โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,057 คำ
กลิ่นอายเย็นเยียบของคอนกรีตชื้นและน้ำมันเครื่องโชยปะทะเข้าปลายจมูกของวายุ ขณะที่เขาก้าวเท้าลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง แสงไฟฉายติดหมวกที่ส่องนำทางสาดจับภาพผนังปูนเปลือยที่ผุกร่อน และท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ทอดตัวยาวเป็นอุโมงค์ไร้ที่สิ้นสุด เสียงหยดน้ำที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ก้องกังวานไปทั่วพื้นที่อับทึบ ชวนให้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวและอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหน้า
เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดนิ่ง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง สายตาของเขากวาดสำรวจไปรอบทิศทางอย่างไม่วางใจ เงาที่ทอดตัวยาวผิดรูปผิดร่างจากแสงไฟฉายดูเหมือนจะคอยจะกระโจนเข้าใส่ได้ทุกเมื่อ ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้เมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ แต่สัญชาตญาณนักรบทำให้เขาไม่ยอมอ่อนข้อให้แก่ความอ่อนเพลีย
"ใกล้แล้วสินะ..." เสียงแหบพร่าของวายุลอดออกมาจากลำคอ เขารู้ดีว่าการเดินทางผ่านเขาวงกตใต้ดินนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเข้าใกล้เป้าหมายมากเท่าไหร่ อุปสรรคและความอันตรายก็ยิ่งทวีคูณ
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นมา เสียงนั้นไม่เหมือนเสียงหยดน้ำ หรือเสียงก้องกังวานทั่วไป แต่มันคือเสียงที่แหลมเล็ก ชวนขนลุก ราวกับมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆ วายุชะงัก เขากดปุ่มบนข้อมือ ทำให้แสงไฟฉายสว่างจ้าขึ้นทันที ลำแสงสีขาวพุ่งตรงไปยังทิศทางของเสียง
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขาต้องขมวดคิ้วแน่น มันไม่ใช่สัตว์ร้าย หรือศัตรูที่คาดเดาได้ แต่เป็นกลุ่มแมลงสาบขนาดมหึมา ที่กำลังตื่นตระหนกกับแสงไฟ พวกมันมีขนาดใหญ่กว่าปกติหลายเท่า บางตัวมีปีกที่แข็งแกร่งเป็นมันวาว ส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ เมื่อขยับ
"เวรเอ๊ย..." วายุสบถเบาๆ เขาเกลียดสิ่งมีชีวิตที่น่าขยะแขยงพวกนี้ แต่ก็รู้ดีว่ามันเป็นเพียงอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่รอเขาอยู่เบื้องหน้า
เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น พยายามก้าวข้ามเหล่าแมลงสาบที่กำลังแตกหนีไปให้พ้น แม้จะรู้สึกขยะแขยง แต่เขาก็ต้องควบคุมสติอารมณ์ให้ได้
หลังจากเดินฝ่าความมืดและเหล่าแมลงสาบไปได้อีกระยะหนึ่ง เขาก็มาถึงทางแยกสามแพร่ง ขนาดของอุโมงค์เริ่มกว้างขึ้น และมีกลิ่นอายของอากาศที่แตกต่างออกไป กลิ่นอายที่วายุคุ้นเคย... กลิ่นอายของเครื่องจักรและพลังงาน
"ตรงนี้สินะ..." วายุพึมพำ เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ใต้ฝ่าเท้า ซึ่งบ่งบอกถึงการทำงานของเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล
เขาเลือกเดินไปตามอุโมงค์ทางซ้ายมือ ซึ่งมีแสงสว่างรำไรลอดออกมาจากช่องแคบๆ ที่อยู่สูงขึ้นไปบนผนัง เขาค่อยๆ เดินเข้าไป เสียงเครื่องจักรยิ่งดังชัดเจนขึ้น และกลิ่นน้ำมันก็แรงขึ้นตามลำดับ
เมื่อเดินมาถึงปากอุโมงค์ เขาก็พบกับภาพที่ไม่คาดฝัน
เบื้องหน้าคือฐานลับใต้ดินขนาดมหึมา เพดานสูงเสียดฟ้า โครงสร้างเหล็กที่แข็งแรงทอดตัวเป็นแนวยาว มีสายไฟและท่อต่างๆ ระโยงระยางไปทั่ว พื้นที่กว้างขวางเต็มไปด้วยเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ที่กำลังทำงานอยู่ ส่งเสียงดังอึกทึกคึกคัก แสงไฟสีขาวสว่างจ้าสะท้อนกับพื้นคอนกรีตขัดมัน ราวกับว่าที่นี่คือใจกลางของโรงงานอุตสาหกรรมลับ
แต่สิ่งที่ทำให้วายุต้องหยุดชะงัก คือกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น พวกเขาไม่ใช่คนงานทั่วไป แต่สวมชุดสีดำทะมัดทะแมง ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาฉายแววแข็งกร้าว และที่สำคัญ... ทุกคนมีอาวุธอยู่ในมือ
"นี่มัน..." วายุพึมพำ เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง สถานที่แห่งนี้ใหญ่โตและเต็มไปด้วยกำลังคนมากกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก
เขาย่อตัวลงซ่อนตัวอยู่หลังเสาเหล็กขนาดใหญ่ พยายามสังเกตการณ์สภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างละเอียด
"หน่วยลาดตระเวนที่ 3 รายงานว่าไม่พบสิ่งผิดปกติในโซน B" เสียงแหบห้าวของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากลำโพงติดผนัง
"รับทราบ หน่วยรักษาความปลอดภัยที่ 5 ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการรั่วไหลของข้อมูล" เสียงอีกคนตอบกลับ
วายุรู้ดีว่านี่คือฐานปฏิบัติการลับขององค์กรที่เขาตามล่า เขาต้องหาทางแทรกซึมเข้าไปให้ลึกกว่านี้ เพื่อค้นหาข้อมูลสำคัญที่เขาต้องการ
เขาใช้ความเงียบของเครื่องจักรกลในการพรางตัว ย่องไปตามมุมต่างๆ หลบสายตาของเหล่าทหารที่เดินตรวจตราไปมา
ขณะที่เขากำลังจะมุ่งหน้าไปยังอาคารศูนย์บัญชาการที่อยู่ไกลออกไป จู่ๆ แสงไฟก็สว่างวาบขึ้น ทำให้เขากลายเป็นเป้าสายตาของทหารที่อยู่ใกล้เคียง
"มีผู้บุกรุก!" เสียงตะโกนดังขึ้น
วายุรู้ตัวทันทีว่าเขาถูกพบแล้ว เขาสปริงตัวออกจากที่ซ่อน พลันดึงปืนพกคู่ใจออกมาจากซองข้างเอว
"ซวยแล้วไง..." เขาสบถ
เหล่าทหารหันปืนเข้าใส่วายุอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังขึ้นนัดแรก!
กระสุนพุ่งแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็ว วายุเอี้ยวตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด กระสุนเฉียดผ่านไหล่ของเขาไปเพียงนิดเดียว
"พวกแกนี่มันช่างมารยาทไม่ดีเอาเสียเลยนะ!" วายุตะโกนกลับ เขายิงสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว กระสุนของเขากระแทกเข้าที่อกของทหารนายหนึ่ง ทำให้เขาล้มลงไป
การต่อสู้เปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือด ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรที่ดังอึกทึก วายุเคลื่อนที่ไปมาราวกับสายลม ใช้สิ่งของต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเป็นที่กำบัง หลบหลีกกระสุน และยิงตอบโต้กลับไปอย่างแม่นยำ
เขาไม่ใช่แค่นักสู้ที่เก่งกาจ แต่ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ เขาเตะถังน้ำมันที่วางอยู่ให้กลิ้งไปข้างหน้าเพื่อสร้างสิ่งกีดขวาง หรือใช้ท่อไอเสียที่พ่นไอร้อนออกมาเป็นม่านกำบัง
"ไอ้สารเลว! อย่าคิดว่าจะรอดไปได้!" เสียงตะโกนดังมาจากทิศทางหนึ่ง
วายุหันไปมอง ก็เห็นชายร่างใหญ่ สวมชุดเครื่องแบบสีดำเข้มกว่าคนอื่น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น กำลังเดินตรงมาหาเขา มือขวาถือมีดสั้นที่วาววับ
"แกเป็นใคร?" วายุถาม
"ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งเงา! และแก... คือศัตรูของข้า!" ชายคนนั้นตะโกนกลับ
"แค่คนงานธรรมดาคนหนึ่งที่หลงเข้ามาน่ะ" วายุตอบกวนๆ
"โกหก! แกคือคนที่กำลังตามหาความลับของเรา!" ชายคนนั้นพุ่งเข้าใส่
วายุไม่รอช้า เขาตั้งท่าเตรียมรับการโจมตี
การปะทะกันระหว่างวายุและผู้พิทักษ์แห่งเงาเริ่มต้นขึ้น ทั้งสองฝ่ายแลกหมัด แลกอาวุธกันอย่างดุเดือด เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่น ชวนให้รู้สึกหวาดเสียว
วายุใช้ความคล่องแคล่วของเขาหลบหลีกการฟันของมีดสั้น ขณะเดียวกันก็หาจังหวะสวนกลับด้วยหมัดที่หนักหน่วง
"แกมันแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิด!" ผู้พิทักษ์แห่งเงาพูดขณะพยายามปัดป้องหมัดของวายุ
"ข้าก็ไม่ได้อ่อนแอเหมือนกัน" วายุตอบ เขาเห็นช่องว่าง จึงสวนด้วยการเตะเข้าที่ท้องน้อยของอีกฝ่ายอย่างแรง
ผู้พิทักษ์แห่งเงาเซถอยหลังไปเล็กน้อย วายุไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาพุ่งเข้าไป คว้าแขนของอีกฝ่าย และใช้แรงเหวี่ยงส่งให้กระแทกกับเครื่องจักรกลขนาดใหญ่
แต่ดูเหมือนว่าชายผู้นี้จะอึดทนทานกว่าที่วายุคิด เขาลุกขึ้นยืนได้อย่างรวดเร็ว ใบหน้ายังคงไม่แสดงความเจ็บปวด
"แกยังไม่จบแค่นี้หรอก!" เขากล่าว
วายุเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่สะสม แต่เขายังคงยืนหยัด สู้ต่อไป
ขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน!
"เตือนภัย! มีผู้บุกรุกในระดับสูงสุด! ปิดระบบทุกอย่าง! ระดมกำลังทั้งหมด!" เสียงประกาศก้องไปทั่ว
วายุรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องดี เขาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายไปมากกว่านี้
"ช่างเถอะ! เอาไว้เจอกันใหม่นะ ผู้พิทักษ์แห่งเงา!" วายุตะโกน แล้วรีบวิ่งฝ่าวงล้อมของทหารที่กำลังตื่นตระหนก
เขาต้องหาทางไปให้ถึงเป้าหมายหลักให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกทำลาย หรือถูกปิดตาย
เขาปีนป่ายขึ้นไปตามโครงสร้างเหล็กที่อยู่เหนือศีรษะ มุ่งหน้าไปยังอาคารศูนย์บัญชาการที่ตั้งอยู่ใจกลางฐาน
ภาพเบื้องหน้าของเขาคือเขาวงกตของเครื่องจักรและสายไฟ เขาใช้ความเร็วและความคล่องแคล่วของตัวเอง กระโดดข้ามสิ่งกีดขวางต่างๆ ไปอย่างไม่หยุดหย่อน
เสียงปืน เสียงตะโกน เสียงเตือนภัย ดังระงมไปทั่วราวกับพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ
วายุรู้ดีว่าเขาเหลือเวลาน้อยเต็มที เขาต้องรีบไขปริศนาเบื้องหลังองค์กรนี้ให้ได้
เมื่อเขามาถึงด้านบนสุดของอาคารศูนย์บัญชาการ เขาก็พบกับทางเข้าที่ถูกปิดอย่างแน่นหนา
"ต้องเข้าไปให้ได้..." เขากล่าว
เขาใช้เครื่องมือพิเศษที่พกติดตัวมา เจาะเข้าไปในประตูอย่างรวดเร็ว
เมื่อประตูเปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง
เบื้องหน้าคือห้องควบคุมขนาดใหญ่ จอภาพนับร้อยฉายภาพต่างๆ นานา ตั้งแต่ภาพการจราจรบนท้องถนน ไปจนถึงภาพแผนที่โลก
และที่สำคัญ... บนแท่นกลางห้อง มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาสวมสูทสีดำ ใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาของเขาจ้องมองมาที่วายุ
"ในที่สุด... เจ้าก็มาถึง" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
วายุรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างออกไป เขาแน่ใจว่านี่คือหัวหน้าขององค์กรนี้
"แกคือใคร?" วายุถาม
"ข้าคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่ง... ผู้ที่จะควบคุมชะตากรรมของโลกใบนี้" ชายคนนั้นตอบ
"ฝันไปเถอะ!" วายุตะโกน
การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น... แต่ท่ามกลางเสียงเตือนภัยที่ดังไม่หยุด วายุไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถไขความลับทั้งหมดได้ทันเวลาหรือไม่
แสงสุดท้ายในเงามืดของฐานลับ กำลังจะดับลง...

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก