อัสนีบาต จารึกสวรรค์

ตอนที่ 13 — อัสนีพิโรธ ปราการแห่งมารสั่นคลอน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 798 คำ

สายฟ้าสีม่วงทมิฬยังคงฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสวรรค์กำลังก่นด่าอาณาจักรแห่งความมืดมิดอันแสนชั่วร้าย แสงเจิดจ้าสาดส่องให้เห็นร่างของ ธารไท ยืนหยัดอย่างสง่างามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าปีศาจที่ถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว แต่ก็ไม่อาจกลบรัศมีแห่งพลังอันบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายออกมาจากร่างของเขาได้ ดาบเล่มยาวคู่ใจที่สลักเสลาด้วยอักขระโบราณเปล่งแสงสีทองอร่าม ‌พร้อมรับมือกับการเผชิญหน้าครั้งสำคัญ

จอมมารราชา ผู้ปกครองอาณาจักรแห่งความมืดมิดมานับพันปี ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าธารไท ดวงตาของมันแดงก่ำดุจถ่านเพลิง สะท้อนภาพความพยาบาทและความแค้นที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ร่างกายมหึมาที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำสนิทราวกับหินออบซิเดียน แผงคอที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมสั่นสะเทือนเล็กน้อย แสดงถึงความเดือดดาลที่ถูกยั่วยุ ​อากาศรอบตัวจอมมารราชาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เล่าปี่ที่แข็งกร้าวก่อตัวขึ้นรอบกาย ราวกับจะบีบคั้นทุกสรรพสิ่งให้มอดไหม้

“แก… มนุษย์ชั้นต่ำ… กล้าดียังไงถึงเหยียบย่างเข้ามาในปราการแห่งนี้!” เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด ดังสะท้อนไปทั่วโถงกว้างของปราสาทมืด สั่นสะเทือนแม้กระทั่งกระดูกของเหล่าปิศาจที่ยังหลงเหลืออยู่

ธารไทไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ‍เขากระชับด้ามดาบในมือให้แน่นขึ้น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ข้ามาเพื่อปลดปล่อยโลกใบนี้จากความมืดมิดที่แกสร้างมานานนับพันปี จอมมารราชา! วันนี้คือวันสิ้นสุดของอำนาจแก!”

“โง่เขลา! เจ้าคิดว่าพลังอันน้อยนิดของมนุษย์จะสามารถต่อกรกับข้าได้หรือ!” จอมมารราชาหัวเราะเสียงดังเย้ยหยัน ‌“ข้าคือผู้ที่สวรรค์เองยังต้องเกรงกลัว! คือผู้ที่อำนาจมืดมิดทั้งปวงต้องก้มหัวให้!”

ทันใดนั้น จอมมารราชาสะบัดมือ พลังงานสีดำทมิฬอันมหาศาลพวยพุ่งออกมาเป็นลำแสงพุ่งตรงเข้าใส่ธารไท ดาบแห่งแสงของธารไทส่องประกายสว่างวาบ เขาเงื้อดาบขึ้นรับ พลังงานสีทองอร่ามปะทะเข้ากับพลังงานสีดำ เกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า ‍แสงสว่างและเงามืดต่อสู้กันอย่างดุเดือด

“พลังของสวรรค์… เป็นเพียงเครื่องมือของผู้ที่โง่เขลา! เมื่อข้าพิชิตมันได้ โลกก็จะตกเป็นของข้า!” จอมมารราชาตะโกนก้อง พลังงานสีดำทมิฬทวีความรุนแรงขึ้นอีก สายฟ้าสีม่วงทมิฬที่ฟาดฟันจากเบื้องบนก็ดูเหมือนจะตอบสนองต่อคำพูดของมัน ราวกับจะสาดพลังงานแห่งความโกรธเกรี้ยวเข้าใส่ร่างของธารไท

ธารไทกัดฟันกรอด ​เขาผลักพลังงานของจอมมารราชาออกไปจนสุดกำลัง เหงื่อไหลซึมไปทั่วร่าง แต่ดวงตาของเขายังคงฉายแววแน่วแน่ “แกพูดผิด! พลังนี้ไม่ใช่เครื่องมือ… แต่มันคือเจตจำนง! เจตจำนงที่จะปกป้อง! เจตจำนงที่จะไม่ยอมแพ้!”

ขณะที่ธารไทกำลังเผชิญหน้ากับจอมมารราชาอยู่นั้น ​เหล่าปิศาจที่ยังหลงเหลืออยู่ก็เริ่มกรูกันเข้ามาหมายจะรุมสังหารเขา ทว่าธารไทก็ไม่ได้เสียสมาธิไปแม้แต่น้อย เขากวัดแกว่งดาบไปมาอย่างรวดเร็ว ดาบแห่งแสงฟาดฟันเหล่าปิศาจราวกับใบมีดอันคมกริบ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่ว เมื่อคมดาบของเขาผ่าร่างของพวกมันขาดสอง

“พวกแก… จงกลับไปสู่นรกภูมิที่พวกแกจากมา!” ธารไทตะโกนก้อง ​พลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาขยายใหญ่ขึ้น เขาไม่ได้ใช้เพียงกำลังกาย แต่ยังปลดปล่อยพลังจิตอันมหาศาลออกมาด้วย

พลัน! แสงสีทองอร่ามก็แผ่ขยายวงกว้างออกไปจากร่างของธารไท มันสว่างเจิดจ้าเสียจนเหล่าปิศาจที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของพวกมันเริ่มที่จะลุกไหม้เป็นเปลวไฟสีทองอย่างช้าๆ

“นี่มัน… เป็นไปได้ยังไง!” จอมมารราชาคำรามด้วยความตกตะลึง มันไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้มาก่อน พลังที่บริสุทธิ์และรุนแรงถึงเพียงนี้ ไม่ใช่พลังของมนุษย์ธรรมดาแน่นอน

“พลังแห่งอัสนี… จารึกสวรรค์! มันคือพลังที่สวรรค์มอบให้ผู้ที่คู่ควร!” ธารไทประกาศก้อง ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยแสงสีทองที่สว่างยิ่งกว่าเดิม “และข้า… คือผู้ถูกเลือก!”

เมื่อกล่าวจบ ธารไทก็ยกดาบขึ้นสูงจรดฟ้า ทันใดนั้น! สายฟ้าสีทองอร่ามก็ฟาดผ่าลงมาจากเบื้องบน สลายก้อนเมฆสีม่วงทมิฬที่ปกคลุมท้องฟ้าให้แตกกระจายออกไปราวกับเศษแก้ว แสงแห่งสายฟ้าทองคำสาดส่องลงมาตรงไปยังดาบในมือของธารไท ราวกับสวรรค์กำลังหลอมรวมพลังอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดไว้ในคมดาบเล่มนั้น

“นี่คือ… อัสนีพิโรธ!” ธารไทเปล่งเสียง เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ดาบในมือสาดแสงวาบราวกับอัสนีบาตที่กำลังจะฟาดฟันลงมา

“ไม่! เจ้า… แกทำไม่ได้!” จอมมารราชาพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน มันแผ่พลังงานสีดำทมิฬออกไปเป็นเกราะกำบังหนาทึบ หวังจะสกัดกั้นพลังแห่งสวรรค์ที่กำลังจะพุ่งเข้ามา

แต่ก็สายเกินไป!

“ไปซะ! จอมมารราชา! วันแห่งความมืดมิดได้สิ้นสุดลงแล้ว!” ธารไทตะโกนสุดเสียง พร้อมกับฟาดฟันดาบลงไปสุดแรงเกิด

อัสนีบาตสีทองอร่ามพุ่งทะยานออกจากคมดาบของธารไท มันผ่าทะลวงม่านพลังสีดำทมิฬของจอมมารราชาได้อย่างง่ายดาย ราวกับจะพิสูจน์ว่าพลังอันบริสุทธิ์นั้นแข็งแกร่งกว่าพลังแห่งความมืดมิดเสมอ

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วปราสาทมืด แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องไปทุกอณู ร่างของจอมมารราชาถูกพลังแห่งอัสนีบาตกระแทกจนกระเด็นไปไกล ร่างกายมหึมาของมันเริ่มที่จะแตกสลายเป็นผุยผง สีดำทมิฬค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยแสงสีทองที่ค่อยๆ กัดกิน

“ข้า… จะกลับมา… แก… อย่าได้… หลงระเริง!” เสียงของจอมมารราชาค่อยๆ แผ่วเบาลง ก่อนจะหายไปในสายลม

ปราสาทมืดอันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของจอมมารราชา เริ่มที่จะสั่นคลอน เปลวเพลิงสีทองลุกไหม้ไปทั่วทุกมุม พลังที่เคยแผ่ปกคลุมอาณาจักรแห่งความมืดมิดกำลังจะสลายไป

ธารไททรุดตัวลงคุกเข่า ดาบในมือยังคงเปล่งแสงสีทองอยู่ แต่มันก็ค่อยๆ ลดแสงลง ร่างกายของเขาอ่อนแรงจากการใช้พลังอันมหาศาล แต่รอยยิ้มแห่งชัยชนะก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“จบแล้ว… ทุกอย่าง… จบลงเสียที…” เขาพึมพำ

แต่ขณะที่เขากำลังจะผ่อนคลาย ทันใดนั้น! เขาพลันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง สายฟ้าสีม่วงทมิฬที่เคยฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่งนั้น กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว!

“อะไรกัน… นี่มัน…!” ธารไทเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างตกใจ

ก้อนเมฆสีม่วงทมิฬที่เคยสลายไป กลับรวมตัวกันอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่าเดิม! มันก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดมหึมา ที่กำลังก่อตัวขึ้นใจกลางปราสาทมืด ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนของเหล่าปิศาจที่กำลังจะสลายไป

และท่ามกลางพายุหมุนนั้นเอง! มีร่างหนึ่ง… กำลังก่อตัวขึ้น… ร่างที่ใหญ่กว่า ร้ายกาจกว่า… และเต็มไปด้วยความแค้นที่สุกงอมกว่า…

“แก… คิดว่า… แกชนะแล้วหรือ… เจ้ามนุษย์… แก… เพิ่งจะ… ปลดปล่อย… สิ่งที่… น่ากลัวกว่า… ออกมา… เท่านั้น!” เสียงอันเย็นเยียบดังมาจากใจกลางพายุหมุนนั้น ราวกับเสียงกระซิบจากนรกอเวจี

ธารไทเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง… เขา… ทำผิดพลาดอย่างมหันต์… จริงหรือ…?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
อัสนีบาต จารึกสวรรค์

อัสนีบาต จารึกสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!