สายฟ้าสีม่วงทมิฬยังคงฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสวรรค์กำลังก่นด่าอาณาจักรแห่งความมืดมิดอันแสนชั่วร้าย แสงเจิดจ้าสาดส่องให้เห็นร่างของ ธารไท ยืนหยัดอย่างสง่างามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าภูตผีปีศาจ ดวงตาคมกริบของเขาทอประกายแห่งความแน่วแน่ ดาบในมือสั่นสะท้านด้วยพลังที่พร้อมจะปลดปล่อย
เสียงคร่ำครวญของสายลมยังคงดังอื้ออึง แต่ดูเหมือนจะแผ่วเบาลงเมื่อเทียบกับเสียงคำรามกึกก้องของเหล่าอสูรกายที่ดาหน้าเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน พวกมันมีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ผิวหนังสีเขียวคล้ำ ดวงตาแดงก่ำราวกับถ่านเพลิง กรงเล็บแหลมคมชี้ลงพื้นราวกับจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นชิ้นๆ
ธารไทไม่สะทกสะท้าน เขาคือบุตรแห่งสายฟ้า สังหารอมนุษย์มานับพันนับหมื่นครั้ง ประสบการณ์ในสนามรบอันโหดร้ายหล่อหลอมให้เขากลายเป็นนักรบที่ไร้เทียมทาน พลังอัสนีบาตที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเขาคืออาวุธร้ายแรงที่สุดที่เทพเจ้าประทานให้
"พวกแกมันก็แค่เศษเดนแห่งความมืด" ธารไทตะโกนก้อง เสียงของเขาดังกังวานราวกับเสียงสายฟ้าที่ฟาดลงมา "ไม่มีทางหยุดยั้งข้าได้!"
เขาเหวี่ยงดาบไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีขาวสว่างวาบพุ่งออกจากปลายดาบ กลายเป็นสายโซ่แห่งพลังที่รัดรึงเหล่าอสูรกายจนพวกมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะระเบิดออกเป็นผุยผง
แต่เหล่าอสูรกายกลับมีจำนวนมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ พวกมันมาจากทุกทิศทุกทาง ราวกับว่าความมืดมิดได้คลอดพวกมันออกมาไม่รู้จบ ธารไทต้องใช้ทักษะการต่อสู้ที่เหนือชั้นเข้าจัดการอย่างต่อเนื่อง ดาบของเขากวัดแกว่งไปมาราวกับสายลมที่พัดผ่าน คมดาบแหลมคมที่อาบไปด้วยพลังอัสนีบาตเฉือนผ่านร่างของเหล่าอสูรกายอย่างง่ายดาย
"ฮ่าๆๆ! เจ้าเด็กน้อย!" เสียงหัวเราะอันน่ารังเกียจดังมาจากเบื้องบน ธารไทเงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นเงาร่างขนาดมหึมากำลังลอยอยู่เหนือปราสาทมืด ร่างนั้นถูกปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำสนิท แสงสีม่วงคล้ำของอัสนีบาตสะท้อนกับเกล็ดเหล่านั้นจนเกิดประกายแสงที่น่าสะพรึงกลัว
"จอมมารราชา!" ธารไทอุทานด้วยความตื่นตระหนก แต่แววตาของเขาก็ยังคงฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น
จอมมารราชาคือกำเนิดแห่งความชั่วร้าย เป็นผู้ปกครองอาณาจักรแห่งความมืด เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ธารไทเคยเผชิญหน้ามา
"เจ้ากล้าดียังไงถึงเข้ามาในอาณาจักรของข้า!" เสียงของจอมมารราชาดังราวกับเสียงฟ้าร้อง "เจ้าจะได้รู้ซึ้งถึงความหมายของความสิ้นหวัง!"
จอมมารราชาเหวี่ยงกรงเล็บขนาดมหึมาลงมา หมายจะบดขยี้ธารไทให้แหลกคามือ ธารไทรีบกระโจนหลบอย่างรวดเร็ว กรงเล็บนั้นกระแทกพื้นจนเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ
"ข้ามาเพื่อปลดปล่อยโลกจากเงื้อมมือของเจ้า!" ธารไทตะโกนตอบ พลางรวบรวมพลังอัสนีบาตทั้งหมดที่มีไว้ในดาบ
แสงสีขาวสว่างวาบโอบล้อมดาบของธารไท พลังที่รุนแรงจนแทบจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แตกสลาย ธารไทพุ่งตัวขึ้นไปหาจอมมารราชาด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้า
"อัสนีบาตพิฆาต!"
ดาบของธารไทฟาดลงไปบนกรงเล็บของจอมมารราชาอย่างแรง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แสงสีขาวสว่างวาบจนแทบจะทำให้ตาบอด
จอมมารราชารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน กรงเล็บของมันถูกฟันจนเป็นรอยลึก เลือดสีดำไหลซึมออกมา
"เป็นไปไม่ได้!" จอมมารราชาร้องเสียงหลง "เจ้าไม่มีทางทำร้ายข้าได้!"
มันสะบัดกรงเล็บอย่างแรงเพื่อจะปลดปล่อย ธารไทเกาะกุมดาบไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีผลักดันดาบให้ลึกเข้าไปอีก
"ข้าจะทำให้เจ้าสิ้นซาก!" ธารไทตะโกนอย่างเด็ดเดี่ยว
ในขณะเดียวกัน เหล่าอสูรกายที่เหลืออยู่ก็ดาหน้าเข้ามาหมายจะสังหารธารไท แต่พวกมันก็ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าทหารกล้าที่ติดตามธารไทมา พวกเขาคือทายาทแห่งแสง ผู้ที่จะร่วมต่อสู้เพื่อขับไล่ความมืดมิด
"ปกป้องท่านธารไท!" หัวหน้าทหารกล้าตะโกนก้อง "อย่าให้พวกมันเข้าใกล้ได้!"
เหล่าทหารกล้าต่อสู้กับเหล่าอสูรกายอย่างไม่ย่อท้อ แม้ว่าพวกเขาจะเสียเปรียบในด้านจำนวนและพละกำลัง แต่จิตใจที่แน่วแน่และความมุ่งมั่นที่จะปกป้องโลกจากความมืดก็เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่
ธารไทรู้สึกถึงพลังที่ถาโถมเข้ามา เขาหายใจลึกๆ ก่อนจะปล่อยพลังอัสนีบาตทั้งหมดที่มีออกไป
"สวรรค์ประทาน... อัสนีบาต... จารึก... สวรรค์!"
แสงสีขาวสว่างวาบโอบล้อมธารไทจนร่างของเขาแทบจะหายไปในแสงนั้น พลังที่รุนแรงมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาจากดาบ พุ่งเข้าใส่จอมมารราชาอย่างรุนแรง
จอมมารราชาพยายามจะป้องกันตัวเอง แต่มันไม่สามารถต้านทานพลังอันมหาศาลของธารไทได้ ร่างของมันถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ก่อนที่จะระเบิดออกเป็นแสงสีดำสว่างวาบ
"ไม่!!! ข้า... จะ... ไม่... ยอม..."
เสียงของจอมมารราชาดังแผ่วเบา ก่อนจะหายไปตลอดกาล
เมื่อจอมมารราชาถูกสังหาร เหล่าอสูรกายก็อ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว พวกมันกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะสลายไปกับอากาศธาตุ
สายฟ้าสีม่วงทมิฬที่เคยฟาดฟันอย่างบ้าคลั่งก็เริ่มสงบลง ท้องฟ้าที่เคยเต็มไปด้วยเมฆดำมืดก็เริ่มสว่างไสวขึ้น
ธารไททรุดตัวลงคุกเข่า ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล แต่ดวงตาของเขายังคงฉายประกายแห่งชัยชนะ
"เราทำได้..." เขาพึมพำเบาๆ
เหล่าทหารกล้าที่รอดชีวิตต่างวิ่งเข้ามาหาธารไท พวกเขามอบเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะให้แก่เขา
"ท่านธารไท! ท่านทำได้!"
"เราชนะแล้ว! เราขับไล่จอมมารราชาได้แล้ว!"
ธารไทลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เขามองไปยังปราสาทมืดที่บัดนี้กำลังถูกทำลายลงไปทีละน้อย
"นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น..." เขาพูดเสียงเครียด "ยังมีศัตรูอีกมากมายที่รอเราอยู่"
เขาหันกลับไปมองเหล่าทหารกล้า "เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งต่อไป"
ทันใดนั้นเอง เสียงดังกึกก้องก็ดังขึ้นมาจากใจกลางปราสาทมืดที่กำลังจะถล่มลงมา
"ฮ่าๆๆๆ... เจ้าเด็กน้อย... คิดว่าจะจบแค่นี้งั้นรึ?"
เสียงนั้นดังฟังชัดเจน แม้ว่าจอมมารราชาจะถูกสังหารไปแล้วก็ตาม
ธารไทเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "เป็นไปไม่ได้... เขาตายไปแล้วนี่!"
เงาร่างสีดำทะมึนขนาดมหึมาค่อยๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังของปราสาทมืด ร่างนั้นมีขนาดใหญ่กว่าจอมมารราชาก่อนหน้าหลายเท่า ร่างกายของมันถูกปกคลุมไปด้วยเกราะสีดำสนิทที่แข็งแกร่งกว่าหินผา ดวงตาสีแดงฉานของมันส่องประกายแห่งความอาฆาตแค้น
"ข้าคือ 'เงาแห่งความสิ้นหวัง'... จอมมารที่แท้จริง!" เสียงนั้นดังราวกับมาจากนรกภูมิ "เจ้า... กล้าดียังไง... ถึงปลุกข้าขึ้นมา!"
ธารไทรู้สึกถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากเงาร่างนั้น พลังนั้นรุนแรงกว่าที่เขาเคยสัมผัสมาทั้งหมด
"นี่มันอะไรกัน..." เขาพึมพำด้วยความหวาดหวั่น
เหล่าทหารกล้าต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่น พวกเขายังไม่ทันได้ฉลองชัยชนะ ก็ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
"เรา... เราจะทำยังไงดีท่านธารไท?" หัวหน้าทหารกล้าถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ธารไทกำหมัดแน่น ดวงตาของเขายังคงฉายประกายแห่งความแน่วแน่ แม้จะเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดก็ตาม
"ไม่ว่ามันจะเป็นใคร... ข้าก็จะสู้จนถึงที่สุด!"
เขาเงยหน้ามองเงาแห่งความสิ้นหวังที่กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นตรงหน้า "ถึงเวลาแล้ว... ที่ข้าจะต้องใช้พลังที่แท้จริงของข้า!"
แสงสีขาวสว่างวาบโอบล้อมร่างของธารไทอีกครั้ง พลังอัสนีบาตที่บริสุทธิ์และรุนแรงที่สุดกำลังถูกปลุกขึ้นมา... การต่อสู้ที่แท้จริง... กำลังจะเริ่มต้นขึ้น!

อัสนีบาต จารึกสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก