สายฟ้าสีม่วงทมิฬยังคงฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสวรรค์กำลังก่นด่าอาณาจักรแห่งความมืดมิดอันแสนชั่วร้าย แสงเจิดจ้าสาดส่องให้เห็นร่างของ ธารไท ยืนหยัดอย่างสง่างามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าปิศาจและทหารที่ล้มตาย เสียงดาบกระทบกันดังกึกก้อง สะท้อนไปทั่วทั้งโถงปราสาทมืดมิด ภาพเบื้องหน้าคือจอมมารราชา ผู้ซึ่งมีรูปลักษณ์น่าสะพรึงกลัว ดวงตาสีแดงก่ำลุกโชนไปด้วยความอาฆาต ดวงตาที่เคยฉายแววแห่งอำนาจเหนือธรรมชาติ บัดนี้กลับมีประกายแห่งความแค้นเคืองฉายชัด ขณะที่คมดาบแห่งทัณฑะสวรรค์ของธารไทชี้ตรงไปยังมัน
"ธารไท! เจ้ากล้าดียังไงมาเหยียบย่างแดนต้องห้ามของข้า!" เสียงคำรามของจอมมารราชาดังก้องราวกับพายุหมุน ดังก้องไปทั่วทุกอณูของปราสาท มันยกมือขวาขึ้น นิ้วเรียวยาวที่ปลายแหลมคมราวกับกรงเล็บของสัตว์ร้าย บัดนี้มีหมอกสีดำทะมึนรวมตัวกันก่อตัวขึ้นเป็นลูกพลังงานสีดำสนิทที่เปล่งประกายอำมหิต
ธารไทเพียงยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ดาบในมือของเขายังคงส่องประกายสีทองอร่าม รับกับแสงสายฟ้าจากเบื้องบน "ข้ามาเพื่อปลดแอกจากความชั่วร้ายที่เจ้าได้กระทำมานานแสนนาน ราชาแห่งความมืดมิด เตรียมตัวพบกับจุดจบของเจ้าเสียเถอะ!"
ทันใดนั้น จอมมารราชาได้เหวี่ยงหมัดที่มีลูกพลังงานสีดำเข้าใส่ธารไทอย่างรวดเร็ว ลูกพลังงานนั้นพุ่งตรงมาด้วยความเร็วที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจมองเห็น แต่สำหรับธารไท มันช่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน เขาก้าวถอยหลังอย่างสง่างาม หลบหลีกการโจมตีนั้นได้อย่างง่ายดาย ลูกพลังงานสีดำพุ่งทะลุผ่านไปชนเข้ากับกำแพงหินของปราสาท ทำให้กำแพงนั้นระเบิดออกเป็นผุยผง
"ช่างน่าเบื่อหน่ายนัก! พลังของเจ้ามีแค่นี้หรือ?" ธารไทกล่าวเย้ยหยัน เขากระชับดาบในมือแน่น พร้อมกับก้าวรุกเข้าไปหาจอมมารราชาอย่างไม่เกรงกลัว
จอมมารราชาแค่นหัวเราะ "ไอ้หนุ่ม! อย่าได้อวดดีนัก! พลังที่แท้จริงของข้า เจ้ายังไม่เคยสัมผัส!" เมื่อกล่าวจบ มันได้กระโจนเข้าใส่ธารไทด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ปลายกรงเล็บที่แหลมคมของมันพุ่งตรงเข้ามาหมายจะฉีกกระชากร่างของธารไท
แต่ธารไทนั้นเหนือกว่า เขาหมุนตัวหลบหลีกการโจมตีนั้นอย่างพลิ้วไหว ก่อนจะสวนกลับด้วยคมดาบแห่งทัณฑะสวรรค์ เสียงดาบกระทบกับกรงเล็บดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟสีทองและสีดำสาดกระจายออกไปทั่วบริเวณ
"เจ้ามันก็แค่ปิศาจกระจอก!" ธารไทตะโกนเสียงกึกก้อง "พลังของเจ้ามันเต็มไปด้วยความมืดมิดและกิเลสตัณหา ไม่ได้มาจากจิตบริสุทธิ์เฉกเช่นข้า!"
"จิตบริสุทธิ์งั้นรึ! ฮ่าๆๆ! ช่างไร้สาระสิ้นดี! ความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอดในโลกใบนี้! และข้าคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด!" จอมมารราชาตะโกนกลับอย่างบ้าคลั่ง มันโจมตีธารไทอย่างต่อเนื่อง ด้วยท่าทีที่ดุดันและรุนแรง แต่ทุกครั้ง ธารไทก็สามารถหลบหลีกและสวนกลับได้อย่างเฉียบขาด
ธารไทเริ่มสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าที่เริ่มคืบคลานเข้ามา แม้ว่าพลังของเขาจะมาจากเบื้องบน แต่การต่อสู้กับจอมมารราชาซึ่งมีพลังแห่งความมืดมิดที่หนาแน่นขนาดนี้ ย่อมต้องใช้พลังงานมหาศาล เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่จะจบลงง่ายๆ
"เจ้าคิดว่าหนีรอดไปได้ตลอดรึอย่างไร?" จอมมารราชาเห็นท่าทีของธารไท มันจึงเริ่มรวบรวมพลังอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ลูกพลังงานสีดำธรรมดา แต่เป็นพายุหมุนแห่งความมืดที่ก่อตัวขึ้นรอบๆ ตัวมัน "จงตายซะ! อัสนีบาตแห่งความมืด!"
พายุหมุนสีดำทะมึนได้พุ่งตรงเข้าใส่ธารไทอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่เพียงแค่ลมพายุ แต่เต็มไปด้วยอาวุธคมกริบที่มองไม่เห็นที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกละเอียด ธารไทหลับตาลงชั่วครู่ รวบรวมสมาธิ ดึงพลังแห่งสายฟ้าสีม่วงทมิฬจากฟากฟ้าเข้ามาในกาย
"ทัณฑะสวรรค์!" เขากล่าวเสียงหนักแน่น เมื่อลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาได้เปล่งประกายสีทองเจิดจ้ากว่าเดิม เขากวัดแกว่งดาบแห่งทัณฑะสวรรค์ไปด้านหน้า เกิดเป็นกำแพงสายฟ้าสีม่วงทมิฬที่ส่องประกายราวกับดวงดาวนับพัน
พายุหมุนแห่งความมืดปะทะเข้ากับกำแพงสายฟ้า เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว หินผาของปราสาทสั่นสะเทือนราวกับจะถล่มลงมา ประกายไฟสีม่วงและสีดำปะทะกันอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นคลื่นพลังงานที่แผ่ขยายออกไปอย่างมหาศาล
ธารไทกัดฟันกรอด เขาต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อต้านทานพายุหมุนแห่งความมืดนั้น เขาเห็นร่างของจอมมารราชาที่ยังคงยืนอยู่อย่างไม่สะทกสะท้าน มันกำลังเพลิดเพลินกับการต่อสู้ครั้งนี้
"ฮ่าๆๆ! เจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอ! ทัณฑะสวรรค์ของเจ้ากำลังจะแตกสลาย!" จอมมารราชาเย้ยหยัน
ธารไทรู้ดีว่าเขาไม่สามารถต้านทานต่อไปได้อีก เขาต้องหาทางปลดปล่อยพลังที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ออกมา เขาต้องทำลายพายุหมุนแห่งความมืดนั้นให้ได้
"ถ้าอย่างนั้น..." ธารไทกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป "...ข้าจะแสดงพลังที่แท้จริงของสวรรค์ให้เจ้าดู!"
ทันใดนั้น แสงจากสายฟ้าสีม่วงทมิฬบนท้องฟ้าได้รวมตัวกันที่ปลายดาบแห่งทัณฑะสวรรค์ของธารไท มันสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นแสงสีทองที่เจิดจ้าจนยากจะมอง เห็นได้ชัดว่ามันกำลังรวบรวมพลังงานมหาศาล
จอมมารราชาเห็นดังนั้น ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้!"
"ถึงเวลาแล้ว! จุดจบของเจ้ามาถึงแล้ว!" ธารไทตะโกนสุดเสียง เขากระชากดาบแห่งทัณฑะสวรรค์ขึ้นเหนือศีรษะ ท่ามกลางแสงสีทองที่สว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่
"สายฟ้าชำระล้าง!"
ลำแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งตรงลงมาจากฟากฟ้า ประสานเข้ากับพลังงานที่ธารไทรวบรวมไว้บนดาบ เกิดเป็นลำแสงแห่งทัณฑะสวรรค์ที่ทรงพลังอย่างที่สุด ลำแสงนั้นพุ่งเข้าใส่พายุหมุนแห่งความมืดของจอมมารราชาอย่างรวดเร็ว
เกิดการปะทะกันครั้งใหญ่กว่าเดิม แสงสีทองและสีดำสาดกระจายไปทั่วบริเวณ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออกจากกัน คลื่นพลังงานที่รุนแรงส่งผลให้ธารไทกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
เมื่อควันและฝุ่นจางลง ภาพที่ปรากฏต่อสายตาก็คือพายุหมุนแห่งความมืดของจอมมารราชาได้สลายไปสิ้น เหลือเพียงแต่ความว่างเปล่าที่สว่างไสวด้วยแสงสีทองของทัณฑะสวรรค์
"ไม่! เป็นไปไม่ได้!" จอมมารราชาตะโกนอย่างบ้าคลั่ง มันรู้สึกถึงพลังที่ถูกทำลายไป พลังแห่งความมืดมิดของมันถูกชำระล้างไปบางส่วน
"พลังแห่งความมืดมิดของเจ้าจบสิ้นแล้ว!" ธารไทกล่าวพลางก้าวเดินเข้าไปหาจอมมารราชาอย่างช้าๆ ดาบในมือยังคงเปล่งประกายสีทอง
จอมมารราชาเห็นท่าไม่ดี มันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ร่างกายของมันเริ่มบิดเบี้ยว เกิดเป็นเงาขนาดมหึมาที่ทอดยาวออกไป ร่างกายของมันเริ่มแปรสภาพกลายเป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดที่เต็มไปด้วยหนวดระยาง และดวงตาที่กระพริบเป็นประกายสีแดงก่ำ
"เจ้าคิดว่าแค่นี้จะเอาชนะข้าได้รึ! เจ้าหนุ่มโง่เขลา! ข้าคือวายุอสูร! มารที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งกาลเวลา!" เสียงของมันเปลี่ยนเป็นเสียงแหบพร่าที่น่าขนลุก
ธารไทมองดูการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างสงบนิ่ง "ไม่ว่าเจ้าจะแปลงร่างเป็นอะไร หรือมีชื่อเรียกขานว่าอะไร สุดท้ายเจ้าก็ยังคงเป็นความชั่วร้ายที่ต้องถูกกำจัด!"
วายุอสูรคำรามเสียงดัง มันยกหนวดระยางขึ้นหลายเส้น กวาดเข้าใส่ธารไทด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ธารไทต้องอาศัยทักษะและความเร็วทั้งหมดที่มีในการหลบหลีกการโจมตีที่ประหลาดและทรงพลังนี้
เขาเห็นโอกาส เขากระโจนเข้าไปหาจุดศูนย์กลางของวายุอสูร ขณะที่หนวดระยางกำลังจะฟาดฟันลงมา ธารไทได้แทงดาบแห่งทัณฑะสวรรค์เข้าไปที่จุดอ่อนของมัน!
"อ๊ากกกกก!" เสียงกรีดร้องของวายุอสูรดังลั่น ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะตาย
แต่แล้ว ก่อนที่ดาบจะทะลวงเข้าไปถึงแก่นกลาง วายุอสูรได้ปลดปล่อยพลังสุดท้ายออกมา มันคือลมพายุที่บ้าคลั่ง เต็มไปด้วยพลังงานแห่งความมืดมิดที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม พัดพาร่างของธารไทให้กระเด็นออกไปไกล
ธารไทกระแทกเข้ากับกำแพงปราสาทอย่างแรง ดาบในมือหลุดออกจากฝ่ามือไปตกอยู่ที่พื้น เขาพยายามจะขยับร่างกาย แต่กลับพบว่ามันช่างหนักอึ้งเหลือเกิน
วายุอสูรที่บาดเจ็บสาหัส กำลังรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด มันเห็นธารไทอ่อนแอลง มันยิ้มเยาะอย่างสะใจ "ฮ่าๆๆ! เจ้าหนุ่ม! ถึงเวลาของเจ้าแล้ว!"
ลมพายุแห่งความมืดเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันรุนแรงกว่าเดิม สายฟ้าสีดำทะมึนเริ่มฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าสวรรค์กำลังจะฉีกขาด
ธารไทมองดูภาพเบื้องหน้าด้วยความเจ็บปวด เขาเห็นแสงสว่างที่กำลังจะเลือนหายไป ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดเข้าครอบงำร่างกายของเขา
"ข้า...จะยอมแพ้ไม่ได้..." เขาพึมพำกับตัวเอง
เขาเหลือบตาไปเห็นดาบแห่งทัณฑะสวรรค์ที่ตกอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ร่างกายของเขาพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบมัน แต่มันก็ยากเย็นแสนเข็ญ
วายุอสูรได้เริ่มพุ่งเข้าใส่ธารไทอีกครั้ง ด้วยลมพายุแห่งความมืดที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง
ธารไทหลับตาลงอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าจะมีพลังเหลือพอที่จะลุกขึ้นสู้อีกหรือไม่...
…แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น…
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

อัสนีบาต จารึกสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก