อัสนีบาต จารึกสวรรค์

ตอนที่ 18 — แสงสวรรค์พิโรธ ปรากฏการณ์อัสนีบาต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,023 คำ

สายฟ้าสีม่วงทมิฬยังคงฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสวรรค์กำลังก่นด่าอาณาจักรแห่งความมืดมิดอันแสนชั่วร้าย แสงเจิดจ้าสาดส่องให้เห็นร่างของ ธารไท ยืนหยัดอย่างสง่างามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าปีศาจและอัศวินที่ล้มตาย แต่ถึงกระนั้น ร่างของธารไทก็ยังคงมั่นคง ไม่หวั่นไหวต่อแรงสั่นสะเทือนของมหาสงครามที่กำลังดำเนินอยู่

ความมืดมิดที่เคยปกคลุมปราสาทมืดราวกับผืนกำมะหยี่หนาทึบ ‌บัดนี้ถูกฉีกกระชากออกเป็นริ้วๆ ด้วยแสงสีม่วงทมิฬอันบ้าคลั่งที่ฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้าไม่หยุดหย่อน สายฟ้าแต่ละเส้นที่พาดผ่านประหนึ่งคมดาบแห่งสวรรค์ที่ฟาดฟันลงมาเพื่อชำระล้างบาปหนาของผืนปฐพี

ธารไทกวาดสายตามองไปรอบกาย ร่างของเหล่าปีศาจมากมายล้มตายเกลื่อนกลาด ดาบอาคมสีดำที่เคยส่องประกายอำมหิต บัดนี้กลับมอดไหม้ กลายเป็นเถ้าถ่านไปตามๆ กัน ​กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกำมะถันที่ลอยมาตามลม เป็นบรรยากาศที่ชวนขนลุกสยอง

“นี่คือบทพิสูจน์สุดท้าย!” เสียงคำรามกึกก้องของจอมมารราชาดังขึ้นมาจากใจกลางปราสาทมืด เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและสิ้นหวัง “แกคิดว่าจะทำลายทุกอย่างที่ข้าสร้างขึ้นได้งั้นรึ! ไอ้บุตรแห่งสวรรค์!”

ธารไทไม่ตอบ เพียงแต่ยกมือขึ้น ดาบวิเศษ ‍“อัสนีบาต” ที่เปล่งประกายสีฟ้าครามสว่างไสวก็ลอยขึ้นมาอยู่เหนือหัวของเขา ดาบเล่มนั้นราวกับมีชีวิต จิตวิญญาณของสายฟ้าทั้งหมดที่กำลังฟาดฟันอยู่เบื้องบน ได้หลอมรวมเข้าสู่ดาบเล่มนี้ ทำให้มันส่องแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าสิ่งใด

“ข้าไม่ได้จะทำลายทุกอย่างที่เจ้าสร้างขึ้น” ธารไทกล่าวเสียงเยือกเย็น สายตาจับจ้องไปยังใจกลางปราสาท ‌“แต่ข้าจะทำลายเจ้า และลบล้างความชั่วร้ายที่เจ้าได้กระทำเอาไว้ให้สิ้นซาก!”

ทันใดนั้นเอง สายฟ้าสีม่วงทมิฬที่ฟาดฟันลงมา ก็ดูเหมือนจะได้รับสัญญาณตอบรับจากดาบ “อัสนีบาต” มันรวมตัวกันเป็นลำแสงสีม่วงเข้มสายใหญ่ มุ่งตรงลงมายังใจกลางปราสาทมืดที่จอมมารรายานืนตระหง่านอยู่

จอมมารรายาคำรามลั่น ปรากฏร่างของเขาออกมา ‍ร่างกายสูงใหญ่ ปกคลุมด้วยชุดเกราะสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงทุกอย่างรอบกาย ดวงตาแดงฉานลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความแค้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นโบราณที่บ่งบอกถึงการต่อสู้ที่ผ่านมานับไม่ถ้วน

“แกคิดว่าแค่สายฟ้าโง่ๆ จะโค่นข้าได้งั้นรึ!” จอมมารราชาหัวเราะเยาะ “ข้าคือผู้หยั่งรากลึกแห่งความมืด เป็นดั่งรากแก้วของอเวจี! ​ไม่มีสิ่งใดในสามภพจะทำลายข้าได้!”

ว่าแล้ว จอมมารราชาพลันยกมือขึ้น ปรากฏม่านพลังงานสีดำสนิทขึ้นมาปกคลุมร่างของเขา ม่านนั้นหนาทึบราวกับกาฬที่ถูกกลั่นออกมาจากนรกภูมิ พลังงานสีดำแผ่กระจายออกไปรอบกาย บิดเบือนทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาใกล้

สายฟ้าสีม่วงทมิฬลำใหญ่พุ่งชนเข้าใส่เกราะพลังงานสีดำอย่างจัง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังจะแตก แสงสีม่วงปะทะกับสีดำอย่างรุนแรง ​พลังงานมหาศาลปะทุออกไปรอบทิศทาง ทำให้พื้นดินรอบกายสั่นสะเทือนจนแตกร้าว

“น่าทึ่ง! นี่คือพลังของสวรรค์อย่างแท้จริง!” จอมมารราชาตะโกนกลับมา เสียงนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนกับความท้าทาย “แต่เจ้าก็ลืมไปแล้วสินะ ว่าข้าเองก็ได้รับการหล่อหลอมจากอเวจีเช่นกัน! พลังแห่งความมืดอันไร้ขีดจำกัด!”

ปรากฏร่างของอสูรร้ายนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาจากพื้นดินรอบกายของจอมมารราชา ​พวกมันคือเหล่าอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดที่จอมมารราชาได้ปลุกขึ้นมาจากการหลับใหลในห้วงอเวจี อสูรเหล่านั้นมีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ปากแหลมคม ดวงตาเป็นประกายสีแดงก่ำ

“สังหารบุตรแห่งสวรรค์เสีย! จงแสดงให้มันเห็นว่า ความมืดมิดนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด!” จอมมารราชาสั่งการ

เหล่าอสูรร้ายกรูกันเข้าใส่ธารไทอย่างบ้าคลั่ง ดาบอาคมในมือของธารไทวาดฟาดฟันอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีครามจากดาบ “อัสนีบาต” พุ่งออกไป สังหารเหล่าอสูรไปทีละตน แต่จำนวนของพวกมันกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับไม่มีวันสิ้นสุด

ธารไทเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น เขาไม่เคยเผชิญหน้ากับพลังที่บ้าคลั่งและไร้ขีดจำกัดเช่นนี้มาก่อน พลังของจอมมารราชาได้หลอมรวมเข้ากับพลังของเหล่าอสูร ทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

“เจ้าจะยืนหยัดได้อีกนานแค่ไหนกัน ธารไท!” จอมมารราชาตะโกนเย้ยหยัน “พลังของเจ้ามันมีขีดจำกัด! แต่พลังของข้า… มันไม่มีวันสิ้นสุด!”

ธารไทกัดฟันแน่น เขาเริ่มสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ จอมมารราชาไม่ได้เพียงแค่ปลุกเหล่าอสูรขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่าเขากำลังจะดูดซับพลังงานของสายฟ้าที่ฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้าไปอีกด้วย!

“ไม่จริง…!” ธารไทอุทานด้วยความตกใจ “เจ้ากำลังจะ…!”

ใบหน้าของจอมมารราชาแย้มยิ้มชั่วร้าย “ถูกต้อง! ข้าจะดูดซับพลังแห่งสวรรค์นี้! เพื่อเสริมสร้างพลังของข้าให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม! แล้วข้าจะพิชิตทั้งสามภพ! ไม่มีสิ่งใดจะหยุดข้าได้อีกต่อไป!”

พลัน ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติก็เกิดขึ้นอีกครั้ง! สายฟ้าสีม่วงทมิฬที่เคยฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง บัดนี้ดูเหมือนจะอ่อนแรงลง! และมีบางส่วนที่ถูกดูดซับเข้าไปในร่างของจอมมารราชา!

“นี่มัน…!” ธารไทอุทานด้วยความตกใจ เขาเห็นพลังของสวรรค์กำลังถูกกลืนกินไปต่อหน้าต่อตา

“แกนั่นแหละที่โง่เขลา ธารไท!” จอมมารราชาตะโกนก้อง “แกนำพลังแห่งสวรรค์มาให้ข้าเอง! บัดนี้ ข้าจะใช้พลังนี้… เพื่อทำลายล้างแกให้สิ้นซาก!”

จอมมารราชาเหยียดแขนออกไป ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีม่วงทมิฬที่ได้มาจากสายฟ้าที่เขากลืนกินเข้าไป ร่างกายของเขากระจายพลังงานสีดำที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม และบัดนี้ ได้มีประกายสีม่วงทมิฬสอดแทรกเข้ามาด้วย

“รับไปซะ! พลังที่แกมอบให้ข้า!”

จอมมารราชาพลันปล่อยพลังงานสีดำผสมม่วงทมิฬออกมาเป็นลำแสงขนาดมหึมา พุ่งตรงเข้าใส่ธารไทอย่างรวดเร็ว ลำแสงนั้นมีพลังทำลายล้างที่รุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว มันบิดเบือนอากาศรอบกายจนเกิดเป็นคลื่นพลังงานที่มองเห็นได้

ธารไทรู้ตัวว่าเขาไม่สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีครั้งนี้ได้ เขาต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อรับมือกับมัน

“อัสนีบาต!” ธารไทตะโกนก้อง ดาบวิเศษ “อัสนีบาต” เปล่งประกายสีฟ้าครามสว่างเจิดจ้าขึ้นมาอีกครั้ง เขาตั้งท่าเตรียมรับการโจมตี

“ข้าคือธารไท! ผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์!”

ธารไทพลันกระโจนเข้าใส่ลำแสงพลังงานสีดำม่วงของจอมมารราชา ดาบ “อัสนีบาต” ในมือของเขา ฟาดฟันเข้าใส่ลำแสงนั้นด้วยพลังทั้งหมดที่มี!

เสียงปะทะกันของพลังงานดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งปราสาทมืด แสงสีฟ้าครามปะทะกับสีดำม่วงอย่างรุนแรง พลังงานมหาศาลระเบิดออกไปรอบทิศทาง ทำให้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของธารไทร้าวลึกลงไปอีก

ธารไทรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มหาศาลจนแทบจะทนไม่ไหว พลังของจอมมารราชาที่ผสมผสานกับพลังแห่งสายฟ้าได้กลายเป็นสิ่งที่ทรงพลังเกินกว่าที่เขาเคยจินตนาการ

“ไม่… ข้า… จะ… ไม่… ยอม… แพ้!” ธารไทกัดฟันกรอด เลือดเริ่มไหลซึมออกมาจากริมฝีปาก

ในขณะที่การต่อสู้อันดุเดือดดำเนินไปอย่างเข้มข้น จู่ๆ ก็มีเสียงก้องกังวานดังขึ้นมาจากเบื้องบน… เสียงที่ดูเหมือนจะดังมาจากทุกทิศทุกทาง…

“ถึงเวลา… ชำระล้าง… แล้ว…”

พลัน! สายฟ้าสีม่วงทมิฬที่อ่อนแรงลงไปเมื่อครู่ ก็พลันระเบิดพลังออกมาอีกครั้ง! คราวนี้มันไม่ได้ฟาดฟันลงมาเป็นเส้นๆ อีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงานสีม่วงทมิฬขนาดมหึมาที่ส่องประกายเจิดจ้า ราวกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อม…

กลุ่มก้อนพลังงานนั้นไม่ได้พุ่งตรงลงมาเหมือนเดิม แต่กลับลอยวนอยู่เหนือปราสาทมืด! บัดนี้มันไม่ได้มีเพียงแค่สีม่วงทมิฬอีกต่อไป แต่กลับมีเส้นสายสีทองสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้นมารอบๆ กลุ่มก้อนพลังงานนั้น…

ธารไทเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึง… นี่มัน… ไม่ใช่แค่สายฟ้าของสวรรค์อีกแล้ว… นี่มันคือ… พลังบริสุทธิ์… ที่เหนือกว่า…

จอมมารราชาเองก็หยุดชะงักไปเช่นกัน สายตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ… “อะไรกัน… นี่มัน… พลังแบบไหนกัน…!”

กลุ่มก้อนพลังงานสีม่วงทมิฬผสมทองสว่างนั้น ค่อยๆ ขยายตัวออก… และเริ่มส่งพลังงานที่อบอุ่นแต่ทรงพลัง… แผ่ซ่านลงมา…

ธารไทรู้สึกได้ถึงพลังงานนั้น… มันไม่ใช่พลังที่ทำลายล้าง… แต่มันคือพลังแห่งการเยียวยา… และการชำระล้าง…

“นี่มัน… ปรากฏการณ์… อัสนีบาต… จารึกสวรรค์…!” ธารไทพึมพำออกมาด้วยความรู้สึกทึ่งระคนหวัง

กลุ่มก้อนพลังงานนั้นเริ่มหมุนวนเร็วขึ้น และจากใจกลางของมัน… ก็มีลำแสงสีทองบริสุทธิ์… พุ่งตรงลงมา…

เป้าหมายของลำแสงนั้น… คือ… จอมมารราชา…!

ธารไทไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้เพียงอย่างเดียว… นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้าย… ที่เขาจะโค่นจอมมารราชาได้…

ขณะที่ลำแสงสีทองอันบริสุทธิ์กำลังพุ่งเข้าใส่จอมมารราชา… ธารไทก็รวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย… ดาบ “อัสนีบาต” ในมือของเขา… ส่องประกายสีฟ้าครามสว่างไสว…

เขาจะ… ใช้โอกาสนี้…!

แต่จอมมารราชาจะทำอย่างไร… กับปรากฏการณ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนี้…!

และการต่อสู้ครั้งสุดท้าย… กำลังจะเริ่มต้นขึ้น…!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
อัสนีบาต จารึกสวรรค์

อัสนีบาต จารึกสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!