ตอนที่ 28 — เทพประทานอัสนี บดขยี้ราชาแห่งความมืด
อัสนีบาต จารึกสวรรค์ · 30 ตอน
แสงสีม่วงทมิฬอันบ้าคลั่งยังคงฟาดฟันลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับทวยเทพกำลังพิโรธต่ออาณาจักรแห่งความมืดมิดที่ก่อกำเนิดความชั่วร้าย แสงเจิดจ้าที่สาดส่องให้เห็นร่างของ ‘ธารไท’ ยืนตระหง่านกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าอสูร ร่างกายของเขาเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งสายฟ้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แขนข้างหนึ่งยกขึ้น บรรจุอัสนีบาตสีทองอร่ามเอาไว้ ดวงตาของเขาเปล่งประกายราวกับดวงดาวที่พร้อมจะดับสูญทุกสรรพสิ่ง
เบื้องหน้าเขา ‘ราชาแห่งความมืด’ ผู้มีร่างใหญ่โตมหึมา ปกคลุมไปด้วยเกราะสีดำสนิทราวกับรัตติกาลอันไร้ที่สิ้นสุด ดวงตาแดงฉานราวกับไฟนรกกำลังลุกโชน จ้องมองมายังธารไทด้วยความเคียดแค้นและดูแคลน พลังอำนาจของมันแผ่ซ่านออกมาเป็นคลื่นความเย็นยะเยือกที่ทำให้ผืนดินรอบกายแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง
“เจ้ามนุษย์กระจอก! กล้าดียังไงมาท้าทายอำนาจของข้า!” เสียงของราชาแห่งความมืดดังก้องราวกับเสียงคำรามของภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุ “เจ้าคิดว่าพลังอันริบหรี่ของเจ้าจะเทียบกับความมืดมิดที่ครอบครองโลกใบนี้ได้รึ!”
ธารไทไม่สะทกสะท้านต่อคำเย้ยหยัน เขาเงื้อแขนขึ้น สัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างกาย ราวกับมีเทพเจ้าแห่งสายฟ้าสถิตอยู่ภายใน “ความมืดมิดของเจ้ามันก็เป็นเพียงแค่ความหวาดกลัวที่ส่องสว่างได้ด้วยแสงสว่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ราชาแห่งความมืด” เสียงของเขาเย็นเยือกแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว “และแสงสว่างนี้ จะเผาผลาญความมืดมิดของเจ้าจนสิ้นซาก!”
อัสนีบาตในมือของธารไทสั่นระริก พลังงานนับไม่ถ้วนกำลังไหลรวมกันเข้าสู่จุดเดียว แสงสีทองอร่ามสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ จนตาแทบจะพร่ามัว ราวกับดวงอาทิตย์กำลังจะแตกตัวออกมาจากฝ่ามือของเขา
ราชาแห่งความมืดคำรามพลางยกมือขวาขึ้น ปลายนิ้วเรียวยาวราวกับกรงเล็บแหลมคมชี้ไปยังธารไท เงาดำทะมึนก่อตัวขึ้นรอบๆ ตัวมัน พลังงานแห่งความมรณะพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อให้เกิดพายุหมุนแห่งความมืดที่ดูดกลืนทุกสิ่งรอบกาย
“งั้นลองดู! พลังแห่งอาณาจักรแห่งความมืดอันเป็นนิรันดร์ของข้า!”
เงาดำทะมึนเหล่านั้นพุ่งเข้าใส่ธารไทราวกับอสรพิษร้ายนับพันตัว แต่ธารไทมิได้หวั่นเกรง เขากระชับอัสนีบาตในมือให้แน่นขึ้น ดวงตาจดจ่อไปที่เป้าหมายเดียว
“เทพประทานอัสนี!”
เสียงของธารไทดังกึกก้องไปทั่วสมรภูมิ เมื่อเขาตะโกนชื่อแห่งวิชาขั้นสุดยอด แสงสีทองอร่ามจากอัสนีบาตพลันพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน ฝ่าม่านแห่งสายฟ้าสีม่วงทมิฬที่ยังคงโปรยปรายลงมา ประสานรวมกับพลังงานอันบริสุทธิ์ของสวรรค์
วินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบก็ดูเหมือนจะหยุดนิ่ง สายฟ้าสีม่วงทมิฬที่เคยดุร้ายพลันสงบนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยอัสนีกลับกลายเป็นสีทองอร่ามที่สว่างไสวอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
แล้ว…
สายฟ้าสีทองบริสุทธิ์ขนาดมหึมา ก็ฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้า โดนเข้ากลางร่างของราชาแห่งความมืดอย่างแม่นยำ!
เสียงระเบิดดังกึกก้อง ราวกับสวรรค์และนรกกำลังปะทะกัน พลังงานอันมหาศาลแผ่กระจายออกไปทั่วทั้งปราสาทมืด แรงสั่นสะเทือนทำให้พื้นดินทรุดตัว อาคารปรักหักพัง พลันกลายเป็นเศษซาก
แสงสีทองสว่างจ้าจนยากจะทนมอง ราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นกลางสมรภูมิแห่งนี้
เมื่อแสงสว่างเริ่มจางลง ธารไททรุดตัวลงคุกเข่า เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ถูกใช้ไปจนเกือบหมดสิ้น แต่รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เขาเหลือบมองไปยังใจกลางสมรภูมิ ที่ซึ่งราชาแห่งความมืดเคยยืนตระหง่าน
บัดนี้… ไม่เหลือสิ่งใดให้เห็น นอกจากหลุมลึกขนาดใหญ่ ที่ยังคงคุกรุ่นด้วยไอความร้อน และมีกลิ่นไหม้เกรียมของสิ่งที่เคยเป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่
“จบแล้ว…” ธารไทพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา
แต่แล้ว…
เสียงหัวเราะอันแหบแห้ง ดังมาจากส่วนลึกของหลุมนั้น!
“ฮ่าๆๆๆ… แค่นี้เองรึ… มนุษย์เอ๋ย…”
ธารไทเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ร่างกายที่อ่อนล้าของเขายังไม่ทันได้ตั้งตัว
เงาดำทะมึนบางส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ ฉายวูบวาบออกมาจากหลุมอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเพียงเศษเสี้ยวของร่างราชาแห่งความมืดที่ถูกเผาไหม้ แต่ดวงตาสีแดงฉานยังคงส่องประกายด้วยความอาฆาต
“เจ้ายังเร็วเกินไป… ที่จะประกาศชัยชนะ…”
ก่อนที่ธารไทจะทันได้ตอบสนอง เงาดำทะมึนเหล่านั้นก็พลันหดหายไปในความมืดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในซากปราสาท
ธารไทพยายามลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายของเขามันอ่อนล้าเกินกว่าจะขยับได้ง่ายๆ สายฟ้าที่เคยไหลเวียนทั่วร่าง บัดนี้เหลือเพียงกระแสอ่อนๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น
เขาเหลือบมองไปรอบๆ สมรภูมิ ที่บัดนี้เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าอสูรที่ถูกเผาไหม้เกรียม แสงสีม่วงทมิฬเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยแสงอาทิตย์ยามเช้าที่เริ่มสาดส่องลอดผ่านช่องว่างของซากปราสาท
ชัยชนะ… มาถึงแล้ว?
แต่ทำไม… ความรู้สึกนี้มันถึงได้โหวงเหวงนัก?
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า ราวกับกำลังจะกล่าวอำลาแด่เหล่าทวยเทพ ที่ได้มอบพลังอันยิ่งใหญ่มาให้
“ข้า… จะต้อง… ปกป้อง… โลกใบนี้…”
ธารไทเอ่ยถ้อยคำสุดท้าย ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไป ร่างกายที่อ่อนล้าพลันทรุดลงนอนแผ่ไปกับพื้นดินเย็นเฉียบ
ทุ่งสมรภูมิที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกึกก้องของสงคราม บัดนี้เหลือเพียงความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมที่พัดหวีดหวิวผ่านซากปรักหักพัง
ทว่า… ใต้ความเงียบงันนั้น… มีบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหว…
บางสิ่งที่… แฝงตัวอยู่ในเงามืด… รอคอย… โอกาส…
อะไรคือสิ่งที่เหลือรอดจากราชาแห่งความมืด? ธารไทจะฟื้นฟูพลังของตนเองได้อย่างไร? และอุปสรรคที่แท้จริง… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นใช่หรือไม่?
[ติดตามตอนต่อไป…]
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก