โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 916 คำ
เสียงคร่ำครวญอันโหยหวนของสายลมยังคงโหมกระหน่ำ ปะทะเข้ากับกำแพงปราสาทมืดมิดราวกับพายุหิมะทมิฬ แสงสีม่วงคล้ำของอัสนีบาตยังคงฟาดฟันลงมาไม่หยุดหย่อน สาดส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของเหล่าภูตผีปีศาจที่เคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งรอบกาย ธารไท ยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางสมรภูมิอันบ้าคลั่ง ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังใจกลางของปราสาท ที่ซึ่งบัดนี้กำลังก่อตัวเป็นวังวนแห่งพลังงานอันดำมืด
“สมแล้วกับที่ได้รับขนานนามว่า ‘เทพทมิฬ’!” เสียงกึกก้องของจอมมารราชาดังขึ้น ราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาโดยตรง มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจที่แผ่กระจายไปทั่วทุกอณูของอากาศ “แต่เจ้ารู้หรือไม่ ธารไท ต่อให้เจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด สุดท้ายก็เป็นเพียงมดปลวกที่พยายามท้าทายบัลลังก์แห่งข้า!”
จอมมารราชาปรากฏกายขึ้นจากใจกลางของวังวนแห่งพลังงานนั้น ร่างกายของมันสูงใหญ่กำยำ ผิวหนังสีดำสนิทราวกับถ่านที่ถูกเผาไหม้ ดวงตาเป็นประกายสีแดงเพลิงที่ลุกโชนด้วยความอาฆาต ฟันแหลมคมที่เรียงรายจนเห็นเหงือกสีดำบ่งบอกถึงสัญชาตญาณของนักล่าที่โหดเหี้ยม เหนือศีรษะของมันมีมงกุฎสีดำประดับด้วยอัญมณีสีเลือดที่ส่องประกายอย่างน่าขนลุก ลำตัวของมันถูกพันธนาการด้วยโซ่แห่งความมืดที่สั่นไหวราวกับมีชีวิต
“ข้าไม่เคยคิดว่ามดปลวกอย่างเจ้าจะสามารถมาถึงที่นี่ได้” ธารไทเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยพลังที่มั่นคง ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือของเขา ส่องแสงสีทองอร่าม ตัดกับความมืดมิดรอบกาย “แต่ข้ามาที่นี่เพื่อยุติการปกครองอันโฉดเข็ญของเจ้า จอมมารราชา!”
“ยุติงั้นรึ?” จอมมารราชาหัวเราะเสียงดัง ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก “เจ้าคิดว่าดาบเล่มนั้นจะสามารถทำอะไรข้าได้รึ? นี่คือปราสาทของข้า! คืออาณาเขตแห่งความมืดมิด ที่ซึ่งพลังของข้าไร้ขีดจำกัด!”
พลัน! วังวนแห่งพลังงานสีดำรอบตัวจอมมารราชา ก็แปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงสีดำสนิทที่ลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว มันแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง ความร้อนที่แผ่ออกมานั้นสามารถหลอมละลายเหล็กกล้าได้ในพริบตา เหล่าภูตผีปีศาจที่อยู่รอบกายต่างส่งเสียงร้องด้วยความปีติยินดีราวกับได้เห็นเทพเจ้าของตน
“รับไปซะ! เพลิงโลกันตร์ของข้า!” จอมมารราชาตะโกนสุดเสียง พร้อมกับเหวี่ยงแขนขวาออกไป เปลวเพลิงสีดำสนิทพุ่งตรงเข้าใส่ธารไทราวกับสายน้ำที่หลากทะลัก
ธารไท ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เขายกดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นตั้งรับ ลมหายใจของเขาถูกควบคุมให้สม่ำเสมอ ร่างกายก็ถูกจัดวางในท่าเตรียมพร้อม “พลังแห่งแสงสว่าง จะเป็นเกราะกำบังข้าเอง!”
