ตอนที่ 27 — ประกายอัสนี สลายมาร

ตอนที่ 27 — ประกายอัสนี สลายมาร

อัสนีบาต จารึกสวรรค์ · 30 ตอน

สายฟ้าสีม่วงทมิฬยังคงฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสวรรค์กำลังก่นด่าอาณาจักรแห่งความมืดมิดอันแสนชั่วร้าย แสงเจิดจ้าสาดส่องให้เห็นร่างของ ‘ธารไท’ ยืนหยัดอย่างสง่างามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าอสูรและนักรบผู้กล้า บัดนี้ อากาศรอบกายเขาดูเหมือนจะบิดเบี้ยวไปตามแรงแห่งพลังที่พลุ่งพล่านจากร่างของเขาเอง ดวงตาคมกริบราวกับเพชฌฆาตจับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่เบื้องหน้า ‌จอมมารราชันย์ผู้ปกครองโลกแห่งความมืด ที่ยังคงยืนตระหง่านท่ามกลางเปลวเพลิงสีดำสนิท

“เจ้าคิดว่าการทำลายเหล่าสมุนของข้า จะทำให้ข้ายอมแพ้งั้นรึ จอมมนุษย์?” เสียงก้องกังวานของจอมมารราชันย์ดังสะท้อนไปทั่วปราสาทมืด ดวงตาที่แดงก่ำราวกับถ่านเพลิงจ้องมองธารไทด้วยแววตาเย้ยหยัน “เจ้ามันก็แค่เศษธุลีที่หลงระเริงในพลังชั่วคราว สวรรค์ที่เจ้าอ้างถึงนั่นน่ะ...มันทอดทิ้งพวกเจ้าไปนานแล้ว!”

ธารไทไม่ตอบโต้ ​เขาเพียงยกมือข้างขวาขึ้น ชั่วพริบตา สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ก็ก่อตัวขึ้นกลางฝ่ามือ ทอประกายเจิดจ้าจนแทบมองด้วยตาเปล่าไม่ได้ มันแตกต่างจากสายฟ้าสีม่วงทมิฬที่กำลังถล่มโลกอย่างสิ้นเชิง นี่คือพลังแห่งการชำระล้าง พลังแห่งความหวัง ที่ธาไทได้รวบรวมมาจากการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า

“สวรรค์อาจจะเงียบไป ‍แต่จิตใจของผู้กล้าหาญไม่เคยยอมแพ้” ธารไทกล่าวเสียงเยือกเย็น แต่หนักแน่น “และพลังที่ข้าใช้ ไม่ใช่พลังชั่วคราว แต่เป็นพันธสัญญา...พันธสัญญาที่จะปกป้องโลกนี้จากความมืดมิดเช่นเจ้า!”

สิ้นคำพูดนั้น ธารไทสะบัดมือออกไป!

ประกายอัสนีสีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะยานออกจากฝ่ามือราวกับดวงอาทิตย์ย่อส่วน มันแหวกอากาศที่หนาทึบด้วยพลังแห่งความมืด ‌มุ่งตรงเข้าใส่ร่างของจอมมารราชันย์ สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วปราสาทมืด

จอมมารราชันย์หัวเราะเสียงดัง “ฮ่าฮ่าฮ่า! ช่างเป็นประกายที่ดูไร้สาระนัก! สมุนของข้า ยามเมื่อสวรรค์พิโรธ เจ้าก็ยังคงหลงคิดว่าแสงนั่นคือความหวังงั้นรึ?”

จอมมารราชันย์ยกแขนซ้ายขึ้น นิ้วทั้งห้านิ้วที่แหลมคมราวกับกรงเล็บ ‍เผยให้เห็นพลังงานสีดำสนิทที่ไหลเวียนอยู่รอบๆ มันเข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง จากนั้น จอมมารก็เหวี่ยงแขนออกไปอย่างรวดเร็ว

“มารผยอง!”

กลุ่มก้อนพลังงานสีดำสนิท พุ่งเข้าปะทะกับประกายอัสนีสีขาวบริสุทธิ์ของธารไทอย่างจัง เกิดเป็นแรงปะทะมหาศาลที่สาดประกายแสงสีขาวปนดำสนิทออกไปรอบทิศทาง พื้นปราสาทมืดสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินจะแยกออก เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าลงมาหลายสิบสาย

ธารไทไม่ย่อท้อ ​เขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ร่างกายของเขาเริ่มเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ ออกมา แสงนั้นส่องสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนบดบังแสงสีม่วงทมิฬที่ยังคงฟาดฟันลงมาได้ “นี่คือพลังแห่งนักรบที่แท้จริง! พลังที่มาจากความกล้าหาญ ไม่ใช่ความเกลียดชัง!”

“ปากดี!” ​จอมมารราชันย์คำราม เขากระโจนเข้าใส่ธารไทด้วยความเร็วที่ไม่อาจจับต้องได้ กรงเล็บสีดำสนิทที่สาดประกายอันตราย พุ่งเข้าใส่ร่างของธารไท

ธารไทยกดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งประกายสีทองขึ้นมารับ กรงเล็บของจอมมารปะทะเข้ากับคมดาบ เกิดเสียงเสียดสีดังแหลมสูงราวกับโลหะสองชนิดกำลังขูดกัน ประกายไฟสีแดงฉานสาดกระเด็นไปทั่ว

“เจ้าไม่เข้าใจ...” ธารไทกล่าวเสียงหอบเล็กน้อยจากการปะทะ ​“พลังที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การทำลายล้าง แต่คือการปกป้อง!”

เขาบิดดาบในมือเล็กน้อย พลังงานสีทองที่ไหลเวียนทั่วร่างถูกส่งผ่านไปยังคมดาบ เกิดเป็นคลื่นพลังที่ผลักดันร่างของจอมมารราชันย์ให้ถอยหลังไปอย่างแรง

“อึ่ก!” จอมมารราชันย์ร้องด้วยความประหลาดใจ มันไม่เคยคาดคิดว่ามนุษย์ธรรมดาๆ จะสามารถต้านทานพลังของตนเองได้ถึงเพียงนี้

“เป็นไปไม่ได้! เจ้าเป็นเพียงมนุษย์! มนุษย์จะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร!” จอมมารตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

“ข้าไม่ใช่เพียงมนุษย์ธรรมดา” ธารไทกล่าว เขากระชับดาบในมือให้แน่นขึ้น “ข้าคือธารไท ผู้ถือครองเจตจำนงแห่งสายฟ้า!”

เมื่อกล่าวจบ ธารไทก็ปล่อยพลังทั้งหมดที่เขามีออกมา!

แสงสีทองสว่างจ้าจนกลืนกินทุกสิ่งรอบกาย ล้อมรอบร่างของธารไทเป็นรัศมี แสงนั้นไม่ใช่แค่แสงสว่าง แต่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่มองเห็นเป็นเส้นสายที่ก่อตัวเป็นรูปทรงประหลาด คล้ายกับสายฟ้าที่กำลังก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง

“อัสนีบรรลัย!”

ธารไทตะโกนกึกก้อง เขาเงื้อดาบขึ้นสุดแขน ร่างกายของเขาถูกโอบล้อมด้วยสายฟ้าสีทองที่กำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว คมดาบในมือเปล่งประกายเจิดจ้าจนแทบจะกลายเป็นดวงดาวขนาดย่อม

“นี่คือสุดยอดวิชาของข้า! ยามที่สวรรค์พิโรธ ข้าก็จะพิโรธไปพร้อมกับมัน!”

สายฟ้าสีทองหมุนวนรอบร่างของธารไทเร็วขึ้นๆ จนกลายเป็นพายุอัสนีขนาดเล็ก พลังงานมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายในพร้อมที่จะระเบิดออกมา

จอมมารราชันย์รู้สึกได้ถึงอันตรายที่แท้จริง มันสัมผัสได้ถึงพลังที่รุนแรงกว่าทุกสิ่งที่มันเคยเผชิญหน้ามา พลังที่สามารถทำลายล้างมันได้จริงๆ

“ไม่! เป็นไปไม่ได้!” จอมมารราชันย์ตะโกนอย่างสิ้นหวัง มันรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ พยายามสร้างเกราะป้องกันขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่ามันจะช้าเกินไป

ธารไทปล่อยดาบออกไป!

สายฟ้าสีทองบริสุทธิ์ที่ก่อตัวเป็นรูปร่างราวกับมังกรสายฟ้า พุ่งทะยานออกจากดาบของธารไท มันแหวกอากาศที่หนาทึบราวกับลำแสงพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของจอมมารราชันย์

“กร๊าซซซซซซซซซซ!”

เสียงร้องอันเจ็บปวดของจอมมารราชันย์ดังสะท้อนไปทั่วปราสาทมืด มังกรสายฟ้าสีทองได้โอบล้อมร่างของมันไว้ ร่างกายของจอมมารเริ่มสลายไปทีละน้อย ถูกชำระล้างด้วยพลังแห่งสายฟ้าบริสุทธิ์

แสงสว่างเจิดจ้าจากมังกรสายฟ้าสาดส่องไปทั่วทุกมุมของปราสาทมืด เปลวเพลิงสีดำสนิทที่เคยปกคลุมอยู่เริ่มมอดดับลงทีละน้อย ซากศพของเหล่าอสูรที่กระจายอยู่ตามพื้นเริ่มกลายเป็นเถ้าถ่าน

ธารไทยืนนิ่ง มองดูภาพที่อยู่เบื้องหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาของเขาก็ฉายแววแห่งความเหนื่อยล้า เขารู้ดีว่านี่คือจุดจบของจอมมารราชันย์

“ถึงเวลาแล้ว... ที่ความมืดมิดจะสิ้นสุดลง” ธารไทพึมพำ

มังกรสายฟ้าสีทองหมุนวนรอบร่างของจอมมารราชันย์อย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด ร่างของจอมมารราชันย์ก็สลายไป กลายเป็นเพียงฝุ่นละอองสีดำที่ปลิวไปตามแรงลม

เมื่อร่างของจอมมารสลายไป แสงสีม่วงทมิฬที่เคยปกคลุมท้องฟ้าก็เริ่มจางหายไปทีละน้อย เผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามอันสดใสที่แท้จริง

ธารไทค่อยๆ ลดดาบลง ร่างกายของเขาเริ่มเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ ออกมาน้อยลงเรื่อยๆ ความเหนื่อยล้าเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจน เขาทรุดตัวลงคุกเข่า ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด

“สำเร็จแล้ว...” เขาพึมพำ

แต่ในขณะที่เขากำลังจะผ่อนคลาย ร่างกายของเขาก็เกิดอาการแปลกประหลาด เขาเริ่มรู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังคืบคลานเข้ามาในจิตใจของเขา... บางสิ่งที่ไม่ใช่ความมืดมิด แต่เป็นพลังงานที่แปลกประหลาดและทรงพลังอย่างยิ่ง

“นี่มันอะไรกัน?” ธารไทอุทาน เขาพยายามตั้งสติ แต่พลังงานนั้นกลับแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้

ภาพของดวงดาวที่กำลังสว่างไสวปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา ดวงดาวเหล่านั้นไม่ใช่แค่แสงสว่าง แต่เป็นเหมือนกับประตูที่กำลังเปิดออกสู่มิติอื่น

“ข้า...ข้ายังไม่เสร็จสิ้นอีกรึ?”

ความรู้สึกแปลกประหลาดทวีความรุนแรงขึ้น ธารไทรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงเข้าไปในห้วงอวกาศอันไกลโพ้น เขาพยายามยึดเกาะทุกสิ่งทุกอย่างไว้ แต่พลังนั้นกลับแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะต้านทานไหว

ในชั่วพริบตา ร่างของธารไทก็หายวับไปจากปราสาทมืด ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า และเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ดังขึ้นในความเงียบ...

“นี่คือจุดเริ่มต้น... ของการเดินทางครั้งใหม่”

อะไรคือพลังงานประหลาดที่ดึงตัวธารไทไป? จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่นั้นจะนำพาเขาไปพบเจออะไร? ความหวังที่ส่องประกายจะนำพาเขาสู่เส้นทางใดกันแน่?

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!