยให้เห็นร่างที่คุ้นเคย

“คุณ…” กวินท์อุทานด้วยความตกใจ

“ไม่ต้องตกใจไปหรอก กวินท์” หญิงสาวคนนั้นกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

เธอคือ อันนา หนึ่งในสายลับฝีมือดีขององค์กรที่เคยร่วมงานกับเขามาก่อน แต่ตอนนี้… เธอกลับยืนอยู่ตรงหน้าเขาในสภาพที่ดูเหนื่อยอ่อน

“อันนา… เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?” กวินท์ลดปืนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงระแวดระวัง

“ฉัน… ฉันมาช่วยนาย” อันนากล่าว พลางก้าวเข้ามาใกล้ “ฉันรู้ว่าพวกมันจะมาตามล่าที่นี่”

“แล้วทำไมเธอถึงปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว… และพวกมันหายไปไหน?” กวินท์ถามอย่างไม่ไว้ใจ

“พวกมัน… พวกมันไม่ได้หายไปไหนหรอก” อันนาถอนหายใจ “พวกมันแค่… เปลี่ยนเป้าหมาย”

“เปลี่ยนเป้าหมาย?” กวินท์ขมวดคิ้ว

“ใช่… พวกมันกำลังจะมุ่งหน้าไปยังฐานลับใหญ่ของอสรพิษโลหิต… ที่ซ่อนอยู่ลึกลงไปใต้วัดโบราณนั่น” อันนากล่าว เสียงของเธอแผ่วเบาลง

“วัดโบราณ?” กวินท์นึกย้อนไป เขาจำได้ว่าเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้น

“พวกมันคิดว่า… นายจะเข้ามาที่นั่น เพื่อตามหาหลักฐานที่จะเปิดโปงพวกมัน” อันนากล่าว

“แล้ว… ตู้เซฟนี่ล่ะ?” กวินท์ชี้ไปที่ตู้เซฟ

“นั่นคือ… สิ่งที่ฉันอยากให้นายเอาไป” อันนากล่าว “ข้างในนั้น… คือทุกอย่างที่นายต้องการ”

กวินท์มองหน้าอันนา เขาเห็นความเหน็ดเหนื่อยและความตั้งใจในแววตาของเธอ

“เธอแน่ใจนะอันนา?”

“แน่ใจที่สุด กวินท์” อันนากล่าว “ฉัน… ไม่สามารถไปต่อได้แล้ว”

“หมายความว่าไง?”

“ฉัน… ใช้พลังงานไปมากกับการหลบหนี และ… การช่วยเหลือพวกที่ถูกจับ” อันนากล่าว พลางยกมือขึ้นสัมผัสแขนของกวินท์ “ฉัน… ส่งข้อมูลบางส่วนให้พวกเขาก่อนที่จะมาหานาย… หวังว่า… จะมีสักคนรอด”

“อันนา… อย่าพูดแบบนั้น” กวินท์รู้สึกถึงความผิดปกติ

“บางที… นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของฉัน” อันนากล่าว พลางพยายามยิ้ม “นาย… ต้องไปที่นั่น กวินท์… ไปเปิดโปงพวกมันให้ได้”

ทันใดนั้นเอง เสียงปืนก็ดังขึ้นอีกครั้ง!

แต่คราวนี้… มาจากทิศทางที่แตกต่างออกไป

“อะไรกัน!” กวินท์อุทาน

“พวกมัน… กลับมาแล้ว!” อันนากล่าว ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

“ไม่! พวกมันต้องไปที่ฐานลับใหญ่!” กวินท์สบถ

“ไม่… พวกมัน… รู้แล้วว่าฉันอยู่ที่นี่” อันนากล่าว พลางทรุดตัวลงกับพื้น “กวินท์… รีบไป… เอาตู้เซฟนั่นไป!”

“อันนา!” กวินท์พุ่งเข้าไปประคองเธอ

“รีบไป… กวินท์…” อันนากล่าว พลางยกมือที่สั่นเทาขึ้นชี้ไปที่ตู้เซฟ “รหัส… 8… 4… 2… 9…”

กระสุนพุ่งเข้ามาในอุโมงค์อีกครั้ง คราวนี้… เสียงดังมาจากหลายทิศทาง

“พวกมันเข้ามาแล้ว!” กวินท์ตะโกน

เขามองหน้าอันนาที่เริ่มจะอ่อนแรงลงเรื่อยๆ

“ฉัน… จะจัดการเอง… นาย… ไป!” อันนากล่าว ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย

กวินท์กัดฟัน เขาเข้าใจดีว่าอันนาตัดสินใจแล้ว

“ถ้าฉันรอด… ฉันจะกลับมา” เขากล่าว พลางยันตัวลุกขึ้น

เขาหันไปมองตู้เซฟเหล็กขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า

“8… 4… 2… 9…” เขาพยายามจดจำรหัสที่อันนาบอก

เสียงปืนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของศัตรูที่กำลังคืบคลานเข้ามา

กวินท์หันกลับไปมองอันนาเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

“ไปเถอะ… กวินท์…”

เขาไม่รอช้า รีบพุ่งเข้าไปที่ตู้เซฟ

“8… 4… 2… 9…” เขากระซิบ พลางหมุนแป้นตัวเลขอย่างรวดเร็ว

เสียงปืนดังใกล้เข้ามาจนได้ยินเสียงกระสุนเฉี่ยวผ่านไป

“ขอโทษนะอันนา…”

ทันใดนั้นเอง… เสียง “คลิก” ดังขึ้น!

ตู้เซฟเปิดออก!

กวินท์กวาดสายตาเข้าไปข้างใน…

อะไรคือสิ่งที่รอเขาอยู่?

และอันนา… จะเป็นอย่างไรต่อไป?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาเลือด มังกรทมิฬ

เงาเลือด มังกรทมิฬ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!