เมื่อเปลวเพลิงสีดำปะทะเข้ากับดาบศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการปะทะกันของสองพลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แสงสีทองอร่ามจากดาบปะทะกับเปลวเพลิงสีดำสนิท เกิดเป็นประกายไฟที่สว่างวาบไปทั่วทั้งสมรภูมิ เสียงดังราวกับฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหว
เปลวเพลิงสีดำไม่สามารถกลืนกินธารไทได้ แต่กลับถูกดาบศักดิ์สิทธิ์ปัดป้องไว้ได้ราวกับเป็นม่านพลังงาน แสงสีทองที่แผ่ออกมาจากดาบนั้น ค่อยๆ แผ่ขยายออกไป ปะทะกับเปลวเพลิงสีดำ และเริ่มสลายมันทีละน้อย
“เป็นไปไม่ได้!” จอมมารราชาคำรามด้วยความตกตะลึง “พลังแห่งแสงสว่างของเจ้า… มันแข็งแกร่งเกินไป!”
“พลังแห่งแสงสว่าง มิใช่สิ่งที่เจ้าจะเข้าใจได้ด้วยจิตใจที่มืดมิดของเจ้า” ธารไทกล่าวขณะที่ดาบในมือยังคงส่องประกาย “มันคือพลังแห่งความหวัง พลังแห่งการเสียสละ พลังแห่งชีวิต ซึ่งเจ้าไม่มีวันครอบครองได้!”
เมื่อเปลวเพลิงสีดำถูกสลายไปหมดแล้ว ธารไทก็ไม่รอช้า เขากระโจนเข้าใส่จอมมารราชาอย่างรวดเร็ว ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือถูกเหวี่ยงออกไปเป็นแนวเฉียง หมายจะตัดผ่านร่างกำยำนั้น
“บังอาจ!” จอมมารราชาคำรามอีกครั้ง มันยกแขนซ้ายขึ้น ปรากฏเป็นเกราะสีดำสนิทที่แข็งแกร่งราวกับหินผา ดาบศักดิ์สิทธิ์ปะทะเข้ากับเกราะนั้น เกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“เกราะของข้า… ทนทานต่อพลังทุกสรรพสิ่ง!” จอมมารราชาเย้ยหยัน
แต่คำพูดของมันก็จบลงเพียงเท่านั้น เมื่อธารไทใช้แรงทั้งหมดผลักดาบลงไป พลังแห่งแสงสว่างที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมก็พุ่งผ่านเกราะสีดำนั้น ราวกับจะเจาะทะลวงแก่นแท้ของมัน
“ไม่จริง!” จอมมารราชาตะโกนด้วยความเจ็บปวด เกราะสีดำที่เคยแข็งแกร่ง กลับมีรอยร้าวปรากฏขึ้น รอยร้าวเหล่านั้นขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“เกราะของเจ้า… ทนทานต่อสิ่งที่เจ้าเข้าใจ… แต่เจ้าไม่เข้าใจพลังที่แท้จริงของข้า!” ธารไทกล่าว พลางชักดาบกลับ
การปะทะกันครั้งนี้ ทำให้จอมมารราชาถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน บัดนี้กลับมีแววแห่งความประหลาดใจและไม่เชื่อสายตา
“เจ้า… เจ้ามีพลังที่สามารถทำลายเกราะของข้าได้จริงๆ รึ?” จอมมารราชาเอ่ยถาม เสียงสั่นเครือ
“ข้ามีพลังที่สามารถนำพาความยุติธรรมกลับคืนมา” ธารไทตอบ ดวงตาของเขายังคงส่องประกายอย่างแน่วแน่ “และเจ้า… คืออุปสรรคสุดท้ายที่ข้าต้องผ่านไป!”
ทันใดนั้น! เหล่าภูตผีปีศาจที่อยู่รอบกาย ก็ระเบิดพลังความมืดออกมาอีกครั้ง พวกมันกรูกันเข้ามารุมล้อมธารไท ราวกับฝูงหมาป่าที่หิวโหย
“อย่าคิดว่าเจ้าจะต่อกรกับข้าได้ตามลำพัง!” จอมมารราชาตะโกนสั่ง “บดขยี้มันเสีย! นำหัวของมันมาถวายข้า!”
เหล่าภูตผีปีศาจพากันพุ่งเข้าใส่ธารไทอย่างไม่คิดชีวิต เสียงร้องโหยหวนของพวกมันดังเสียดแทงโสตประสาท ธารไทหลับตาลง สูดลมหายใจลึกๆ เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในกาย พลังที่เขาได้รับมาจากเบื้องบน
“แม้พวกเจ้าจะมากเพียงใด… ก็มิอาจเทียบได้กับพลังแห่งศรัทธา” ธารไทกล่าว พลางลืมตาขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ แสงสีทองที่ส่องประกายออกจากดาบศักดิ์สิทธิ์ของเขา ก็สว่างวาบขึ้นยิ่งกว่าเดิม มันแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้างราวกับดวงอาทิตย์ดวงย่อมๆ ที่ปรากฏขึ้นกลางปราสาทมืด
“อัสนีบาตแห่งแสงสวรรค์!” ธารไทตะโกน พร้อมกับยกดาบขึ้นชี้ฟ้า
พลัน! ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยถูกปกคลุมด้วยเมฆดำและสายฟ้าสีม่วงคล้ำ ก็พลันเปิดออก เผยให้เห็นแสงสว่างสีทองอร่ามที่สาดส่องลงมา มันไม่ใช่แสงที่แสบตา แต่เป็นแสงที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการเยียวยา
ลำแสงสีทองบริสุทธิ์นั้น พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ตรงเข้าใส่เหล่าภูตผีปีศาจที่กำลังรุมล้อมธารไท
“ไม่นะ!” เหล่าภูตผีปีศาจร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัว เมื่อลำแสงสีทองปะทะเข้ากับร่างกายของพวกมัน ร่างกายที่ดำมืดราวกับเงามืดของพวกมัน ก็เริ่มสลายไปราวกับละอองน้ำที่โดนแสงแดด
เสียงกรีดร้องของพวกมันดังระงมไปทั่วทั้งสมรภูมิ ก่อนที่พวกมันจะแหลกลาญไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเถ้าธุลีสีดำที่ปลิวล่องลอยไปกับสายลม
“เป็นไปได้อย่างไร!?” จอมมารราชาตะโกนด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด ดวงตาของมันเบิกกว้าง ราวกับเห็นภาพที่เหนือจินตนาการ
“นี่คือพลังที่เจ้าไม่เคยสัมผัส… พลังแห่งการชำระล้าง” ธารไทกล่าว พลางลดดาบลง
เพียงชั่วพริบตาเดียว สมรภูมิที่เคยเต็มไปด้วยภูตผีปีศาจ กลับกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่า เหลือเพียงเขากับจอมมารราชาที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่
“เจ้า… เจ้าทำลายกองทัพของข้า… ในพริบตาเดียว…” จอมมารราชาเอ่ยเสียงสั่นเครือ ความเย่อหยิ่งผยองของมันเริ่มสั่นคลอน
“ข้ามาที่นี่เพื่อยุติการปกครองอันชั่วร้ายของเจ้า” ธารไทกล่าว “และบัดนี้… การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย… ก็จะเริ่มต้นขึ้น!”
จอมมารราชาจ้องมองธารไทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและความเกลียดชัง พลังที่แผ่ออกมาจากตัวมันนั้นรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ราวกับภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ
“ข้าจะฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้นๆ! และเอาหัวใจของเจ้าไปบูชายัญให้แก่ความมืด!” จอมมารราชาตะโกนก้อง
ธารไท ยืนหยัดอย่างสง่าผ่าเผย ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือยังคงส่องแสงสีทองอร่าม เตรียมพร้อมรับการโจมตีครั้งใหญ่จากจอมมารราชา
เบื้องหน้าของเขา คือใจกลางปราสาทมืด ที่ซึ่งกำลังก่อตัวเป็นพายุหมุนแห่งพลังงานสีดำอันดำมืดที่สุดเท่าที่เคยมีมา
การต่อสู้ที่แท้จริง… กำลังจะอุบัติขึ้น…

อัสนีบาต จารึกสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก