วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

ตอนที่ 4 — ลมหายใจแห่งรัตติกาล

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,046 คำ

ความมืดค่อยๆ กลืนกินแสงสุดท้ายของวัน เสียงแตรรถที่ดังระงมสลับกับเสียงผู้คนจอแจ บ่งบอกถึงความเป็นไปของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล แต่สำหรับวายุ โลกภายนอกนั้นเป็นเพียงเสียงรบกวนที่อยู่ห่างไกล เขาจดจ่ออยู่กับภาพถ่ายของเสี่ยทัศน์ ชายผู้เป็นต้นเหตุแห่งความสูญเสียที่กัดกินหัวใจของเขามานานหลายปี ‌รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดี หากแต่เป็นประกายแห่งความแค้นที่ลุกโชน

"แผนทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังก้องอยู่ในห้อง แต่ก็หนักแน่นจนเกินกว่าจะมองข้ามไป แสงไฟนีออนจากภายนอกสาดส่องเข้ามาเป็นครั้งคราว เผยให้เห็นใบหน้าคมคายของวายุ ดวงตาฉายแววครุ่นคิดและมุ่งมั่น เขาพลิกหน้ากระดาษในมือ ​สลับไปมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวางลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา

"เวลาใกล้เข้ามาแล้ว" เขาพึมพำกับตัวเอง ในขณะที่มือเรียวยาวหยิบจับสมาร์ทโฟนขึ้นมา จอภาพสว่างวาบ เผยให้เห็นหน้าแชทที่มีรูปโปรไฟล์ของใครบางคน ชื่อ "เงา" ‍ถูกบันทึกไว้

"พร้อมนะ?" ข้อความถูกส่งออกไป เพียงไม่กี่อึดใจ ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น "เสมอ"

วายุวางโทรศัพท์ลง คลี่ยิ้มบางๆ การปรากฏตัวของเงาเป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขาในยามที่ทุกสิ่งดูเหมือนจะเลวร้ายลงไปทุกที เงาเป็นบุคคลปริศนาที่เข้ามาในชีวิตของวายุในยามที่เขาต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ‌เป็นเหมือนเครื่องมือที่คมกริบที่สุดในคลังแสงของเขา

"คืนนี้...ต้องจบทุกอย่าง" วายุลุกขึ้นยืน ก้าวเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ที่กำลังเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีดำสนิท ทั่วทั้งเมืองสว่างไสวไปด้วยดวงไฟนับล้านดวงราวกับดวงดาวที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า แต่ในใจของเขากลับมีเพียงความมืดมิดที่กำลังจะคืบคลานเข้ามา

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น วายุเดินไปหยิบมาอย่างรวดเร็ว ‍เป็นสายจากเงา

"ได้ข่าวมาว่าเสี่ยทัศน์จะจัดงานเลี้ยงลับๆ ที่โกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา คืนนี้" เสียงของเงาแหบพร่า แต่ก็ชัดเจน

วายุเลิกคิ้วขึ้น "โกดังลับ? น่าสนใจ"

"เขามีของสำคัญจะนำมาแสดง เป็นสิ่งของที่เขาขโมยไปจากแก... ​และเขาจะใช้โอกาสนี้ในการเจรจาเรื่องใหญ่"

"ของของฉัน... และเจรจาเรื่องอะไร?" วายุถาม น้ำเสียงเริ่มแข็งกร้าวขึ้น

"เรื่องการส่งมอบสินค้าผิดกฎหมายล็อตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา... และมีคนใหญ่คนโตบางคนจะเข้าร่วมด้วย"

วายุหลับตาลง ภาพใบหน้าของคนที่เขาเกลียดชังฉายชัดขึ้นในหัว "เสี่ยทัศน์... แกมันไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ"

"แกจะไปไหม?" ​เงาถาม

"แน่นอน" วายุตอบทันที "คืนนี้...คือคืนที่ทุกอย่างจะถูกสะสาง"

"ระวังตัวให้มาก วายุ... งานนี้อันตรายกว่าที่แกคิด"

"ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องที่แกต้องกังวล" วายุพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "ฉันจะจัดการเอง"

สิ้นเสียงสนทนา วายุวางโทรศัพท์ลง ​เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิทขึ้นมา สวมใส่ ก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าหนังใบเก่าที่วางอยู่บนเตียง ภายในมีอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติภารกิจ

"โกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา..." เขาพึมพำ "สถานที่ที่เหมาะสมกับการจบชีวิตของพวกอสรพิษ"

วายุเปิดประตูห้องออกไป ก้าวเข้าสู่ความมืดมิดของค่ำคืนกรุงเทพฯ ที่กำลังจะเริ่มขึ้น เขาก้าวลงบันไดไปอย่างเงียบเชียบราวกับเงา ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า และภารกิจที่กำลังจะเริ่มต้น

เสียงเครื่องยนต์คำรามดังสนั่นอยู่เบื้องหน้า รถสปอร์ตสีดำเงาวับจอดรออยู่ ชายร่างสูงในชุดสีดำสนิท ยืนพิงรถอยู่ ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากกันลมสีดำ เหลือเพียงดวงตาที่ฉายประกายคมกริบภายใต้แสงไฟสลัว

"พร้อมนะ?" เสียงของชายคนนั้นดังขึ้น

วายุพยักหน้า "เสมอ"

เขาเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับ "ไปกันเลย"

รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกจากที่ซ่อนราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยออกจากคันธนู ท้องถนนที่เคยพลุกพล่าน กลับกลายเป็นฉากหลังอันเงียบสงัดเมื่อรถคันนี้เร่งความเร็วไปข้างหน้า การไล่ล่ากลางมหานครกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

"เป้าหมายอยู่ที่ไหน?" วายุถาม

"โกดังร้างซอยสุขุมวิท 101/1" คนขับตอบ "ไปทางด่วนสายบางนา-ตราด"

รถสปอร์ตเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร วายุหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิ เขาต้องมั่นใจว่าทุกการกระทำจะนำพาไปสู่ชัยชนะ

"คืนนี้...เสี่ยทัศน์ แกจะต้องจ่ายด้วยเลือด" เขาพึมพำ

เมื่อรถสปอร์ตใกล้ถึงที่หมาย สภาพแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนไป จากอาคารสูงระฟ้า กลายเป็นโรงงานร้างและโกดังเก่าที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศอึมครึมและวังเวง มีเพียงแสงไฟกะพริบจากที่ไกลๆ ที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของผู้คน

"ถึงแล้ว" คนขับเอ่ยขึ้น จอดรถไว้ในมุมมืดที่ห่างจากโกดังพอสมควร

วายุเปิดประตูรถลงมา สูดอากาศยามค่ำคืนเข้าไปเต็มปอด กลิ่นอายของความเค็มจากแม่น้ำและกลิ่นอับของอาคารเก่าผสมปนเปกัน

"รออยู่นี่" วายุพูด ก่อนจะหายลับเข้าไปในเงามืด

เขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ราวกับจะกลืนหายไปกับความมืด เขาใช้ประโยชน์จากแสงเงาและซอกหลืบต่างๆ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับยามที่ลาดตระเวนอยู่รอบนอก

"เป้าหมายหลักอยู่ที่ชั้นใต้ดิน" วายุคิด "นี่คงเป็นฐานลับของพวกมัน"

เขาแอบมองเข้าไปในโกดังผ่านช่องว่างเล็กๆ ของประตู บรรยากาศภายในคึกคักกว่าที่คิด มีชายฉกรรจ์หลายสิบคนยืนกระจายอยู่ทั่วบริเวณ แต่ละคนแต่งกายด้วยชุดสูทสีดำ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ

"งานเลี้ยงใหญ่จริงๆ" วายุยิ้มมุมปาก "ดี...ยิ่งมีคนเยอะ ยิ่งมีโอกาสสร้างความโกลาหล"

เขาเดินลอบเลาะไปตามแนวอาคาร พยายามหาทางเข้าสู่ชั้นใต้ดินอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งพบกับช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังกองลังไม้เก่า

"นี่แหละ...ทางเข้า"

วายุใช้เครื่องมือพิเศษงัดแงะฝาปิดช่องระบายอากาศออกอย่างเบามือ ก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงไปในความมืดเบื้องล่าง

การลงมายังชั้นใต้ดินเป็นไปอย่างราบรื่น วายุพบว่าตัวเองอยู่ในทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวไปสู่ใจกลางของฐานลับ ที่นี่เต็มไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา ทั้งกล้องวงจรปิด เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยเฝ้าระวังอยู่ทุกจุด

"ซับซ้อนกว่าที่คิด" วายุพึมพำ แต่ก็ไม่ย่อท้อ เขาสามารถเอาชนะระบบเหล่านั้นได้ด้วยทักษะและความสามารถที่เขาฝึกฝนมา

เมื่อมาถึงประตูบานใหญ่ที่คาดว่าเป็นทางเข้าห้องประชุม วายุหยุดชะงัก เขาสังเกตเห็นกลุ่มคนกำลังเดินผ่านประตูไปหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มล้วนแต่งกายด้วยเครื่องประดับราคาแพง แสดงถึงฐานะอันสูงส่ง

"คนใหญ่คนโต...สมคำร่ำลือ"

เขาแอบฟังบทสนทนาของกลุ่มคนที่เดินผ่านไปมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังพูดคุยเรื่องธุรกิจที่ผิดกฎหมาย และการเจรจาต่อรองที่ซับซ้อน

"เสี่ยทัศน์...แกกำลังจะทำเรื่องใหญ่จริงๆ"

ในที่สุด วายุตัดสินใจได้ เขาต้องหาจังหวะที่เหมาะสมในการบุกเข้าไป เขาเห็นว่ามีช่วงเวลาหนึ่งที่ประตูห้องประชุมเปิดกว้างพอสมควร เพื่อให้บริกรนำเครื่องดื่มเข้าไป

"ได้เวลาแล้ว"

วายุรอจนกลุ่มคนสุดท้ายเดินเข้าห้องไป ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวออกจากการซ่อน และผลักประตูห้องประชุมให้เปิดออกกว้าง

เสียงเพลงบรรเลงที่ดังคลอเบาๆ และเสียงพูดคุยเจรจา ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยผู้คนที่มีอำนาจและอิทธิพล แต่ทันทีที่วายุปรากฏตัวขึ้น ทุกสายตาต่างหันมามอง

"ใครน่ะ?" เสียงหนึ่งดังขึ้น

วายุไม่ตอบคำถาม เขาเพียงก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างมั่นคง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้า

"ข้ามาทวงสิ่งที่แกขโมยไป...เสี่ยทัศน์"

สายตาวายุพุ่งตรงไปที่ชายอ้วนลงพุงที่นั่งอยู่บนบัลลังก์พิเศษกลางห้อง เสี่ยทัศน์มองวายุด้วยความตกตะลึง ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว

"แก...แกมาทำอะไรที่นี่!" เสี่ยทัศน์ตะโกนเสียงดัง

"มาทวงสิ่งที่แกพรากไป...และมาปิดบัญชีแค้น" วายุตอบ น้ำเสียงเยือกเย็นแต่แฝงด้วยพลัง

ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้น!

วายุไม่รอช้า เขาหมุนตัวหลบคมกระสุนที่พุ่งเข้ามาอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะคว้าปืนพกที่ซ่อนไว้ข้างเอวออกมา และยิงตอบโต้ไปอย่างแม่นยำ

ความโกลาหลเกิดขึ้นทั่วทั้งห้อง ผู้คนต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่าน เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว วายุเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุ เขาใช้ความคล่องแคล่วและความสามารถในการต่อสู้ที่เหนือกว่า ยิงต่อสู้กับเหล่าองครักษ์ของเสี่ยทัศน์

"แกคิดว่าแกจะหนีพ้นฉันงั้นเหรอ...เสี่ยทัศน์" วายุตะโกน พร้อมกับยิงสกัดกลุ่มคนที่พยายามจะเข้ามารุมล้อมเขา

การปะทะกันอย่างดุเดือดเกิดขึ้นทั่วทั้งห้องประชุม บางคนพยายามจะหลบหนีไปทางประตู บางคนหลบอยู่หลังโต๊ะ และบางคนก็พยายามจะต่อสู้กลับ

วายุเห็นเสี่ยทัศน์กำลังพยายามจะหนีไปทางประตูลับด้านหลังห้อง เขาไม่ลังเลที่จะพุ่งตามไป

"แกหนีไปไหนไม่พ้นหรอก!"

การไล่ล่าได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่การไล่ล่ากลางถนน แต่เป็นการไล่ล่าในฐานลับใต้ดิน ที่เต็มไปด้วยกับดักและอันตรายที่คาดไม่ถึง

วายุกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการชำระแค้นอย่างแท้จริง เขาจะสามารถบรรลุเป้าหมายของตนเองได้หรือไม่? หรือความแค้นครั้งนี้จะนำพาเขาไปสู่หายนะ?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!