โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,132 คำ
ความมืดมิดที่เคยปกคลุมปราสาทมืดราวกับผืนกำมะหยี่หนาทึบ บัดนี้ถูกฉีกกระชากออกเป็นริ้วๆ ด้วยแสงสีม่วงทมิฬอันบ้าคลั่งที่ฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้าไม่หยุดหย่อน สายฟ้าแต่ละเส้นที่พาดผ่านประหนึ่งคมดาบแห่งสวรรค์ที่กรีดลงบนผืนดินอันชั่วร้าย สะท้อนให้เห็นร่างของธารไทที่ยืนตระหง่านกลางสมรภูมิอันย่อยยับ เศษซากของเหล่าปีศาจและอัศวินแห่งความมืดที่เคยแข็งแกร่ง บัดนี้กลายเป็นเพียงผงธุลีที่ปลิวว่อนไปตามแรงอัสนี
ธารไทก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวกลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจอันน่าเกรงขาม ดาบอัสนีที่อยู่ในมือส่องประกายสีม่วงทมิฬราวกับจะดูดกลืนทุกสิ่งรอบกาย เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วปราสาท บดบังเสียงคร่ำครวญสุดท้ายของเหล่าศัตรูที่ถูกพลังอันบริสุทธิ์ของสวรรค์กลืนกิน
เบื้องหน้าเขาคือจอมมารราชา ร่างกายมหึมาที่สวมเกราะสีดำสนิทราวกับหินออบซิเดียน ดวงตาแดงฉานราวกับเปลวเพลิงนรกจ้องมองมาที่ธารไทด้วยความเดือดดาล ลมหายใจของมันพ่นออกมาเป็นกลุ่มควันสีดำเปื้อนพิษ กลิ่นอายแห่งความตายและอำนาจมืดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
"เจ้ามนุษย์ต่ำต้อย! กล้าดียังไงถึงได้ย่างกรายเข้ามาในอาณาเขตของข้า!" เสียงของจอมมารราชาดังราวกับเสียงฟ้าร้องผ่ากลางอากาศ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามและพลังอันมหาศาล
ธารไทหยุดยืนอยู่ห่างจากจอมมารราชาไม่กี่ก้าว ใบหน้าคมคายที่ถูกแสงอัสนีสาดส่องดูราวกับสลักเสลาจากหินผา ดวงตาของเขาสะท้อนประกายแห่งสายฟ้าสีม่วงทมิฬ ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ ปรากฏอยู่ มีเพียงความมุ่งมั่นที่แน่วแน่
"ข้ามาเพื่อยุติความชั่วร้ายของเจ้า จอมมารราชา! เพื่อปลดปล่อยมนุษยชาติจากเงื้อมมือของเจ้า!" น้ำเสียงของธารไทหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว ราวกับเป็นคำประกาศิตจากสวรรค์
จอมมารราชาหัวเราะเสียงดังลั่น ปราสาททั้งหลังสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลาย "ฮ่าฮ่าฮ่า! คำพูดอันโอหัง! เจ้าคิดว่าพลังของเจ้าเพียงน้อยนิดจะเทียบได้กับอำนาจของข้าที่สั่งสมมานับพันปีงั้นรึ! เจ้าหลงผิดแล้ว! สายฟ้าของเจ้ามันก็เป็นเพียงประกายไฟที่สว่างวาบก่อนจะดับสูญไป!"
สิ้นเสียงหัวเราะ ร่างของจอมมารราชาก็พลันพุ่งเข้าใส่ธารไทด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ กรงเล็บสีดำยาวแหลมถูกกางออก ปล่อยออร่าแห่งความมืดที่บิดเบือนทุกสิ่งรอบกาย แม้แต่แสงอัสนีที่สาดส่องลงมาก็ยังดูราวกับถูกดูดกลืน
"อัสนีวิถี!" ธารไทตะโกนพร้อมกับยกดาบอัสนีขึ้น แสงสีม่วงทมิฬจากดาบพลันระเบิดออกเป็นวงกว้าง รัศมีแห่งพลังบริสุทธิ์แผ่กระจายออกไป ปะทะเข้ากับกรงเล็บของจอมมารราชา
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังแตก! พลังงานอันมหาศาลสองสายปะทะกันกลางอากาศ เกิดเป็นคลื่นกระแทกที่ซัดเหล่าเศษซากที่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้กระเด็นออกไปไกล
ธารไทถูกผลักกลับไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ดาบในมือสั่นสะเทือนด้วยพลังที่เขาปลดปล่อยออกมา จอมมารราชาเองก็เช่นกัน ดวงตาของมันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แสดงถึงความประหลาดใจที่มนุษย์ธรรมดาจะมีพลังมากถึงเพียงนี้
"พลังของเจ้า...มันไม่ใช่แค่พลังของมนุษย์ธรรมดา!" จอมมารราชาสังเกตได้ถึงความผิดปกติ "เจ้าเป็นใครกันแน่!"
"ข้าคือธารไท ผู้ถูกเลือกโดยสวรรค์!" ธารไทตอบพร้อมกับส่งคลื่นพลังอัสนีออกไปอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม แสงสีม่วงทมิฬสว่างวาบจนแทบจะแสบตา
จอมมารราชาส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว มันสะบัดกรงเล็บอีกครั้ง ปล่อยพลังแห่งความมืดที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมออกมา สสารแห่งความชั่วร้ายก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายหนวดปลาหมึกขนาดยักษ์ พุ่งเข้าโจมตีธารไทจากทุกทิศทาง
ธารไทพลิ้วกายหลบหลีกราวกับสายลม เขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง ดาบอัสนีฟาดฟันเป็นเส้นแสงสีม่วงทมิฬ ตัดผ่านหนวดปีศาจที่พุ่งเข้ามา หนวดเหล่านั้นถูกตัดขาด กลายเป็นละอองควันสีดำที่ลอยสลายไปอย่างรวดเร็ว
"เจ้าคิดว่าการหลบหลีกจะช่วยเจ้าได้งั้นรึ!" จอมมารราชาตะคอก "พลังของข้าคือความตาย! ไม่มีสิ่งใดที่จะหนีพ้น!"
ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของธารไทก็พลันมีรอยร้าวปรากฏขึ้น คลื่นพลังงานสีดำแผ่ซ่านออกมาจากรอยร้าวนั้น เปลี่ยนรูปเป็นโครงกระดูกปีศาจขนาดยักษ์ พุ่งออกมาจากใต้ดิน โจมตีธารไทด้วยกรงเล็บที่แหลมคม
ธารไทไม่สะทกสะท้าน เขาใช้ดาบอัสนีเป็นอาวุธ ปัดป้องและโจมตีโครงกระดูกปีศาจอย่างรวดเร็ว ทุกการโจมตีของเขาจะปลดปล่อยสายฟ้าสีม่วงทมิฬออกมา ทำลายโครงกระดูกปีศาจทีละชิ้น
"พลังแห่งสวรรค์...ไม่น่าเชื่อ!" จอมมารราชากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ "พลังนี้...มันคือสิ่งที่ข้า...ข้าไม่เคยพบเจอมาก่อน!"
"มันคือพลังที่สวรรค์มอบให้มนุษย์ เพื่อต่อกรกับความชั่วร้ายเช่นเจ้า!" ธารไทตอบ ดวงตาของเขาส่องประกายเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะดูดซับพลังงานจากอัสนีที่ฟาดฟันลงมา
สายฟ้าสีม่วงทมิฬเริ่มเปลี่ยนสี มันเข้มข้นขึ้น เป็นสีม่วงเข้มราวกับสีของอัญมณีแห่งท้องฟ้ายามราตรี พลังงานที่แผ่ออกมาจากตัวธารไทเริ่มหนักแน่นและบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
"นี่คือ...จุดสูงสุดของพลัง..." ธารไทพึมพำกับตัวเอง
จอมมารราชาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คุกคาม มันรวมพลังทั้งหมดที่มี ปล่อยคลื่นพลังงานสีดำมหาศาลออกมา หวังจะกลืนกินธารไทเสีย
"จงมลายไปซะ! เจ้ามนุษย์น่ารำคาญ!"
ธารไทเงยหน้าขึ้นมองคลื่นพลังงานสีดำที่พุ่งเข้ามา เขายกดาบอัสนีขึ้นเหนือศีรษะอย่างช้าๆ แสงสีม่วงเข้มจากดาบสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่แสง แต่เป็นพลังที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิด
"อัสนีพิโรธ...จารึกชะตาสวรรค์!"
ธารไทฟาดฟันดาบอัสนีลงมา!
ลำแสงสีม่วงเข้มราวกับสายฟ้าฟาดที่ถูกขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า พุ่งตรงเข้าปะทะกับคลื่นพลังงานสีดำของจอมมารราชา
การปะทะครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง! แสงสีม่วงทมิฬและสีดำปะทะกันอย่างดุเดือด เกิดเป็นพายุพลังงานขนาดมหึมาที่หมุนวนอยู่กลางอากาศ สสารแห่งความมืดและแสงสว่างถูกบดขยี้เข้าด้วยกัน
ปราสาทมืดสั่นสะเทือนอย่างหนัก ราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เพดานที่เคยแข็งแกร่งเริ่มมีรอยร้าวใหญ่ปรากฏขึ้น ฝุ่นและเศษหินร่วงหล่นลงมา
ธารไทยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้จะถูกแรงปะทะผลักดันอย่างรุนแรง แต่ดวงตาของเขายังคงจ้องมองไปที่จอมมารราชาอย่างไม่ลดละ
จอมมารราชาเองก็กำลังเผชิญหน้ากับพลังอันมหาศาลนี้ มันส่งเสียงคำรามอย่างเจ็บปวด ร่างกายมหึมาของมันสั่นสะเทือน พลังแห่งความมืดที่มันปล่อยออกมาเริ่มถูกลำแสงสีม่วงทมิฬกลืนกิน
"เป็นไปไม่ได้...พลังนี้...มันเกินกว่าที่มนุษย์จะควบคุมได้!" จอมมารราชาตะโกนอย่างสิ้นหวัง
"นี่คือพลังของสวรรค์! พลังแห่งความหวัง!" ธารไทตะโกนกลับ
ลำแสงสีม่วงเข้มของธารไทเริ่มรุกคืบ ค่อยๆ บดขยี้คลื่นพลังงานสีดำของจอมมารราชาให้สลายไปทีละน้อย
จอมมารราชาเห็นว่าตนเองกำลังจะพ่ายแพ้ มันกัดฟันกรอด พยายามรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย
"ข้า...จะไม่ยอมแพ้! ข้าจะสู้จนถึงที่สุด!"
มันยกแขนทั้งสองข้างขึ้น กำหมัดแน่น พลังแห่งความมืดทั้งหมดที่มันมีถูกรวบรวมมาอยู่ที่ปลายกรงเล็บ
"วิญญาณแห่งอเวจี จงสถิตอยู่กับข้า!"
ทันใดนั้น พลังงานสีดำที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมก็พลันระเบิดออกมาจากร่างของจอมมารราชา กลายเป็นดาบขนาดมหึมาที่ส่องประกายสีดำทะมึน มันคืออาวุธสุดท้ายที่จอมมารราชาจะใช้เพื่อต่อกรกับธารไท
"ดาบแห่งความดำมืด! จงสลายทุกสรรพสิ่ง!"
จอมมารราชากวัดแกว่งดาบแห่งความดำมืดเข้าใส่ลำแสงสีม่วงเข้มของธารไท
เสียงปะทะครั้งสุดท้ายดังขึ้น!
ลำแสงสีม่วงเข้มและดาบแห่งความดำมืดฟาดฟันเข้าหากัน เกิดเป็นประกายไฟสีม่วงและสีดำที่สว่างวาบไปทั่วทั้งปราสาท
พลังงานที่ปะทะกันรุนแรงเสียจนพื้นดินใต้เท้าของทั้งสองเริ่มแตกร้าว ผนังปราสาทที่เคยแข็งแกร่งก็เริ่มพังทลายลงมา
ธารไทรู้สึกได้ถึงแรงต้านทานมหาศาล แต่เขาก็ยังคงกดดันต่อไป พลังอัสนีในตัวเขาหลั่งไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
"อย่าหยุด! ต้องจบมันเสียที!"
จอมมารราชาก็เช่นกัน มันกัดฟันแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากพลังที่มันกำลังพยายามควบคุม
"เจ้า...จะไม่มีวันชนะข้า...เจ้ามนุษย์..."
แต่คำพูดของมันก็ค่อยๆ จางหายไป เมื่อลำแสงสีม่วงเข้มของธารไทเริ่มมีอำนาจเหนือกว่า
มันค่อยๆ ผลักดันดาบแห่งความดำมืดให้ถอยกลับไปทีละน้อย
ดวงตาของจอมมารราชาเบิกกว้างขึ้นด้วยความสิ้นหวัง
"ไม่...ไม่จริง..."
ในที่สุด ลำแสงสีม่วงเข้มก็ทะลวงผ่านดาบแห่งความดำมืดไปได้ มันพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของจอมมารราชา
"อ๊ากกกกกก!"
เสียงกรีดร้องสุดท้ายของจอมมารราชาดังขึ้นราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่กำลังจะดับสูญ ร่างมหึมาของมันสลายไปในพริบตา กลายเป็นเพียงละอองธุลีสีดำที่ปลิวว่อนไปตามแรงอัสนี
สมรภูมิเงียบสงัดลงทันที พายุอัสนีที่เคยโหมกระหน่ำก็พลันสงบลง เผยให้เห็นท้องฟ้าที่เริ่มมีแสงสว่างเรื่อๆ สาดส่องลงมา
ธารไททิ้งตัวลงคุกเข่าไปข้างหนึ่ง หายใจหอบหนัก ดาบอัสนีในมือยังคงส่องประกายสีม่วงทมิฬ แต่ดูอ่อนแรงลงไปมาก
เขาปราบจอมมารราชาได้สำเร็จแล้ว...
แต่เมื่อเขามองไปรอบๆ ปราสาทมืดที่เคยโอ่อ่า บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพัง
ความรู้สึกเหนื่อยล้าเข้าครอบงำ
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความโล่งใจ
ชัยชนะนี้...มันมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย
และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทต่อไป...
ธารไทค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขามองไปยังซากปรักหักพังของปราสาทมืดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด
"จอมมารราชา...เจ้าได้จบสิ้นลงแล้ว..."
แต่แล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง...
บางสิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของปราสาท...
บางสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า...
สิ่งนั้นคืออะไรกันแน่?
ธารไทหันไปมองทางทิศที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานประหลาดนั้น
แสงสีม่วงทมิฬจากดาบของเขาพลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะเตือนให้เขาระวัง
การต่อสู้ครั้งนี้...ยังไม่จบลงง่ายๆ...

อัสนีบาต จารึกสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก