ตอนที่ 10 —

อัสนีบาต จารึกสวรรค์ · 30 ตอน

ตอนที่ 10 — พายุพิโรธ บัลลังก์มารระอุ

สายฟ้าสีม่วงทมิฬยังคงฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสวรรค์กำลังก่นด่าอาณาจักรแห่งความมืดมิดอันแสนชั่วร้าย แสงเจิดจ้าสาดส่องให้เห็นร่างของ ธารไท ‌ยืนหยัดอย่างสง่างามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าปิศาจที่ร่วงหล่นดุจใบไม้แห้ง ทุกอณูอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพลังที่ปะทุ ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือของเขายังคงเรืองรองด้วยแสงแห่งอัสนี ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกถึงพลังอันไร้ขอบเขตที่แผ่ออกมา

เสียงกึกก้องของการปะทะกันของคมดาบและเสียงร้องโหยหวนของเหล่ามารยังคงดังระงม แต่ ณ ใจกลางของความโกลาหลนั้น กลับมีเพียงความเงียบสงัดที่ปกคลุมบัลลังก์มืด ​ซึ่งเป็นที่ตั้งของจอมมารราชา อัซโธราห์ ผู้ปกครองอาณาจักรแห่งนี้มานับพันปี ดวงตาของจอมมารทอประกายแห่งความเดือดดาล เมื่อมองเห็นมนุษย์ผู้เดียวที่กล้าหาญพอจะมาเหยียบย่ำดินแดนแห่งความตายนี้

"เจ้า... เจ้าคือผู้ใดกันแน่?" เสียงของอัซโธราห์ดังก้องราวกับฟ้าร้อง สะท้อนก้องไปทั่วโถงบัลลังก์อันมืดมิด ‍"กล้าดียังไงมาปลุกเร้าความพิโรธแห่งสวรรค์ต่อหน้าข้า!"

ธารไทเชิดหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีเงินยวงราวกับดวงดาวที่ส่องสว่างในยามราตรี "ข้าคือธารไท ผู้สังหารความมืดมิด ผู้นำพาสวรรค์มาพิพากษาอาณาจักรแห่งมารของเจ้า!"

สิ้นเสียง ร่างของธารไทก็พลันเคลื่อนไหว เร็วดุจสายฟ้า เขาพุ่งเข้าใส่จอมมารราชาด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ ‌ดาบศักดิ์สิทธิ์ถูกยกขึ้น ปลายดาบสาดแสงสีทองอร่าม ผสมผสานกับสายฟ้าสีม่วงทมิฬที่ฟาดฟันลงมาอย่างต่อเนื่อง สร้างเป็นพายุแห่งพลังที่ยากจะต้านทาน

อัซโธราห์หัวเราะเยาะ เสียงหัวเราะของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กำลังกัดกินทุกสรรพสิ่ง "พิพากษา? ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้ามนุษย์โง่เขลา! ‍ความมืดมิดคือแก่นแท้ของจักรวาล และข้าคือตัวแทนแห่งมัน! เจ้าคิดว่าพลังอันฉาบฉวยของสวรรค์จะสามารถทำอะไรข้าได้งั้นหรือ?"

พลันนั้น ร่างของอัซโธราห์ก็พลันแปรเปลี่ยน เขาขยายร่างใหญ่โตขึ้นจนสูงเทียมเพดานโถงบัลลังก์ ผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับถ่านที่ถูกเผาไหม้ ดวงตาแดงก่ำราวกับถ่านเพลิงแผ่รังสีแห่งความชั่วร้ายออกมา มือทั้งสองข้างที่ใหญ่โตราวกับต้นไม้ยักษ์ก็พลันปรากฏกรงเล็บแหลมคมที่สาดประกายดำมืด

"บัดนี้ ​เจ้าจะได้ประจักษ์ถึงพลังที่แท้จริงของ 'จอมมารราชา'!" อัซโธราห์คำราม กรงเล็บของเขาฟาดฟันลงมาอย่างรวดเร็ว สร้างแรงลมที่กระแทกธารไทให้กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว

แต่ธารไทก็ยังคงตั้งมั่น เขากระโจนกลับขึ้นมาอีกครั้ง ดาบในมือสาดแสงเจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง "พลังแห่งสวรรค์มิได้ฉาบฉวย! ​มันคือความยุติธรรมอันนิรันดร์! และมันจะชำระล้างความสกปรกของเจ้าให้สิ้นซาก!"

เขาหมุนดาบเป็นวงกลม ปลดปล่อยพลังอัสนีที่รุนแรงกว่าเดิม สายฟ้าสีม่วงทมิฬนับพันเส้นพุ่งเข้าใส่ร่างมหึมาของอัซโธราห์ แต่ละเส้นราวกับหอกแห่งสวรรค์ที่เจาะทะลวงทุกอุปสรรค

"ไร้ประโยชน์!" อัซโธราห์ตะโกน ร่างกายของเขาพลันเปล่งแสงสีดำทะมึนออกมา ปกคลุมทั่วร่าง ​ราวกับเป็นเกราะกำบังที่ไร้เทียมทาน สายฟ้าทุกเส้นที่พุ่งเข้าใส่ร่างของเขาล้วนถูกดูดกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

"เจ้าคิดว่าเกราะกำบังแห่งความมืดนี้จะต้านทานข้าได้งั้นหรือ?" เสียงของธารไทราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยพลังอันหนักแน่น "นี่คือเพียงการเริ่มต้น!"

ธารไทหลับตาลง เขาตั้งสมาธิ รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี สมาธิของเขาหยั่งลึกไปถึงแก่นแท้ของสวรรค์ สัมผัสได้ถึงสายลมที่พัดพากลิ่นอายแห่งพลังบริสุทธิ์ จากนั้น เขาก็พลันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาสว่างไสวกว่าเดิม ราวกับมีดวงดาวสองดวงสถิตอยู่ภายใน

"อัสนีบาต… ทัณฑ์สวรรค์!"

พลันนั้น ท้องฟ้าเหนือปราสาทมืดก็พลันแปรเปลี่ยน จากที่เคยมีแต่สายฟ้าสีม่วงทมิฬ กลับกลายเป็นท้องฟ้าที่สาดแสงสีทองอร่ามเจิดจ้า แสงนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับดวงอาทิตย์กำลังถือกำเนิดขึ้นใหม่

อัซโธราห์รู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความหวาดหวั่น "เป็นไปไม่ได้! พลังแบบนี้... มันไม่ใช่ของสวรรค์ธรรมดา!"

"เจ้าจะได้ประจักษ์ถึงความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง!" ธารไทตะโกน เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วสมรภูมิ

จากท้องฟ้าที่สว่างจ้า สายฟ้าสีทองเส้นมหึมาอันเจิดจ้าได้ฟาดผ่าลงมาอย่างรวดเร็ว มันมิได้เพียงฟาดฟันลงมา แต่ดูเหมือนจะเจาะทะลวงมิติแห่งความมืดมิดของปราสาทมืดมาโดยตรง พลังของมันรุนแรงเสียจนพื้นดินสั่นสะเทือน โถงบัลลังก์ที่เคยแข็งแกร่งก็เริ่มแตกร้าว

อัซโธราห์พยายามใช้พลังแห่งความมืดของตนเองเพื่อต้านทาน แต่มันก็ราวกับฟางที่พยายามต้านทานแรงลมพายุ สายฟ้าสีทองนั้นมีความบริสุทธิ์และทรงพลังเกินกว่าที่พลังแห่งความมืดจะสามารถต้านทานได้

"ไม่! ข้าจะไม่ยอมแพ้!" อัซโธราห์คำราม เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่ตนมี พยายามสร้างสนามพลังแห่งความมืดขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันก็สายเกินไป

สายฟ้าสีทองเส้นมหึมาได้ฟาดเปรี้ยงลงมาโดยตรงที่ร่างของอัซโธราห์ แสงสว่างเจิดจ้าจนไม่อาจลืมตาได้ เสียงระเบิดดังกึกก้องราวกับภูเขาถล่ม ร่างมหึมาของอัซโธราห์ถูกพลังแห่งอัสนีบาตทัณฑ์สวรรค์เผาไหม้ มันเปล่งแสงสีดำที่ค่อยๆ จางหายไป พร้อมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองของจอมมาร

เมื่อแสงสว่างจางหายไป ธารไทก็ยืนอยู่เพียงลำพังในโถงบัลลังก์ที่พังทลาย เศษซากปรักหักพังกระจัดกระจายไปทั่ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ บัลลังก์อันดำมืดที่เคยเป็นที่ประทับของจอมมารราชา บัดนี้เหลือเพียงเถ้าถ่านที่กำลังปลิวไปตามแรงลม

"จอมมารราชา... จบสิ้นแล้ว" ธารไทกล่าวเบาๆ สายตาของเขายังคงมองไปยังจุดที่อัซโธราห์เคยยืนอยู่

แต่แล้ว ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางเถ้าถ่านเหล่านั้น ร่างกายของอัซโธราห์ที่เคยถูกเผาไหม้กลับพลันสั่นไหว พลังงานบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง แม้จะอ่อนแรงลงมาก แต่มันก็ยังคงมีอยู่

"เจ้า... เจ้าคิดว่าเจ้าชนะข้าแล้วอย่างนั้นรึ?" เสียงของอัซโธราห์แหบพร่า แต่ยังคงเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น "นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของการเกิดใหม่! เจ้าจะไม่มีวันทำลายความมืดมิดที่แท้จริงได้!"

จากกองเถ้าถ่านนั้น แสงสีดำเล็กๆ ดวงหนึ่งก็พลันสว่างวาบขึ้น มันค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างที่เล็กลงเรื่อยๆ แต่แฝงไว้ด้วยพลังอันดำมืดที่น่าสะพรึงกลัว

ธารไทเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "เป็นไปไม่ได้! พลังของอัสนีบาตทัณฑ์สวรรค์ควรจะทำลายทุกสิ่งให้สิ้นซาก!"

แสงสีดำนั้นค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นดิน มันคือเศษเสี้ยววิญญาณของอัซโธราห์ ที่รอดพ้นจากการทำลายล้างอันสมบูรณ์ มุ่งหน้าไปยังทางออกของปราสาทมืด ราวกับกำลังหลบหนี

"เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!" ธารไทตะโกน เขากำดาบในมือแน่น เตรียมพร้อมที่จะไล่ตาม แต่ทันใดนั้นเอง สมรภูมิภายนอกก็พลันกลับมาปั่นป่วนอีกครั้ง

เสียงเหล่าปิศาจที่เหลืออยู่ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับพลังงานแห่งความมืดที่พวยพุ่งออกมาจากส่วนลึกของปราสาทมืด มันคือการปกป้องที่ทำให้ธารไทไม่สามารถละสายตาไปจากสมรภูมิที่กำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้งได้

ธารไทหันกลับมามองแสงสีดำที่กำลังลอยห่างออกไป เขาตระหนักได้ว่า การต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น... เขาจะต้องหยุดยั้งการเกิดใหม่ของจอมมารราชาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!