แสงสีนีออนที่เคยสาดส่องราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งในเมืองกรุงเทพมหานคร ยามค่ำคืน กำลังถูกแทนที่ด้วยเงาดำทะมึนที่คืบคลานเข้ามา การจิบกาแฟดำของ "วายุ" ไม่ได้มีไว้เพื่อปลุกเร้าประสาทสัมผัส แต่เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทุกส่วนของร่างกายและจิตใจเข้าสู่โหมดการล่า “เสี่ยทัศน์” ชายอ้วนลงพุงที่เต็มไปด้วยความละโมบ ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่เป็นชนวนที่จะปลุกพายุให้คลั่ง
เสียงผิวปากเพลงพรายที่แสนคุ้นเคยจากมุมห้องมืดสลัว คือสัญญาณบ่งบอกว่าการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น วายุพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ที่เต็มไปด้วยข่าวคราวของผู้คนและความวุ่นวาย ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามรูปของเสี่ยทัศน์ที่ตีพิมพ์ตัวโต เขาไม่ได้ยิ้มอย่างเย้ยหยัน แต่เป็นรอยยิ้มที่ประทับไว้ในใจ เป็นสัญญาแห่งการชำระแค้นที่กำลังจะถูกส่งมอบ
ความมืดของราตรีกำลังจะกลืนกินแสงสุดท้ายของวัน เสียงแตรรถยนต์ที่ดังระงมสลับกับเสียงผู้คนจอแจ สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวาของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล แต่สำหรับวายุ โลกภายนอกนั้นเป็นเพียงเสียงรบกวนที่อยู่ห่างไกล เขาจดจ่ออยู่กับเป้าหมายเดียว แผนการที่ถูกถักทออย่างประณีตกำลังจะถูกนำมาปฏิบัติ
"ถึงเวลาแล้ว" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ราวกับกระซิบจากสายลม วายุลุกขึ้นยืน ปรับเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะคว้าเอากุญแจรถสปอร์ตสีดำเงาที่วางอยู่บนโต๊ะ แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่ยากจะคาดเดา มันไม่ใช่ความโกรธแค้นที่บ้าคลั่ง แต่เป็นความมุ่งมั่นอันเยือกเย็นที่พร้อมจะพุ่งชนทุกอุปสรรค
ภายในรถสปอร์ตคันงาม เสียงเครื่องยนต์คำรามขึ้นอย่างทรงพลัง ราวกับจะปลดปล่อยพลังที่อัดอั้นมานาน วายุขับรถออกจากที่พัก มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมือง แสงไฟนีออนสว่างไสววูบวาบอยู่ข้างทาง แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่ทิศทางเบื้องหน้าเท่านั้น
"ข้อมูลล่าสุดเป็นไงบ้าง" วายุเอ่ยถามเสียงเรียบ ผ่านระบบสื่อสารภายในรถ
"เสี่ยทัศน์อยู่ที่คลับ 'นภา' ครับ กำลังเจรจาธุรกิจกับนักลงทุนชาวต่างชาติ คาดว่าจะเสร็จสิ้นไม่เกินเที่ยงคืน" เสียงของ "มายา" ดังตอบกลับมา น้ำเสียงของเธอยังคงเยือกเย็นและแม่นยำ เป็นคู่หูที่ไว้วางใจได้เสมอ
"ดี" วายุตอบรับสั้นๆ เขาไม่ต้องการรายละเอียดมากนัก แค่รู้ว่าเป้าหมายอยู่ที่ไหน ก็เพียงพอแล้ว
เมื่อรถสปอร์ตสีดำทะยานเข้าสู่ถนนสายหลัก เสียงเพลงจากคลับ "นภา" ดังแว่วมาแต่ไกล แสงสีม่วง ฟ้า เขียว สาดส่องออกมาจากภายในอาคารที่ตั้งตระหง่าน ท่ามกลางแสงไฟเหล่านั้น วายุเห็นร่างอ้วนลงพุงของเสี่ยทัศน์กำลังหัวเราะอย่างมีความสุขอยู่บนระเบียงชั้นบน
"ถอยรถออกห่างจากที่นี่สักร้อยเมตร" วายุสั่ง มายาตอบรับ ก่อนที่วายุจะดับเครื่องยนต์อย่างเงียบเชียบ เขาเปิดประตูรถออกไปช้าๆ ความมืดของค่ำคืนได้กลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา
วายุเดินเท้าเข้าไปยังคลับ "นภา" อย่างไม่เร่งรีบ แต่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาเดินผ่านฝูงชนที่กำลังสนุกสนานอย่างไม่สนใจ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว พยายามจับตำแหน่งของเสี่ยทัศน์
"หาตัวเจอแล้ว" เสียงมายาแผ่วเบาเข้ามาในหู "กำลังจะขึ้นไปบนห้องส่วนตัวชั้นบนสุด"
วายุไม่รอช้า เขาเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของคลับ พนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนยืนคุมอยู่ แต่เมื่อวายุเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ราวกับว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ
"มีอะไรหรือเปล่าครับ?" หนึ่งในเจ้าหน้าที่ถามด้วยท่าทีระแวง
วายุไม่ตอบ แต่สายตาของเขาก็สบเข้ากับเจ้าหน้าที่คนหนึ่งอย่างจัง ก่อนที่เขาจะใช้ทักษะที่ฝึกฝนมาอย่างดี จัดการกับเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ
"ไม่เป็นไรครับ พอดีผมมีนัด" วายุพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นปกติ ก่อนจะก้าวเข้าไปในลิฟต์อย่างรวดเร็ว
เมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบนสุด วายุได้ยินเสียงการสนทนาที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องส่วนตัวของเสี่ยทัศน์ เขาก้าวออกจากลิฟต์อย่างเงียบเชียบ และเดินไปที่ประตูห้อง
"ขออนุญาตครับ" วายุเอ่ยขึ้น ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ทันทีที่ประตูเปิดออก ภาพที่ปรากฏต่อสายตาวายุ คือเสี่ยทัศน์ที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ พร้อมกับนักลงทุนชาวต่างชาติสองสามคน และหญิงสาวสวยที่ยืนให้บริการอยู่รอบๆ
เสี่ยทัศน์หันมามองวายุด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ
"แกเป็นใคร! เข้ามาได้ยังไง!" เสี่ยทัศน์ตะโกนลั่น
วายุไม่ตอบ เขาเดินตรงเข้าไปหาเสี่ยทัศน์อย่างไม่เกรงกลัว
"กูคือวายุ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยความหมายที่รุนแรง "และกูมาทวงของที่แกขโมยไป"
ก่อนที่เสี่ยทัศน์จะได้ทันตั้งตัว วายุได้พุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว การต่อสู้ที่ดุเดือดก็เริ่มต้นขึ้น
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว!
นักลงทุนชาวต่างชาติและหญิงสาวพยายามวิ่งหนี แต่ก็ถูกลูกหลงจากการยิงปะทะที่เกิดขึ้น วายุหลบหลีกกระสุนได้อย่างคล่องแคล่วราวกับนักเต้น ก่อนจะสวนกลับด้วยหมัดที่หนักหน่วง
"แกคิดว่าแกจะหนีพ้นเหรอ!" เสี่ยทัศน์ตะโกนพลางยกปืนขึ้นเล็งมาที่วายุ
แต่ก่อนที่เสี่ยทัศน์จะได้ลั่นไก วายุได้ใช้จังหวะที่เขากำลังลังเล เหวี่ยงเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ ใส่ไปอย่างแม่นยำ ทำให้ปืนหลุดมือ
"แกมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาด!" วายุพูดพลางเดินเข้าไปประชิดตัวเสี่ยทัศน์
การต่อสู้บนยอดตึกสูงดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงปืน เสียงปะทะ และเสียงตะโกนดังไปทั่วราวกับพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ
"แกมันจะมากไปแล้ว!" เสี่ยทัศน์พยายามลุกขึ้นยืน แต่ก็ถูกวายุจับล็อกคอไว้
"แกมันก็แค่หนอนแมลงที่น่ารังเกียจ!" วายุตะคอกกลับ ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดผลักเสี่ยทัศน์ออกไป
เสี่ยทัศน์เซถอยหลังไปชนกับหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกสู่ภายนอก!
"ไม่นะ!" เสี่ยทัศน์ร้องด้วยความตกใจ
ก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัว วายุได้เตะเข้าที่หน้าท้องของเสี่ยทัศน์อย่างแรง ทำให้ร่างของเสี่ยทัศน์กระเด็นออกไปนอกหน้าต่าง!
เสียงกรีดร้องของเสี่ยทัศน์ดังแว่วมา ก่อนจะเงียบไปท่ามกลางเสียงลมที่พัดผ่าน
วายุยืนมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เขาไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆ กับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
"เสร็จสิ้นแล้ว" เขาพูดกับตัวเองเบาๆ
แต่แล้ว เสียงไซเรนตำรวจก็ดังขึ้นจากด้านล่าง ราวกับว่าการชำระแค้นครั้งนี้ ยังไม่จบสิ้น
"มีอะไรหรือเปล่า?" มายาถามเข้ามาในหูฟัง
"ไม่มีอะไร" วายุตอบ "แต่ดูเหมือนว่างานเลี้ยงจะยังไม่จบ"
วายุหันหลังกลับ เดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง
เขาลงมาจากตึกอย่างเงียบเชียบ ใช้เส้นทางที่วางแผนไว้เป็นอย่างดี และเมื่อเขาขับรถสปอร์ตสีดำคันเดิมออกมาจากตรอกเล็กๆ ข้างคลับ "นภา" ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่ยังคงสาดส่อง
"มีอะไรต่อไป?" มายาถาม
"ต่อไป...เราไปหา 'ไอ้เคน' กัน" วายุตอบเสียงเรียบ "ไอ้คนที่มันคิดว่ามันเป็นเจ้าของเมืองนี้"
วายุเหยียบคันเร่งอย่างแรง รถสปอร์ตคันงามพุ่งทะยานออกไปในความมืด ราวกับพายุที่กำลังจะเข้าถล่มเมืองอีกครั้ง
เบื้องหน้าของวายุ คือการต่อสู้ครั้งใหม่ การเผชิญหน้ากับอำนาจที่ซ่อนเร้น และการชำระแค้นที่ยังคงดำเนินต่อไป…
[จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? วายุจะสามารถจัดการกับ "ไอ้เคน" ได้หรือไม่? โปรดติดตามตอนต่อไป]

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก