ตอนที่ 9 — อัสนีบาต สลายมาร
อัสนีบาต จารึกสวรรค์ · 30 ตอน
สายฟ้าสีม่วงทมิฬยังคงฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสวรรค์กำลังก่นด่าอาณาจักรแห่งความมืดมิดอันแสนชั่วร้าย แสงเจิดจ้าสาดส่องให้เห็นร่างของ ธารไท ยืนหยัดอย่างสง่างามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าปิศาจและทหารที่ล้มตาย แผ่นดินสั่นสะเทือนทุกครั้งที่อัสนีบาตประทุลงมา แต่ธารไทหาได้หวั่นไหวไม่ ราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนอันแผ่วเบา
เบื้องหน้าของเขา คือร่างใหญ่โตมโหฬารของจอมมารราชา กายของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิทที่สะท้อนแสงอัสนีบาตวูบวาบ ดวงตาสีแดงฉานราวกับถ่านเพลิงลุกโชน จ้องมองมาที่ธารไทด้วยความโกรธแค้นที่ปะทุยิ่งกว่าสายฟ้าที่กำลังระเบิดอยู่รอบกาย รัศมีแห่งความมืดมิดแผ่ออกมาปกคลุมบริเวณนั้น ทำให้เหล่าอัสนีบาตสีม่วงดูราวกับจะอ่อนกำลังลงเมื่อปะทะเข้ากับม่านพลังอันชั่วร้ายนั้น
"แก... เจ้ามนุษย์กระจ้อยร่อย!" เสียงก้องกังวานของจอมมารราชาดังกึกก้องไปทั่วสมรภูมิ "คิดจะมาหยามข้าถึงใจกลางอาณาจักรแห่งความมืดของข้าอย่างนั้นหรือ! กล้าดีอย่างไร!"
ธารไทยังคงยืนนิ่ง ไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด แต่กลับยกมือขวาขึ้น ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับด้ามดาบศักดิ์สิทธิ์ที่สลักเสลาด้วยอักษรรูนแห่งแสง ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองอร่ามออกมา แสงนั้นสาดส่องขับไล่ความมืดมิดที่จอมมารราชาแผ่ออกมาให้ถอยร่นไป
"ข้ามาเพื่อปลดปล่อยโลกจากความมืดมิดอันโสมมของแก!" เสียงของธารไทดังขึ้นอย่างสงบนิ่ง แต่กลับมีความหนักแน่นและอำนาจที่สั่นสะเทือนถึงจิตวิญญาณของทุกสรรพสิ่ง "แกได้เบียดเบียนและกดขี่ผู้บริสุทธิ์มานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาแล้วที่สวรรค์จะพิพากษา!"
คำพูดของธารไทราวกับจุดชนวนให้ความโกรธของจอมมารราชาปะทุถึงขีดสุด มันคำรามลั่น กรงเล็บสีดำยาวเฟื้อยที่แหลมคมราวกับใบมีดถูกชักออกมาจากอุ้งมือ ดวงตาของมันลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
"พิพากษาอย่างนั้นหรือ! แกต่างหากที่สมควรถูกพิพากษา! ข้าคือผู้ที่สวรรค์เลือกให้ปกครองโลกนี้! ความมืดคือความจริงแท้! แสงสว่างคือภาพลวงตา!"
จอมมารราชาไม่รอช้า มันพุ่งเข้าใส่ธารไทด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ แม้จะมีขนาดมหึมา แต่การเคลื่อนไหวนั้นกลับว่องไวราวกับพยัคฆ์ร้าย กรงเล็บทั้งสองข้างฟาดฟันลงมาหมายจะฉีกร่างของธารไทให้เป็นชิ้นๆ
แต่ธารไทนั้นไม่ใช่คนธรรมดา เขาคือผู้ถูกเลือกคืออัสนีบาตแห่งแสงสวรรค์!
ในเสี้ยววินาทีที่กรงเล็บของจอมมารราชาจะสัมผัสร่าง ธารไทก็วาดดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาปัดป้อง การปะทะกันของกรงเล็บมารและดาบแสงก่อให้เกิดประกายไฟสีขาวสว่างวาบ พร้อมกับเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยกออกจากกัน
แรงปะทะนั้นรุนแรงเสียจนพื้นปราสาทที่รองรับร่างของทั้งสองเริ่มร้าวระแหง แต่ธารไทก็ยังยืนหยัดมั่นคง ไม่กระดิกแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขาฉายแววสงบนิ่ง ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้า
"แค่นี้เองหรือ? พลังของจอมมารราชาที่เลื่องลือ?" ธารไทกล่าวเย้ยหยัน สายตาจับจ้องไปยังกรงเล็บของจอมมารราชาที่ถูกดาบแสงของเขาต้านไว้
"อย่ามาโอ้อวด!" จอมมารราชาคำราม พยายามออกแรงกดลงไปอีก แต่ดูเหมือนว่าดาบแสงของธารไทจะหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าขุนเขาเสียอีก
"แกเองนั่นแหละที่ประมาท" ธารไทกล่าวพลางยกขาขึ้นเตะเข้าที่ท้องของจอมมารราชาอย่างรวดเร็ว แรงเตะเพียงครั้งเดียวนั้นกลับส่งผลมหาศาล ราวกับถูกอัสนีบาตฟาดเข้าใส่ จอมมารราชาเสียหลักกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
"อ๊ากกก!" เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของจอมมารราชาดังขึ้น มันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีมนุษย์ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้
"นี่คือพลังแห่งสวรรค์ที่แกไม่เคยรู้จัก" ธารไทกล่าวพลางก้าวเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ แสงสีทองรอบกายของเขาสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ
จอมมารราชาปัดกวาดดวงตาสีแดงฉานไปรอบกาย มันเห็นซากศพของเหล่าปิศาจที่ล้มตายเกลื่อนกลาด มันเห็นเหล่าทหารมารที่ถูกธารไทสังหารไปมากมายก่อนหน้านี้ พลังของธารไทนั้นไม่ใช่สิ่งที่มันจะสามารถมองข้ามได้
"แก... แกมันปีศาจร้ายในคราบของเทพ!" จอมมารราชาตะโกน แววตาฉายชัดถึงความหวาดกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้น
"ข้าคือผู้ที่จะกำจัดความชั่วร้ายให้สิ้นไป" ธารไทตอบกลับอย่างเยือกเย็น "และแกคือเป้าหมายต่อไปของข้า!"
พลัน! อัสนีบาตสีม่วงทมิฬที่เคยฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง กลับอ่อนกำลังลง ราวกับจะถอยหนีพลังอันบริสุทธิ์ของธารไท ท้องฟ้าที่เคยดำมืดเริ่มปรากฏรอยร้าวของแสงสีทองส่องลอดเข้ามา
จอมมารราชาเห็นดังนั้น ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น มันรู้ดีว่านี่คือสัญญาณแห่งความพ่ายแพ้ พลังแห่งความมืดของมันกำลังจะถูกพลังแห่งแสงสวรรค์ขับไล่ไป
"เป็นไปไม่ได้!" มันคำรามพลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว พลังแห่งความมืดที่รุนแรงที่สุดเริ่มก่อตัวขึ้นรอบกาย รัศมีสีดำสนิทแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว พยายามจะกลืนกินแสงสว่างที่เริ่มปรากฏขึ้น
"แกจะทำอะไรก็เชิญ" ธารไทกล่าวพลางยกดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้น "ข้าพร้อมเสมอที่จะเผชิญหน้ากับแก!"
จอมมารราชาคำรามอย่างบ้าคลั่ง มันรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นอีกหลายเท่าตัว เกล็ดสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นแหลมคมยิ่งกว่าเดิม ราวกับว่ามันกำลังจะกลายร่างเป็นอสูรกายในตำนาน
"แกจะต้องตาย! แกจะต้องถูกกลืนกินไปพร้อมกับแสงสว่างจอมปลอมนั้น!"
มันปล่อยพลังแห่งความมืดทั้งหมดเข้าใส่ธารไทอย่างบ้าคลั่ง พลังนั้นก่อตัวเป็นลูกบอลสีดำขนาดมหึมาที่มีพลังทำลายล้างสูงยิ่งกว่าระเบิดอัสนีบาตใดๆ ที่เคยเกิดขึ้น
ธารไทไม่หวั่นไหว เขากลับหลับตาลงชั่วครู่ แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ราวกับกำลังสื่อสารกับสวรรค์
"ขอพลังแก่ข้า..."
เมื่อเขาลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยแสงสีทองอันเจิดจ้ากว่าเดิม ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ปลายดาบชี้ขึ้นสู่ท้องฟ้า
"อัสนีบาต... จารึกสวรรค์!"
ทันใดนั้นเอง! อัสนีบาตสีม่วงทมิฬที่เคยอ่อนกำลังลง กลับถูกเรียกกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมิได้มีลักษณะดุร้ายและบ้าคลั่งอีกต่อไป มันกลายเป็นสายฟ้าสีทองอร่ามอันบริสุทธิ์ ส่องแสงเจิดจ้าจนยากจะมอง ดวงตาของธารไทเบิกกว้างขึ้นอีกเท่าตัว
เขากวัดแกว่งดาบศักดิ์สิทธิ์ลงอย่างรวดเร็ว!
สายฟ้าสีทองอร่ามหลายสายฟาดลงมาจากท้องฟ้า ประสานเข้ากับพลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ธารไทปลดปล่อยออกมา เกิดเป็นลำแสงสีทองอันเจิดจ้า พุ่งเข้าปะทะกับลูกบอลพลังแห่งความมืดของจอมมารราชา
เกิดการปะทะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาณาจักรแห่งความมืด แสงสว่างสีทองสาดส่องไปทุกหนทุกแห่ง บดบังทัศนียภาพอันมืดมิดไปโดยสิ้นเชิง แรงระเบิดนั้นรุนแรงจนทำให้ปราสาทมืดทั้งหลังสั่นคลอน ราวกับจะพังทลายลงมา
ธารไทยืนหยัดอยู่ท่ามกลางแสงสว่างอันเจิดจ้า เขาคือจุดศูนย์กลางของพายุอัสนีบาตแห่งสวรรค์ พลังที่หลั่งไหลเข้ามาในตัวเขานั้นมหาศาลจนร่างกายเกือบจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
เมื่อแสงสว่างค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นภาพเบื้องหน้า...
ลูกบอลพลังแห่งความมืดของจอมมารราชาได้สลายไปสิ้น!
แต่จอมมารราชาเล่า?
มันยืนตัวสั่นเทา เกล็ดสีดำสนิทบนกายมีรอยไหม้เกรียม แสงสีแดงในดวงตาเริ่มเลือนราง ร่างกายที่เคยใหญ่โตมหึมากลับหดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
"เป็นไป... ไม่ได้..." เสียงของมันอ่อนแรงลงอย่างสิ้นเชิง
ธารไทก้าวเดินเข้าไปหาจอมมารราชาอย่างช้าๆ ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือยังคงส่องประกายสีทองอ่อนๆ
"แกพ่ายแพ้แล้ว" ธารไทกล่าว "พลังแห่งความมืดของแกไม่อาจต้านทานพลังแห่งแสงสวรรค์ได้"
จอมมารราชาพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่มันไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแล้ว มันมองธารไทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"ถึงแกจะชนะวันนี้... แต่ความมืดก็ยังคงอยู่... มันจะกลับมา... เสมอ..."
"ข้าจะคอยอยู่เสมอ" ธารไทตอบรับ "จนกว่าความมืดจะหมดไปจากโลกนี้อย่างแท้จริง"
เขายกดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นอีกครั้ง ปลายดาบชี้ตรงไปยังใจกลางร่างของจอมมารราชา
"ถึงเวลาที่แกจะต้องชดใช้... สำหรับบาปทั้งหมดที่แกได้ก่อขึ้น!"
แสงสีทองจากดาบศักดิ์สิทธิ์สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง พุ่งเข้าใส่ร่างของจอมมารราชาอย่างรวดเร็ว
ความมืดมิดกำลังจะถูกสลายไป... หรือนี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามที่ใหญ่กว่าเดิม?
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก