วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

ตอนที่ 9 — เสียงกระซิบจากเงามืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 934 คำ

เสียงโลหะเสียดสีกันก้องกังวานไปทั่วทางเดินใต้ดินที่แคบและอับชื้น ลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านช่องระบายอากาศราวกับจะกระซิบถึงภัยอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหน้า วายุชะลอฝีเท้าลง มือข้างหนึ่งยกปืนพกขึ้นประคอง บรรจุกระสุนเต็มแม็กกาซีนพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เงาสะท้อนของแสงไฟฉายติดหมวกเต้นระริกไปมาตามผนังคอนกรีตที่เปียกชื้น เผยให้เห็นเส้นใยของราสนานที่เกาะเกี่ยวเป็นหย่อมๆ ราวกับรอยแผลเป็นของกาลเวลา

เขาเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ‌ทุกย่างก้าวถูกคำนวณมาอย่างดี เสียงฝีเท้าที่ย่ำไปบนพื้นกรวดและเศษปูนบดละเอียดดังแผ่วเบา ผสานเข้ากับเสียงน้ำหยดติ๋งๆ เป็นจังหวะที่ชวนให้ประสาทตึงเครียด จมูกของวายุรับรู้ได้ถึงกลิ่นอับชื้นของดิน กลิ่นสนิมของท่อเหล็ก และกลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องที่ค้างอยู่ในอากาศ ​กลิ่นเหล่านี้เป็นเหมือนสัญญาณเตือนว่าเขากำลังเข้าใกล้แหล่งพลังงานบางอย่าง หรือไม่ก็เป็นที่ซ่อนของใครบางคน

“นี่มันไม่ใช่แค่ทางระบายน้ำธรรมดา” วายุพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการสูดอากาศที่เย็นและข้นคลั่ก เขาเคยผ่านอะไรมาหลายรูปแบบ แต่ทางเดินใต้ดินแห่งนี้มีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังย่างเข้าสู่รังหนอน ที่เต็มไปด้วยอันตรายที่มองไม่เห็น

แสงไฟฉายกวาดไปตามผนัง ‍พบกับร่องรอยของการใช้งานที่หนักหน่วง มีคราบเขม่าสีดำเป็นทางยาว และบางจุดก็มีรอยขีดข่วนที่ดูเหมือนจะเกิดจากการถูกลากด้วยวัตถุแข็ง การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ดูเหมือนจะเป็นทางลับที่ถูกดัดแปลงขึ้นมาอย่างเร่งรีบ

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากด้านหน้า วายุรีบย่อตัวหลบหลังเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ ‌หัวใจของเขาเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณนักสู้ที่กำลังถูกปลุกขึ้นมา การเผชิญหน้ากำลังจะเกิดขึ้น

“ใครอยู่ตรงนั้น?” เสียงห้าวตะโกนดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายอีกดวงที่สาดส่องมาทางที่วายุซ่อนตัว เขาไม่ได้ตอบ แต่เตรียมพร้อมที่จะยิง

เสียงฝีเท้าหลายคู่กำลังใกล้เข้ามา ‍วายุประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขาอยู่คนเดียว การปะทะในที่แคบแบบนี้เสียเปรียบอย่างมากหากมีศัตรูมากกว่า เขาต้องหาทางพลิกสถานการณ์

“ออกมาเดี๋ยวนี้!” เสียงตะโกนดังขึ้นอีกครั้ง

วายุตัดสินใจ เขาเงื้อปืนขึ้นเล็งไปยังทิศทางของเสียง แล้วตะโกนกลับไปด้วยเสียงที่หนักแน่น

“พวกแกเข้ามาใกล้กว่านี้ ระวังจะไม่ได้กลับออกไป!”

เสียงหัวเราะหึๆ ​ดังตอบกลับมา

“ปากดีนักนะไอ้หนุ่ม! คิดว่าปืนพกนั่นจะทำอะไรเราได้รึไง? ออกมาซะดีๆ เราไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย”

“พวกแกต่างหากที่มาผิดที่ผิดทาง” วายุสวนกลับ เขาพยายามสังเกตการณ์ผ่านช่องว่างระหว่างเสา มองเห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์อย่างน้อยสามคน แต่ละคนดูแข็งแรงและมีอาวุธในมือ

“อย่ามาทำเป็นเก๋า! ​เรามาตามหาของที่พวกแกขโมยไป” ชายคนหนึ่งพูด เขาดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม

“ของที่ขโมย? ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น” วายุพยายามถ่วงเวลาและหาทางหนี

“อย่ามาโกหก! เราเห็นแกแล้วเมื่อตอนกลางวัน”

วายุขมวดคิ้ว เขาถูกจับได้แล้ว การหลอกลวงไม่ได้ผล ​เขาต้องใช้กำลัง

“ถ้าพวกแกไม่ไป ฉันจะยิง!” วายุเตือนเป็นครั้งสุดท้าย

“คิดจะยิงเหรอ? หึ!” ชายหัวหน้ากลุ่มหัวเราะเสียงดัง “ลองดูสิ!”

ทันใดนั้น เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว วายุยิงออกไปก่อน เขาเล็งไปที่เท้าของชายที่พูดเมื่อครู่ กระสุนเฉี่ยวขาของเขาไป ทำให้เขาเซถลาไปชนกับเพื่อน

“อ๊าก!”

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น พร้อมกับเสียงปืนจากฝ่ายตรงข้ามที่ยิงสวนมา กระสุนปะทะกับเสาคอนกรีตที่วายุหลบอยู่ เกิดประกายไฟและสะเก็ดปูนกระเด็นไปทั่ว

วายุรีบใช้โอกาสนี้เคลื่อนที่ไปตามทางเดิน เขาไม่สามารถปะทะตรงๆ ในที่แคบได้ เขาต้องใช้ความได้เปรียบเรื่องความเร็วและความคล่องตัว

เขาวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ไล่ตามมาติดๆ เสียงปืนยังคงดังเป็นระยะๆ แต่กระสุนส่วนใหญ่พลาดเป้าเพราะความมืดและทางเดินที่คดเคี้ยว

วายุหันกลับไปมอง เห็นแสงไฟฉายที่สว่างจ้ากว่าเดิม แสดงว่าพวกนั้นกำลังเร่งความเร็ว เขาต้องหาที่กำบัง หรือทางออก

เขาเลี้ยวเข้าสู่ทางแยกเล็กๆ ที่มองไม่เห็นจากจุดที่เขาอยู่ก่อนหน้า ทางเดินแคบลงไปอีก ทำให้การเคลื่อนที่ของศัตรูที่มาเป็นกลุ่มลำบากขึ้น

“ตามไป! อย่าให้มันหนีไปได้!” เสียงตะโกนดังไล่หลังมา

วายุรู้สึกได้ถึงลมเย็นยะเยือกที่พัดมาจากเบื้องหน้า เขาเร่งฝีเท้าขึ้น จนกระทั่งเห็นแสงสว่างรำไรที่ปลายทาง

“ทางออก!”

แต่เมื่อเขาก้าวเข้าไปใกล้ เขาพบว่ามันไม่ใช่ทางออกธรรมดา แต่มันเป็นช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ทอดลงไปสู่พื้นที่โล่งกว่าเดิม และที่นั่นเอง ที่เขาเห็นสิ่งที่ทำให้เลือดในกายของเขาสูบฉีด

ฐานลับใต้ดินขนาดใหญ่!

แสงไฟสีส้มนวลสาดส่องไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นโครงสร้างโลหะที่ซับซ้อน เครื่องจักรบางส่วนที่ยังทำงานอยู่ และผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวไปมา พวกเขาไม่ได้ดูเหมือนคนงานทั่วไป แต่มีลักษณะท่าทางที่บ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพ

และที่สำคัญที่สุด เขามองเห็นเป้าหมายของเขา

“เฮือก!” วายุสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาเจอแล้ว

เขาไม่รอช้าที่จะเข้าไป แต่เขาก็รู้ว่าพวกที่ตามมายังคงอยู่ไม่ไกล เขามีเวลาจำกัด

“บ้าเอ๊ย! พวกมันมาถึงนี่ได้ยังไง?” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านในฐานลับ

“ไม่ต้องห่วง พวกมันหนีไปไหนไม่รอดหรอก!” อีกเสียงตอบกลับ

วายุตัดสินใจ เขาต้องทำลายระบบการทำงานของฐานลับนี้ให้ได้ เพื่อสร้างความสับสน และหาทางที่จะเข้าถึงเป้าหมายของเขา

เขาเห็นแผงควบคุมขนาดใหญ่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขาอยู่ มันดูเหมือนจะเป็นศูนย์กลางการทำงานของฐานทั้งหมด

“ถึงเวลาต้องเล่นสนุกแล้วสินะ” วายุพูดกับตัวเอง เขาปลดซองกระสุนสำรองออกมา จัดใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย แล้วยกปืนขึ้นเล็ง

ขณะที่เขากำลังจะบุกเข้าไป เสียงฝีเท้าของพวกที่ตามมาก็ดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง

“มันเข้าไปแล้ว! ตามไปเร็ว!”

วายุรู้ดีว่าเขาไม่มีเวลาแล้ว เขาต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

เขากระโจนออกจากที่กำบัง พุ่งตรงไปยังแผงควบคุมนั้นอย่างรวดเร็ว

“หยุดนะ!” ชายหัวหน้ากลุ่มตะโกน

วายุไม่สนใจ เขาเงื้อปืนขึ้น ยิงใส่กระจกนิรภัยของแผงควบคุม

เคร้ง!

กระจกแตกกระจาย แต่ไม่ได้ทำให้แผงควบคุมเสียหาย

“ไอ้สารเลว!”

วายุใช้จังหวะที่ศัตรูกำลังตื่นตระหนก เขากระโดดขึ้นไปบนแผงควบคุม ใช้เท้ายันแผงควบคุมที่แตกออก แล้วหยิบมีดพับที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าออกมา

เขาใช้มีดพับจิ้มไปที่สายไฟต่างๆ อย่างรวดเร็ว เขาไม่จำเป็นต้องรู้ว่าสายไฟไหนทำหน้าที่อะไร เขาแค่ต้องการสร้างความเสียหายให้มากที่สุด

ประกายไฟแลบแปลบปลาบไปทั่วแผงควบคุม เสียงสัญญาณเตือนดังลั่นไปทั่วฐาน เสียงผู้คนเริ่มแตกตื่น

“เกิดอะไรขึ้น? ระบบขัดข้อง!”

“มีผู้บุกรุก! ที่แผงควบคุมหลัก!”

วายุเห็นจังหวะ เขาจึงตัดสินใจใช้ระเบิดแสงที่เขาพกติดตัวไปด้วย เขากระชากสลัก แล้วโยนมันเข้าไปกลางกลุ่มคน

พลั่ก!

แสงสว่างวาบจ้าจนแสบตา เสียงหวีดหวิวของระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ผู้คนในฐานต่างร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดจากการมองเห็น

วายุไม่รอช้า เขากระโดดลงจากแผงควบคุม วิ่งฝ่าความมืดและความสับสนไปยังทิศทางที่เขาเห็นเป้าหมาย

เขาเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่กลางห้องโถงใหญ่ที่ดูหรูหราผิดกับสภาพแวดล้อมรอบๆ เขาคือชายที่เขาตามหามาตลอด

“ในที่สุดเราก็ได้เจอกันเสียที” วายุพูด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแค้นที่เก็บงำมานาน

ชายคนนั้นหันกลับมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง

“แก… แกคือ…?”

“ฉันคือนาย… วายุ”

แต่ก่อนที่บทสนทนาของพวกเขาจะได้ดำเนินต่อไป เสียงปืนก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากด้านหลังของวายุ

ปัง! ปัง!

วายุหันขวับ เห็นชายหัวหน้ากลุ่มที่ตามเขามา กำลังเล็งปืนมาที่เขา

“แกหนีไม่พ้นหรอก!”

วายุรู้ว่าเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก เขาอยู่ระหว่างศัตรูสองกลุ่ม

เขาจะเอาตัวรอดได้อย่างไร? และเขาจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่?

เรื่องราวของวายุยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางการต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!