แสงนีออนเหล่านั้นกลับเป็นเพียงฉากหลังอันงดงามสำหรับการชำระแค้นที่กำลังจะอุบัติขึ้น "วายุ" จิบกาแฟดำเข้มข้นพลางมองภาพใบหน้าของ "เสี่ยทัศน์" พิมพ์ลงบนหน้าจอสมาร์ทโฟน ภาพของชายอ้วนลงพุง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เป็นเป้าหมายเดียวที่ทำให้หัวใจอันเย็นชาของเขาสั่นไหว ความแค้นที่สะสมมานานหลายปี กำลังจะถูกปลดปล่อยในคืนนี้
เสียงเครื่องยนต์คำรามดังแหวกอากาศยามวิกาล วายุสวมหมวกกันน็อคสีดำสนิท ควบคุมรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งคู่ใจที่มีสมรรถนะสูงทะยานไปตามถนนสายหลักของกรุงเทพฯ จิตใจแน่วแน่ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ซึ่งเสี่ยทัศน์กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จอันโสมมของตนเอง การไล่ล่าไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่วายุวางมาอย่างยาวนาน
"ไอ้ทัศน์... คืนนี้แกจะไม่ได้เห็นตะวันขึ้นอีก" วายุพึมพำกับตัวเอง เสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยเจตนาร้าย
การจราจรเริ่มบางตาลงเมื่อเข้าใกล้เขตที่พักอาศัยหรูหรา วายุหรี่ตามองป้ายชื่อคอนโดมิเนียมหรูที่โดดเด่นตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เสี่ยทัศน์เลือกสถานที่จัดงานเลี้ยงที่นี่ ซึ่งนอกจากจะหรูหราแล้ว ยังปลอดภัยจากสายตาคนภายนอกอีกด้วย แต่สำหรับวายุ ความปลอดภัยก็เป็นเพียงภาพลวงตา
เขาจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ในซอยเล็กๆ ที่มองไม่เห็นจากถนนใหญ่ ก่อนจะก้าวลงจากรถและเดินไปยังทางเข้าด้านหลังของคอนโดมิเนียม สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง และสวมหมวกแก๊ปสีดำเพื่ออำพรางตัว สัญชาตญาณนักล่าของเขาบอกว่า การเข้าถึงตัวเสี่ยทัศน์โดยตรงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
"ใครน่ะ! ยืนตรงนั้น!" เสียงตะโกนดังขึ้นมาจากหน่วยรักษาความปลอดภัยนอกเครื่องแบบที่ยืนประจำการอยู่
วายุชะงักเล็กน้อย แต่ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ป้อนรหัสบางอย่างลงไป หน้าจอแสดงผลเป็นแผนผังของคอนโดมิเนียม พร้อมกับตำแหน่งที่ตั้งของงานเลี้ยง
"แค่เพื่อนมาเซอร์ไพรส์น่ะครับ" วายุตอบเสียงเรียบ เขายังคงก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ลังเล "ผมลืมแลกบัตรไว้"
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนเดินเข้ามาขวางทาง สายตาจับจ้องวายุอย่างระแวง
"ขอโทษครับ ต้องขอตรวจสอบบัตรประชาชนด้วย"
วายุยิ้มมุมปากภายใต้หน้ากาก "พอดีผมทำบัตรหายพอดีเลยครับ แต่ถ้าคุณต้องการ ผมให้ข้อมูลส่วนตัวได้หมด"
ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังลังเล วายุก็ออกแรงผลักอย่างรวดเร็วและรุนแรง ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาจัดการให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศละทาง ก่อนที่เขาจะอาศัยจังหวะนี้พุ่งตัวเข้าไปในอาคาร
"จับมัน! มีผู้บุกรุก!" เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น
วายุไม่รอช้า เขาพุ่งตัวผ่านประตูฉุกเฉินเข้าไปในโถงทางเดินแคบๆ เสียงฝีเท้าไล่ตามหลังมาติดๆ เขากระโดดขึ้นไปบนราวบันได ก่อนจะปีนป่ายขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือทางเดินยาวเหยียด มีประตูห้องพักเรียงรายอยู่สองข้างทาง
"ไปไหนแล้ววะ!" เสียงตะโกนดังมาจากด้านล่าง
วายุซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของโถงบันได คอยฟังเสียงการเคลื่อนไหวของศัตรู เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหายไป เขาก็รีบเดินออกจากที่ซ่อนและพุ่งตรงไปยังชั้นที่คาดว่าจะเป็นที่จัดงานเลี้ยง
เขาใช้การประเมินแผนผังที่ได้มาอย่างแม่นยำ เดินอ้อมไปยังเส้นทางที่คาดว่าจะมีคนน้อยที่สุด เสียงเพลงดังมาจากทิศทางหนึ่ง ยิ่งตอกย้ำว่าเขามาถูกทางแล้ว
เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องขนาดใหญ่ วายุได้ยินเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ดังอื้ออึง เขาแอบมองผ่านช่องตาแมว เห็นภาพผู้คนมากมายที่กำลังดื่มกินและสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน และท่ามกลางเสียงเหล่านั้น เขาก็เห็นเป้าหมายของเขา... เสี่ยทัศน์ กำลังยืนพูดคุยอย่างอารมณ์ดี
"ถึงเวลาแล้วสินะ" วายุพึมพำ เขายกมือขึ้นสัมผัสกับอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในเสื้อ
ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรง กลุ่มผู้คนแตกฮือด้วยความตกใจ วายุปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับปืนที่อยู่ในมือ
"ทุกคน! อยู่นิ่งๆ!" เสียงของวายุตะโกนดังลั่น ห้องทั้งห้องเงียบสงัดราวกับถูกสาป
สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่วายุ ใบหน้าของเสี่ยทัศน์ซีดเผือดทันทีเมื่อเห็นหน้ากากและปืนที่วายุถืออยู่
"แก! แกเป็นใคร!" เสี่ยทัศน์ตะโกนเสียงสั่น
"คนที่จะมาทวงหนี้แค้นน่ะสิ" วายุตอบ สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่เสี่ยทัศน์เพียงผู้เดียว
ก่อนที่เสี่ยทัศน์จะทันได้สั่งการ การต่อสู้ก็ปะทุขึ้น การ์ดของเสี่ยทัศน์ที่ซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่างๆ พากันชักอาวุธออกมาเตรียมพร้อมที่จะเข้าจู่โจม
วายุไม่ได้ลังเล เขาเหนี่ยวไกปืนยิงกระสุนนัดแรกใส่โคมไฟระย้าขนาดใหญ่ ทำให้เศษแก้วหลากสีร่วงหล่นลงมาสร้างความแตกตื่น
"อย่าเข้ามา!" วายุตะโกนอีกครั้ง
การ์ดสองคนพยายามเข้ามาประชิดตัววายุ แต่เขาก็สามารถปัดป้องและยิงสกัดได้อย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้อง ทำให้ผู้คนที่เหลือยิ่งแตกตื่น วิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง
วายุเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว เขาใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เป็นที่กำบัง หลบหลีกการยิงตอบโต้ของพวกการ์ดอย่างชำนาญ ทุกการเคลื่อนไหวของเขามีประสิทธิภาพและเด็ดขาด ราวกับนักฆ่ามืออาชีพ
"แกจะหนีไปไหนได้!" วายุตะโกนไล่หลัง ขณะที่เสี่ยทัศน์พยายามจะหลบหนีออกไปทางประตูอีกด้าน
วายุเห็นเสี่ยทัศน์กำลังจะหลบหนี จึงตัดสินใจใช้ระเบิดควันขนาดเล็ก โยนเข้าไปกลางกลุ่มการ์ด ทำให้เกิดกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วห้อง
"หายใจไม่ออก! อะไรเนี่ย!" เสียงโวยวายดังขึ้น
วายุใช้โอกาสนี้ พุ่งตรงไปยังเสี่ยทัศน์ที่กำลังจะออกจากห้อง เขาชกเข้าที่ใบหน้าของเสี่ยทัศน์อย่างแรง ทำให้เสี่ยทัศน์เซถอยหลัง
"แก! แกกล้าดียังไง!" เสี่ยทัศน์พยายามจะตะโกน แต่เสียงของเขาก็เบาลงเมื่อเห็นแววตาของวายุ
"ฉันจะให้แกตายอย่างทรมาน" วายุพูด พลางยกปืนขึ้นเล็ง
แต่ก่อนที่วายุจะเหนี่ยวไก เสียงไซเรนตำรวจก็ดังขึ้นมาแต่ไกล
"ให้ตายสิ! พวกตำรวจมาเร็วเกินไป" วายุสบถ
เขาหันไปมองเสี่ยทัศน์อีกครั้ง "คืนนี้แกยังรอดไปก่อน เสี่ยทัศน์... แต่ครั้งหน้า แกไม่รอดแน่!"
วายุไม่รอช้า เขาโยนปืนทิ้งไป และคว้าเอากระเป๋าเอกสารใบหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ก่อนจะกระโดดออกไปทางหน้าต่างที่เปิดอยู่
เสียงกระจกแตกดังสนั่นหวั่นไหว วายุลงไปสู่ระเบียงด้านล่างอย่างรวดเร็ว เขามองลงไปยังถนนเบื้องล่าง เห็นรถตำรวจกำลังมุ่งหน้ามายังคอนโดมิเนียม
"นี่แหละ คือการเผชิญหน้าครั้งแรก" วายุพึมพำ เขาหันไปมองกระเป๋าในมือ
"แต่หนี้แค้นยังไม่หมดไป"
เขากระโดดลงจากระเบียงอีกครั้ง พุ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง หายลับไปกับความมืดมิดของมหานคร ทิ้งไว้เพียงเสียงปืนที่เงียบลง และความสับสนวุ่นวายภายในห้องจัดเลี้ยงอันหรูหรา
วายุรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ การที่ตำรวจเข้ามาแทรกแซงหมายความว่า แผนการของเขาอาจจะถูกเปิดเผยเร็วขึ้นกว่าที่คาดไว้
เขาจะต้องหาทางหลบหนีออกจากที่นี่ให้ได้ ก่อนที่เขาจะตกเป็นเป้าหมายของทั้งตำรวจและอิทธิพลของเสี่ยทัศน์
"แต่ไม่เป็นไร... ฉันชอบความท้าทาย" วายุคิด เขาวิ่งเข้าไปในซอยแคบๆ ที่ไม่มีใครคาดคิด
เสียงฝีเท้าของวายุวิ่งไปตามทางเดินใต้ดินที่มืดมิด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณูปโภคของเมืองที่เขาได้สำรวจไว้ล่วงหน้า เขาหยิบไฟฉายขนาดเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อ ส่องนำทางไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยท่อประปาและสายไฟ
"เสี่ยทัศน์... แกอาจจะรอดจากคืนนี้ไปได้ แต่แกก็คงได้รู้แล้วว่า ฉันไม่ใช่คนที่จะมาเล่นด้วยง่ายๆ"
วายุหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง
"ใครน่ะ! หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนดังมา
วายุหันไปมอง เห็นเงาตะคุ่มของชายฉกรรจ์สองคนกำลังวิ่งตามมาติดๆ ใบหน้าของพวกเขาถูกปิดบังด้วยหน้ากากเช่นเดียวกับเขา
"พวกแกเป็นใคร!" วายุตะโกนถาม
"ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของแก!" เสียงหนึ่งตอบกลับมา
วายุรู้ทันทีว่า ไม่ใช่แค่เสี่ยทัศน์ที่ต้องการตัวเขา แต่ยังมีอีกกลุ่มที่ต้องการตัวเขาเช่นกัน
"ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องขอโทษด้วย" วายุพูดพลางหยิบมีดสั้นเล่มเล็กออกมาจากซองที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้า
การต่อสู้ใต้ดินอันดุเดือดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความมืดและกลิ่นอับชื้นของทางเดินใต้ดิน
วายุพุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้ด้วยความเร็วสูง มีดสั้นในมือของเขาแกว่งไกวราวกับสายฟ้า เสียงปะทะของเหล็กดังขึ้นเป็นระยะๆ
เขาต้องเอาชีวิตรอดจากที่นี่ให้ได้ และที่สำคัญ เขาต้องปกป้องสิ่งของที่เขาได้มา ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม
แต่ดูเหมือนว่า ชะตากรรมของวายุในค่ำคืนนี้ จะยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากอีกทิศทางหนึ่ง ก็กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ...

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก