แสงสีม่วงทมิฬอันบ้าคลั่งยังคงฟาดฟันลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับทวยเทพกำลังพิโรธต่ออาณาจักรแห่งความมืดมิดที่ก่อกำเนิดความชั่วร้าย แสงเจิดจ้าที่สาดส่องให้เห็นร่างของ ‘ธารไท’ ยืนตระหง่านกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าอสูรผู้สาบสูญ ดวงตาคมกริบของเขาเปล่งประกายสีทองอำพันราวกับเพลิงสุริยะ สะท้อนภาพของ ‘ราชาแห่งความมืด’ ร่างใหญ่โตราวภูผาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
“นี่คือจุดจบของเจ้าแล้ว ธารไท!” เสียงทุ้มห้าวของราชาแห่งความมืดดังก้องสะท้อนไปทั่วปราสาทมืด กรงเล็บคมกริบที่ประดับด้วยอัญมณีสีดำสนิทถูกยกขึ้นสูง ปล่อยคลื่นพลังงานสีดำมหาศาลแผ่กระจายออกมา ราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
ธารไทไม่ปริปากตอบ เพียงแต่ยกดาบศักดิ์สิทธิ์ ‘อัสนีบาต’ ขึ้นมา ดาบที่สลักเสลาด้วยอักขระโบราณ เปล่งประกายสีฟ้าอ่อนราวกับดวงดาวที่กำลังก่อตัวขึ้น แสงแห่งสายฟ้าที่ฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้ากำลังรวมตัวกันที่ปลายดาบของเขา ก่อเป็นลูกบอลพลังงานสีขาวเจิดจ้าจนแทบจะมองไม่เห็น
“เจ้าคิดว่าพลังอันน้อยนิดของสวรรค์จะต้านทานอำนาจอเวจีของข้าได้หรือไร!” ราชาแห่งความมืดหัวเราะเยาะ ก่อนจะปล่อยคลื่นพลังงานสีดำเข้าใส่ธารไทอย่างรวดเร็ว
ธารไทพลิกตัวหลบหลีกคลื่นพลังนั้นได้อย่างฉิวเฉียด พลังงานสีดำปะทะเข้ากับซากอสูรที่อยู่เบื้องหลัง จนกลายเป็นเถ้าถ่านทันที “พลังของสวรรค์อาจมิใช่พลังอันยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เป็นพลังแห่งความถูกต้อง เป็นพลังที่ขับไล่ความมืดมิดเช่นเจ้า!”
เขาเหวี่ยงดาบอัสนีบาตออกไปอย่างรวดเร็ว ลูกบอลพลังงานสีขาวเจิดจ้าพุ่งเข้าใส่ราชาแห่งความมืด ราชาแห่งความมืดยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาปัดป้อง แต่พลังนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้ทั้งหมด แรงปะทะส่งร่างของเขาถอยหลังไปหลายก้าว
“เป็นไปไม่ได้!” ราชาแห่งความมืดคำรามด้วยความไม่เชื่อ สายฟ้าสีม่วงทมิฬที่ฟาดลงมาบนร่างของเขาดูเหมือนจะยิ่งทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น “นี่คือพลังของอเวจีที่แท้จริง!”
เขาอ้าปากกว้าง ปล่อยลำแสงสีดำทะลุทะลวงเข้าใส่ธารไท ลำแสงนั้นมีความรวดเร็วและเฉียบคมราวกับเข็มที่ยิงออกมาจากหอกแห่งความตาย ธารไทเองก็ไม่ประมาท เขาหลบหลีกด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ แต่ลำแสงนั้นก็ยังคงตามติดราวกับเงา
“เจ้าหลบได้รวดเร็วนัก แต่เจ้าจะหลบพ้นความตายได้หรือ!” ราชาแห่งความมืดตะโกน ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด
ธารไทเหงื่อแตกพลั่ก แต่ยังคงยืนหยัดต่อสู้ เขาตระหนักดีว่าราชาแห่งความมืดจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่สายฟ้าสีม่วงทมิฬยังคงฟาดฟันลงมา เขาต้องหาทางหยุดยั้งปรากฏการณ์นี้ให้ได้
“ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงพลังที่แท้จริงของสวรรค์!” ธารไทตะโกนสุดเสียง เขากระชับด้ามดาบอัสนีบาตไว้แน่น เขาเริ่มร่ายรำเพลงดาบแห่งสายฟ้า เพลงดาบที่สืบทอดมานับพันปี
ดาบของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ สร้างกระแสลมหมุนวนรอบตัวเขา แสงสีฟ้าอ่อนจากดาบยิ่งสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ ท้องฟ้าเหนือหัวของเขาเริ่มแปรปรวนอย่างรุนแรง ก้อนเมฆสีม่วงทมิฬถูกฉีกออกเป็นริ้วๆ เผยให้เห็นแสงสีขาวบริสุทธิ์ส่องลงมา
“เป็นไปไม่ได้! เจ้ากำลังเรียกพลังสวรรค์อันบริสุทธิ์!” ราชาแห่งความมืดตกใจอย่างเห็นได้ชัด พลังของเขาเริ่มสั่นคลอนเมื่อสัมผัสกับพลังงานแห่งสวรรค์ที่กำลังก่อตัวขึ้น
ธารไทไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่ราชาแห่งความมืดด้วยความเร็วสูง ดาบอัสนีบาตในมือสว่างวาบ ก่อนจะฟันออกไปเป็นประกายแสงสีขาวเจิดจ้า ประกายแสงนั้นไม่ใช่เพียงลำแสง แต่เป็นสายฟ้าเส้นเล็กๆ จำนวนมหาศาลที่พุ่งเข้าใส่ราชาแห่งความมืดราวกับฝูงผึ้ง
ราชาแห่งความมืดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยประกายแสงสีขาว ราวกับถูกทิ่มแทงด้วยเข็มพิษ แสงสีดำที่เคยเปล่งประกายบนร่างของเขาเริ่มอ่อนแสงลง
“แก…แกทำได้อย่างไร!” ราชาแห่งความมืดกัดฟันพูด พลังของเขายังคงต่อสู้ แต่ก็อ่อนแรงลงทุกขณะ
“นี่คือพลังแห่งศรัทธา! พลังแห่งความหวัง!” ธารไทตะโกนกลับ เขาไม่หยุดยั้ง ปล่อยพลังแห่งสวรรค์เข้าใส่ราชาแห่งความมืดอย่างต่อเนื่อง “ความมืดมิดของเจ้าไม่อาจปกครองโลกนี้ได้ตลอดไป!”
ยิ่งธารไทใช้พลังมากเท่าไหร่ แสงสว่างจากดาบของเขาก็ยิ่งเจิดจ้ามากขึ้นเท่านั้น แสงสีขาวบริสุทธิ์เริ่มแผ่กระจายไปทั่วปราสาทมืด ขับไล่เงามืดที่เคยปกคลุมอยู่
ราชาแห่งความมืดทรุดตัวลงไปกับพื้น ร่างกายของเขามีรอยไหม้เกรียมจากพลังแห่งสวรรค์ “ข้า…ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้!”
“เจ้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!” ธารไทก้าวเข้าไปใกล้ ราชาแห่งความมืดพยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ครั้งสุดท้าย ปล่อยคลื่นพลังงานสีดำขนาดใหญ่เข้าใส่ธารไท
ธารไทชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว แสงสีทองอำพันจากดวงตาของเขาเปล่งประกายอย่างรุนแรง “หยุด!”
คำๆ เดียวของธารไท กลับทรงพลังยิ่งกว่าเวทมนตร์ใดๆ คลื่นพลังงานสีดำมหาศาลที่พุ่งเข้ามากลับหยุดนิ่งกลางอากาศ ก่อนจะสลายไปอย่างช้าๆ ราวกับถูกดูดกลืนหายไป
ราชาแห่งความมืดเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “เป็นไปไม่ได้…นี่มัน…นี่มันไม่ใช่พลังของมนุษย์!”
“ข้ามิใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป” ธารไทกล่าวอย่างสงบ “ข้าคือผู้ที่ถูกเลือก ผู้ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เพื่อมาหยุดยั้งความชั่วร้ายเช่นเจ้า!”
เขาเงื้อดาบอัสนีบาตขึ้นอีกครั้ง แสงสีฟ้าจากดาบรวมตัวกับแสงสีทองจากดวงตาของเขา ก่อเป็นลำแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่สว่างเจิดจ้าจนแทบจะมองไม่เห็น “ถึงเวลาแล้ว…ที่จะจบสิ้นทุกสิ่ง!”
ลำแสงสีขาวพุ่งเข้าใส่ราชาแห่งความมืดอย่างรวดเร็ว ราชาแห่งความมืดพยายามตะโกนต่อต้าน แต่เสียงของเขากลับถูกกลืนกินไปในแสงสว่างนั้น ร่างกายของเขาค่อยๆ สลายไป กลายเป็นผุยผงที่ล่องลอยไปในอากาศ
ในที่สุด ความมืดมิดที่ปกคลุมปราสาทแห่งนี้ก็เริ่มจางหายไป แสงแดดอ่อนๆ เริ่มส่องลอดผ่านเข้ามา เผยให้เห็นความงามของธรรมชาติที่เคยถูกบดบัง
ธารไทลดดาบลง เขาหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน แต่ในแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยชัยชนะและความหวัง
แต่แล้ว ทันใดนั้นเอง แสงสีม่วงทมิฬบนฟากฟ้าก็พลันกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้มันรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า!
“เกิดอะไรขึ้น?” ธารไทอุทานด้วยความประหลาดใจ
บนท้องฟ้าเหนือปราสาทมืด ปรากฏวงแหวนสีดำขนาดใหญ่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง และจากใจกลางวงแหวนนั้น…ร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา
ร่างนั้นสูงใหญ่ราวภูผาเช่นเดียวกับราชาแห่งความมืด แต่ทว่า…น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า ดวงตาของมันเรืองรองด้วยไฟสีแดงฉาน ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิทราวกับเกราะ รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความอำมหิต
“ข้า…คือผู้ยิ่งใหญ่กว่า…ราชา…แห่งความมืด!” เสียงทุ้มก้องนั้นดังมาจากร่างนั้น ราวกับเสียงของอเวจีที่ปลดปล่อยพันธนาการออกมา “และข้า…จะทำลาย…ทุกสิ่ง!”
ธารไทยืนตะลึง เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าราชาแห่งความมืดอีก!
“แล้ว…ใครล่ะ…คือผู้ที่…ปลดปล่อยเจ้า…ออกมา?” ธารไทเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ
“เจ้า…นั่นแหละ…ตัวต้นเหตุ…” ร่างนั้นตอบ พลางหัวเราะเยาะ “พลังของสวรรค์…อันบ้าคลั่ง…ของเจ้า…ได้เปิดประตู…สู่อเวจี…ที่แท้จริง…ให้ข้า…เข้ามา…แล้ว!”
ธารไทอึ้งไป เขาไม่เข้าใจ ว่าทำไมการกระทำของเขาถึงนำมาซึ่งหายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม!
“เตรียมตัว…รับการพิพากษา…จากอเวจี…อันนิรันดร์!”
ร่างนั้นยกแขนขึ้น และพลังงานสีดำมหาศาลก็เริ่มไหลออกมาจากวงแหวนบนท้องฟ้า พลังงานนั้นรุนแรงจนพื้นดินใต้เท้าของธารไทเริ่มสั่นสะเทือน
ธอร์ไทรู้ตัวดีว่าเขาพลาดครั้งใหญ่ การต่อสู้ที่เขาคิดว่าจบลงไปแล้ว บัดนี้กลับเพิ่งจะเริ่มต้น และมันอาจจะหมายถึงจุดจบของโลกใบนี้ก็เป็นได้…
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

อัสนีบาต จารึกสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก